โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ปรับพอร์ตยูนิตลิงค์รับเสี่ยง พร้อมทริก3Dวางแผนการเงิน

ทันหุ้น

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 08.39 น.

#สมาคมนักวางแผนการเงิน #ทันหุ้น- สมาคมนักวางแผนการเงิน แนะลูกค้ายูนิตลิงค์ควรทบทวนพอร์ตลงทุนด้วย ว่ากระจายลงทุนเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนหรือไม่ โดยเฉพาะความผันผวนของตลาดจากนโยบายทรัมป์ ย้ำทุกผลิตภัณฑ์การเงินมีบทบาทสำคัญช่วยลูกค้าถึงเป้าหมาย เปิดทริกวางแผนการเงินรับความเสี่ยงผ่าน 3D คือDivide, Diversify และDCA

นางสาวอุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง อุปนายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย กล่าวว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจและการลงทุนมีความผันผวน เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากนโยบายกำแพงภาษีของ โดนัลด์ ทรัมป์ นั้นก็ควรจะทบทวนพอร์ตการลงทุนด้วย ซึ่งในส่วนของประกันชีวิตก็มีผลิตภัณฑ์ยูนิตลิงค์ที่ผู้ซื้อจะต้องเข้าไปทบทวน และปรับพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดปัจจุบัน

*ทบทวนพอร์ตยูนิตลิงค์

ซึ่งหลักๆ ในส่วนของพอร์ตลงทุนในผลิตภัณฑ์ประกันยูนิตลิงค์ ก็ยังเน้นให้กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ โดยเพิ่มน้ำหนักลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อลดความผันผวนในภาวะที่ตลาดเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

นางสาวอุมาพันธุ์ ยังแนะนำด้วยว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวจากความเสี่ยงในนโยบายทรัมป์ที่ประกาศออกมานั้น ควรวางแผนบริหารการเงินอย่างรอบคอบเพื่อรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน ผ่านแผนบริหารการเงิน 3D ได้แก่ Divide การแบ่งสัดส่วน หรือจัดสรรเงิน, Diversify คือการกระจายลงทุน และDCA (Dollar-Cost- Averaging) การทยอยลงทุน ซึ่งช่วยในการถัวเฉลี่ยต้นทุน

“เป้าหมายทางการเงินของแต่ละคนต่างกัน ดังนั้นจะต้องแบ่งเงินเป็นก้อนว่าจะเก็บไปใช้สำหรับเป้าหมายอะไรบ้าง คือ D ตัวแรก หรือ Divide เช่น เป้าหมายเพื่อการเกษียณ เงินสำหรับบุตรหลาน เงินเพื่อลงทุนในแผนธุรกิจ เงินลงทุน เงินสำหรับใช้ในยามฉุกเฉิน ต้องแบ่งออกมาให้ชัดเจน”

ตอนนี้ สมาคมมองว่า เงินสำหรับยามฉุกเฉินควรมีอย่างน้อย 6-12 เดือน ไม่ใช่ 3-6 เดือนแบบที่ผ่านมาแล้ว ซึ่ง นางสาวอุมาพันธุ์ กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงไม่ใช่แค่เรื่องของสงครามการค้า ยังมีเรื่องของภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ค่ารักษาพยาบาลยามป่วย ซึ่งเมื่อเผชิญปัญหาเหล่านี้การวางแผนพร้อมจะทำให้ผ่านวิกฤติไปได้

ซึ่งก็นำไปสู่การวางแผนผ่านผลิตภัณฑ์การเงิน ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ การลงทุน ซึ่งแต่ละคนก็มีความต้องการที่แตกต่าง เช่น บางรายต้องการแก้หนี้ ก็ต้องดูว่ามีหนี้ส่วนไหนบ้าง ดอกเบี้ยเท่าไรจะมีวิธีไหนที่ทำให้สามารถปิดหนี้ได้ ดังนั้นเรื่องของการวางแผนการเงินจึงไม่ได้จำกัดแค่ ผลิตภัณฑ์ประกัน หรือผลิตภัณฑ์ลงทุน แต่ต้องดูโดยรวม

*กระจายลงทุน

การวางแผนการเงิน D ที่ 2 คือ Diversify การกระจายการลงทุน ซึ่งนางสาวอุมาพันธุ์ มองว่า ควรกระจายลงทุนหลากหลาย ทั้งในผลิตภัณฑ์ประกันภัย กองทุน หุ้น ตราสารหนี้ เป็นต้น เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์มีบทบาทหน้าที่ และความเสี่ยงต่างกัน อย่างยูนิตลิงค์ก็เหมาะสำหรับการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่ง เหมาะกับการถือระยะยาว หรือการวางเป้าหมายการศึกษาให้บุตรหลาน วางแผนภาษีมรดก ก็จะมีผลิตภัณฑ์ประเภทสะสมทรัพย์ระยะยาว เตรียมเกษียณก็เป็นประกันบำนาญ รวมถึงสำหรับวางแผนค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วยก็มีทั้งประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรงเป็นต้น

ในส่วนของพอร์ตลงทุนหลักทรัพย์ ก็กระจายลงทุนทั้งในหุ้น ตราสารหนี้ สินทรัพย์ทางเลือก อย่างอสังหา ทองคำ เป็นต้น โดยต้องมีการทบทวนพอร์ตสม่ำเสมอว่าเหมาะกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบันหรือไม่ เพื่อปรับสัดส่วนตามความเสี่ยงที่เหมาะสม

สำหรับ D สุดท้าย คือ DCA (Dollar-Cost- Averaging)ซึ่งเป็นการลงทุนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ นางสาวอุมาพันธุ์ กล่าวว่า อย่างกลุ่มที่รับความเสี่ยงได้สูง จังหวะที่ตลาดปรับฐานแรงก็อาจเติมเงินเข้าไป (Top up) เพื่อรับโอกาสในอนาคตที่ตลาดอาจปรับตัวขึ้นอีกครั้ง

สมาคมมีความเห็นว่า ในยุคแห่งความไม่แน่นอนในขณะนี้ การวางแผนการเงินเป็นสิ่งที่ช่วยมองความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในชีวิต และพยายามป้องกันหรือลดความเสี่ยงเหล่านั้นให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบกับทรัพย์สินหรือรายได้ที่พยายามหามา คืออุดรูรั่วให้หมดก่อนเติมน้ำให้เต็มนั้นเอง ซึ่งการวางแผนการเงินส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่ไม่ได้ไกลตัว หากพิจารณาในช่วงเกือบ 5-6 ปีที่ผ่านมา ผู้คนได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการสำรองเงินเผื่อฉุกเฉิน

ทั้งนี้ นายวิโรจน์ ตั้งเจริญ นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย กล่าวว่า ประเทศไทยหรือคนไทย ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า นักวางแผนการเงินมีไว้สำหรับให้คนรวยเท่านั้น ส่งผลให้ในอดีตมีการใช้บริการนักวางแผนการเงินน้อยมาก แม้ปัจจุบันจะมีการใช้บริการเพิ่มขึ้นก็ตาม เพราะในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่มีรายได้ทุกคน จำเป็นต้องมีการวางแผนทางการเงิน ทั้งวางแผนการใช้จ่าย วางแผนการออม วางแผนป้องกันความไม่แน่นอน วางแผนการลงทุน วางแผนภาษี และวางแผนเพื่อชีวิตยามเกษียณ เพราะในทุกช่วงเวลาที่สำคัญในชีวิตจำเป็นต้องใช้เงิน

นอกจากนี้ ยังมีความเข้าใจผิดว่า นักวางแผนการเงินมีผลประโยชน์แฝง ไม่ได้ให้คำแนะนำที่ควรจะเป็น แต่ต้องการเพียง ขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ที่แนะนำเท่านั้น ซึ่งในความจริงแล้ว 98%ของลูกค้าที่ได้รับคำแนะนำจากนักวางแผนการเงิน CFP ไว้ใจว่า นักวางแผนการเงิน CFP คำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก เพื่อให้ลูกค้าได้ ผลตอบแทนบรรลุตามเป้าหมายของแผนการเงินที่วางไว้ ตามจรรยาบรรณที่กำหนดไว้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...