“ปกป้องเงินลงทุน” สำคัญในช่วง “ตลาดผันผวนสูง”... เปิด 5 สินทรัพย์ “ทางรอด” ไว้ “หลบภัย-รอโอกาสลงทุน” !!!
Wealthy Way: “ความวัวยังไม่ทันหาย…ความคายก็เข้ามาแทรก” ไม่ต่างอะไรกับตลาดการลงทุนของโลกในปัจจุบันนี้ ความวุ่นวายเดิมจากนโยบาย “ภาษี Trump” ที่เขย่าตลาดผันผวนรายวันและยังไม่จบสิ้น ในเบื้องต้น…ก็จนกว่าจะมี “ความชัดเจน” เกิดขึ้นมานั่นแหละ
ปัญหาเชิงภูมิรัฐศาสตร์จุดใหม่ก็เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ระหว่าง “อิสราเอล-อิหร่าน” เข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกที่เปราะบางอยู่แล้วเข้าไปอีก และยังประเมินอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้เช่นเดียวกัน
จึงไม่น่าแปลกใจว่า…หนึ่งในคำแนะนำการลงทุนในช่วงที่ “ตลาดผันผวน” และมี “ความไม่แน่นอนสูง” เช่นนี้ คือ การเน้น “ปกป้องเงินลงทุน” แทนการแสวงหา “ผลตอบแทน” ซึ่งยังยากจะประเมินว่าอยู่ไหนกันแน่ในสถานการณ์เช่นนี้นั่นเอง
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมสินทรัพย์ “ทางรอด” ที่ใช้เป็น “หลุมหลบภัย” ในยามตลาดการลงทุนทั่วโลก “ผันผวนสูง” เช่นนี้มาฝากกัน
เปิด 5 สินทรัพย์ รับมือ “ตลาดผันผวนสูง”…เน้น “ปกป้องเงินต้น-กระจายความเสี่ยง-ได้ผลตอบแทน”
สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือในปัจจุบันเราอยู่ในสภาวะการลงทุนที่ “ตลาดหุ้น” ในแต่ละประเทศมีอิทธิพลต่อกันค่อนข้างสูง “การลงทุน” เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีขอบเขตที่ชัดเจนกั้นขวางแต่ประการใด สิ่งที่เกิดขึ้นอีกมุมโลก พร้อมจะเขย่าตลาดหุ้นในอีกมุมหนึ่งของโลกได้ทันที
โดยเฉพาะเมื่อ “สหรัฐ” คิดจะจัดระเบียบการค้าโลกใหม่ภายใต้ “ภาษี Trump” ก็เห็นชัดว่าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการลงทุนทั่วโลกอย่างปฏิเสธไม่ได้
สำหรับ “สินทรัพย์” ที่จะเป็น “ทางรอด” หรือ “หลุมหลบภัย” ให้กับนักลงทุนในช่วงที่ตลาดการลงทุน “ผันผวนสูง” เช่นนี้ ก็มีหลายสินทรัพย์ที่น่าสนใจ ได้แก่
“เงินสด/เงินฝาก”: เป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ “รับความเสี่ยงได้ไม่มากนัก” ไม่เน้นเรื่องผลตอบแทน สภาพคล่องสูง ถอนเงินวันนี้ได้เงินเลย (T+0)อาจเตรียมรับมือกับความผันผวนของตลาดเพื่อ“รักษาเงินต้น” มากกว่าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
“กองทุนตราสารตลาดเงิน” (Money Market): เป็นกลุ่ม “สินทรัพย์ปลอดภัย” เช่นเดียวกัน สภาพคล่องสูง ขายวันนี้ได้เงินพรุ่งนี้ (T+1) ผลตอบแทนสูงขึ้นมาอีกนิดจากกลุ่มแรก
“ตราสารหนี้ระยะสั้น (คุณภาพดี)”: ยังอยู่ในกลุ่ม “สินทรัพย์ปลอดภัย” เช่นกัน แต่ต้องการมองหาผลตอบแทนที่ดีขึ้น สำหรับนักลงทุนทั่วไปสามารถลงทุนผ่านกลุ่ม “กองตราสารหนี้ระยะสั้น” ได้ สภาพคล่องก็ดีโดยเฉลี่ยขายวันนี้อีก 2 วันได้เงิน (T+2) แลกมากับผลตอบแทนที่ดีขึ้น
“ทองคำ”: เหมาะสำหรับผู้ที่“รับความเสี่ยงได้สูง” ในฐานะที่เป็น “สินทรัพย์ทางเลือก” ที่มักให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วงที่เกิดวิกฤติ เช่น สงคราม เป็นต้น รวมถึงใช้กระจายความเสี่ยงให้พอร์ตการลงทุน เพราะมีความสัมพันธ์ (Correlation) กับสินทรัพย์หลักอย่างหุ้นและตราสารหนี้ต่ำ ผสมเข้าไว้ในพอร์ตจะช่วยเสริมแกร่งให้พอร์ตได้เป็นอย่างดี
“กองทุนอสังหาฯ/REIT”: เป็นกลุ่ม “สินทรัพย์ทางเลือก” ที่มีความผันผวนน้อย โดยรวมมีเสถียรภาพกว่า “หุ้น” แต่ก็ให้ผลตอบแทนดีกว่า “ตราสารหนี้” ที่สำคัญยังมีรายได้ในรูป “เงินปันผล” ที่จ่ายคืนมาให้อย่างสม่ำเสมอในระหว่างการลงทุนอีกด้วย
“สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนในยาม ‘ตลาดผันผวนสูง’ เช่นนี้ ควรปรับกลยุทธ์ไปเน้น ‘การเลือกหุ้นรายตัว’(Bottom up) โดยเฉพาะการเลือกหุ้นแบบที่เน้นพิจารณามูลค่าการลงทุน (Value Stock Selection Style) ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสเติบโตและเพิ่มพูนโอกาสรับผลตอบแทนจากหุ้นได้ในอนาคตนั่นเอง”
ในยาม “ตลาดผันผวนสูง” และมี “ความไม่แน่นอน” เต็มไปหมด หนึ่งในทางเลือกที่เป็น “ทางรอด” ก็คือการเลือก “ปกป้องเงินลงทุน” เอาไว้ก่อนนั่นเอง เป็นเสมือน “หลุมหลบภัย” เพื่อรอคอยจังหวะในการ “ลงทุนใหม่” อีกครั้งเมื่อโอกาสมาถึงเป็นสำคัญ