‘ณัฐพงษ์’ จี้รัฐบาล ‘แพทองธาร’ อย่าเงียบ ปมความขัดแย้ง ‘ไทย-กัมพูชา’
The Bangkok Insight
อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 14.22 น. • The Bangkok Insight"ณัฐพงษ์” จี้รัฐบาล“แพทองธาร” อย่าเงียบ! ปมความขัดแย้ง“ไทย-กัมพูชา” ชี้คำพูด“ทักษิณ” บอกเคลียร์ได้ด้วยสายสัมพันธ์ส่วนตัวยิ่งราดน้ำมันกองไฟ
วันนี้ (2 มิ.ย.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ และหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ขอ้อความผ่านเฟสบุ๊ก ระบุว่า [ รัฐบาลเป็นมืออาชีพแล้วหรือยัง ในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ] ผมติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยความกังวลเป็นอย่างยิ่ง โดยในหลายเดือนที่ผ่านมาสถานการณ์ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องขอชื่นชมพี่น้องทหารที่ประจำการณ์อยู่ในพื้นที่ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมืออาชีพ อดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุ แต่ในขณะเดียวกันก็มุ่งมั่นที่จะรักษาบูรณภาพของดินแดนไทยไว้อย่างเต็มที่ในตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
และผมเองมั่นใจว่าหากสถานการณ์ยกระดับขึ้นจนกลายเป็นการปะทะด้วยการใช้อาวุธ ศักยภาพของกองทัพไทยสามารถปกป้องอธิปไตยของชาติได้อย่างแน่นอน แต่ไม่มีสงครามใดที่มีการสูญเสียฝั่งเดียว ดังนั้น เราจึงไม่ควรสูญเสียเลือดเนื้อชีวิตของทหารและประชาชนคนไทยแม้แต่คนเดียว ในความขัดแย้งที่เราสามารถควบคุมป้องกันได้ตั้งแต่แรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากการทำงานของรัฐบาลไทย
ผมเห็นว่า แม้จะมีการแถลงจากกระทรวงการต่างประเทศแล้วในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร กลับมีท่าทีเงียบเฉยมากเกินไป และดูเหมือนจะประเมินสถานการณ์ต่ำกว่าความเป็นจริง มิหนำซ้ำ คุณทักษิณ ชินวัตร บิดาของนายกรัฐมนตรี กลับสื่อสารในลักษณะว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไร เพราะสามารถใช้สายสัมพันธ์ส่วนตัวในการเคลียร์กับผู้นำกัมพูชาได้
คำพูดของคุณทักษิณเท่ากับราดน้ำมันบนกองไฟ เพราะผู้นำกัมพูชาไม่ต้องการมีภาพลักษณ์ว่าเกี้ยเซี้ยกับผู้นำไทย จึงยิ่งแสดงท่าทีเด็ดขาดแข็งกร้าวสอดรับกระแสชาตินิยมกัมพูชา โดยเฉพาะการนำเรื่องขึ้นศาลโลก
ที่สำคัญกว่านั้น บูรณภาพของดินแดนเป็นผลประโยชน์สำคัญยิ่งของชาติ คุณทักษิณและรัฐบาลแพทองธารต้องหยุดวิธีคิดการเอาผลประโยชน์ชาติไปเสี่ยงบนการทูตส่วนบุคคลของคุณทักษิณ ซึ่งก็ล้มเหลวมาแล้วครั้งหนึ่งในกรณีเจรจากำแพงภาษีทรัมป์
ผมเชื่อว่ากระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานมีควาเป็นมืออาชีพมากเพียงพอในการแก้ไขปัญหาระดับรัฐต่อรัฐ หน่วยงานต่อหน่วยงาน บนช่องทางการทูตปกติ ซึ่งจะเชื่อได้ว่าเป็นไปบนพื้นฐานผลประโยชน์ของชาติที่แท้จริง ไม่ใช่การเอาผลประโยชน์ต่อรองแลกเปลี่ยนกันในทางลับ
เมื่อกัมพูชารุกหนักทางด้านการทหารและการทูต มาตรการที่รัฐบาลไทยสามารถตอบโต้ได้มีหลากหลายวิธี เช่น การเรียกทูตกัมพูชามาพูดคุยหรือประท้วง, การให้สถานทูตไทยส่งหนังสือประท้วงโดยตรงไปยังรัฐบาลกัมพูชา ส่วนมาตรการทางการทหาร เช่น การซ้อมรบและการลาดตระเวนทั้งทางบก เรือ อากาศ, เมื่อถูกพาดพิงจากผู้นำกัมพูชา ทางการไทยต้องตอบโต้และยืนยันข้อเท็จจริงอย่างทันท่วงที ไม่ปล่อยให้เกิดการนำไปปั่นกระแสในกัมพูชา ยิ่งไปกว่านั้นต้องไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนคนไทยรู้สึกถูกย่ำยีเกียรติศักดิ์ศรี ซึ่งจะทำให้ความขัดแย้งลุกลามใหญ่โตขึ้นไปอีก
ผมพยายามคิดในแง่ดีว่ารัฐบาลไม่อยากให้ความขัดแย้งลุกลามบานปลายจึงเลือกที่จะเงียบเกินสมควร แต่สิ่งที่ท่านทำกลับได้ผลตรงกันข้าม ยิ่งรัฐบาลเฉื่อยชาต่อปัญหา ยิ่งทำให้เกิดความไม่พอใจสะสมในหมู่ประชาชนคนไทย
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ผมเห็นกองทัพได้ทำหน้าที่ได้อย่างมืออาชีพและสมดุล คือมีทั้งความอดทนอดกลั้นต่อความยั่วยุ และไม่พร่องในการทำหน้าที่รักษาบูรณภาพของดินแดน ดังนั้น ผมเรียกร้องให้รัฐบาลทำหน้าที่ของตัวเองอย่างมืออาชีพเช่นกัน ไม่ใช่อดทนอดกลั้นแล้วไม่ทำอะไรเลย ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลต้องทำงานทั้งทางการทูตและการประสานงานด้านความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งนี้บานปลายจนนำไปสู่ความสูญเสียของพี่น้องทหาร และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ภูมิธรรม' โพสต์แจงปมร้อนเบรก 'กองทัพ' ปิดด่านชายแดน ย้ำ! ยึดผลประโยชน์ชาติเป็นสำคัญ
- 'จิรายุยันสถานการณ์ชายแดนปกติ ค้าขายคึกคัก ไม่มีการปิดด่าน
- 'พระวิหาร' อพยพ 75 ครอบครัวแนวชายแดน หลบเหตุตึงเครียดกัมพูชา-ไทย
ติดตามเราได้ที่