ผู้บริหาร BYD ชี้สงครามราคา EV ไม่ยั่งยืน – มองแนวโน้มตลาดอาจมีการควบรวมกิจการ
ผู้บริหาร BYD ชี้สงครามราคา EV ไม่ยั่งยืน มองแนวโน้มตลาดอาจมีการควบรวมกิจการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 มิ.ย. 68 12:18 น.
สเตลลา หลี่ รองประธานกรรมการบริหารของ BYD เปิดเผยว่า สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจีน เข้าขั้นแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากและไม่ยั่งยืน ชี้อุตสาหกรรมยานยนต์อาจมีการควบรวมกิจการเมื่อตลาดถึงจุดอิ่มตัว
ความคิดเห็นครั้งนี้ สะท้อนถึงความตึงเครียดในตลาดรถยนต์ EV ของจีนที่ร้อนระอุ จากค่ายผู้เล่นหน้าใหม่จำนวนมากและการปรับลดราคาอย่างหนัก ซึ่ง BYD ถือเป็นหนึ่งในผู้นำกระแส ส่งผลให้กำไรหดตัวและรัฐบาลจีนต้องเข้ามาแทรกแซง แม้ BYD จะได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่ม แต่ความเสี่ยงก็ขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล และค่ายคู่แข่ง ต่างเรียกร้องให้มีการปรับสมดุลใหม่
ทางการจีน ได้เรียกผู้บริหารบริษัทรถยนต์ EV มาหารือเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยสั่งห้ามไม่ให้ขายรถต่ำกว่าทุนหรือเสนอส่วนลดที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งสงครามราคาครั้งนี้ ส่งผลให้ราคาหุ้นผู้ผลิตรถยนต์ปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยมูลค่าตลาดของ BYD ลดลงราว 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่พุ่งสูงสุดในช่วงปลายเดือนพ.ค. อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังถูกมองว่าเป็นผู้เล่นระยะยาวที่มีโอกาสรอดจากภาวะนี้ได้มากที่สุด หากคู่แข่งขนาดเล็กและขนาดกลางถูกเบียดออกจากตลาด ซึ่งจะทำให้ BYD มีโอกาสขยายส่วนแบ่งมากขึ้น
สเตลลา หลี่ กล่าวว่า BYD วางแผนจะลงทุนอย่างหนักในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป โดยคาดว่าจะใช้เงินมากถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในภูมิภาคนี้ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งส่วนแบ่งตลาดของ BYD ในประเทศสำคัญของยุโรปอย่างเยอรมนี สหราชอาณาจักร และอิตาลี กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ผ่านการอาศัยเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและราคาที่สามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะในกลุ่มรถปลั๊กอินไฮบริด
บริษัทเพิ่งแซงหน้า Tesla ในด้านยอดขายรถยนต์ EV ในยุโรป โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจาก BYD มีไลน์สินค้าที่หลากหลายกว่า โดยปัจจุบันขายรถประมาณ 9-10 รุ่นในยุโรป เทียบกับ Tesla ที่มีเพียง 4 รุ่นเท่านั้น
ทั้งนี้ สเตลลา หลี่ ยังกล่าวว่า BYD ยังไม่มีแผนจะจับมือกับผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปในระยะสั้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่คู่แข่งอย่าง Xpeng Inc. และ Zhejiang Leapmotor Technology Co. ได้ดำเนินการไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้ระบุว่า “แต่เราก็เปิดกว้าง”
นอกจากนี้ BYD ยังทุ่มลงทุนในบริการหลังการขาย และคาดว่าส่วนแบ่งตลาดในยุโรปจะเพิ่มขึ้นอีก เมื่อผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยกับเทคโนโลยีและบริการของบริษัทมากขึ้น “ถ้าเราตัดสินใจจะทำอะไร เราจะทุ่มทรัพยากรทั้งหมดลงไป เพื่อให้มั่นใจว่า จะประสบความสำเร็จในระยะยาว”
ที่มา Bloomberg
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ