โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ ปิดตลาดลดกว่า 100 จุด วิตกหนี้รัฐบาล-บอนด์ยีลด์พุ่ง

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 01.36 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 01.36 น. • The Bangkok Insight

ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ ในวันอังคาร (20 พ.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร และความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของรัฐบาลสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,677.24 จุด ลดลง 114.83 จุด หรือ -0.27% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 5,940.46 จุด ลดลง 23.14 จุด หรือ -0.39% และดัชนีแนสแด็ก ปิดที่ 19,142.71 จุด ลดลง 72.75 จุด หรือ -0.38%

ดาวโจนส์

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.481% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาด เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรส่งผลให้ชาวอเมริกันต้องแบกรับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น

โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัย รถยนต์ และอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิต ต่างก็ปรับตัวขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางไปยังรัฐสภาสหรัฐ เพื่อโน้มน้าวสมาชิกพรรครีพับลิกันให้ผ่านร่างกฎหมายปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า การปรับลดอัตราภาษีครั้งใหม่จะทำให้รัฐบาลสหรัฐ มีภาระหนี้เพิ่มขึ้นอีก 3-5 ล้านล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์

ความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สินของรัฐบาลสหรัฐ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มูดี้ส์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของรัฐบาลสหรัฐ จากระดับ Aaa สู่ระดับ Aa1 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 พ.ค.)

มูดี้ส์ระบุว่า รัฐบาลและรัฐสภาสหรัฐฯ หลายชุดที่ผ่านมาไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับมาตรการที่จะแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณรายปีจำนวนมากและภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น

หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง 1% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 0.77% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มเฮลธ์แคร์ดีดตัวขึ้น 0.3% และ 0.27% ตามลำดับ

นักลงทุนจับตาการแสดงความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดเพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ผลสำรวจล่าสุดบ่งชี้ว่านักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ โดยคาดว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกจะเกิดขึ้นในการประชุมเดือนกันยายน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...