โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจอแล้ว! “เจ๊แก้ว” เจ้าของแผงทุเรียนหายปริศนา โผล่บ้านญาติ ปลอดภัย

อีจัน

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 11.52 น. • อีจัน

จากกรณี น.ส.สุจิตรา กุลจันทร์ หรือ เจ๊แก้ว อายุ 43 ปี เจ้าของแผงทุเรียน ตลาดโพธิ์หวาย ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี หายตัวปริศนาตั้งแต่ 17 พ.ค. 68 ที่ผ่านมา พร้อมกับสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท เลทข้อมือทองคำ 10 บาท แหวนทองน้ำหนัก 5 บาท และเงินสดจากการขายทุเรียนกว่า 1 แสนบาท ทางครอบครัวหวั่นถูกฆาตกรรมชิงทรัพย์

คนหาย

เร่งหาตัว “เจ๊แก้ว” เจ้าของแผงทุเรียน หายปริศนา พร้อมทองคำ 20 บาท

2 วันก่อนหน้า19 พ.ค. 2025

ล่าสุด (20 พ.ค. 68) มีรายงานว่า ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี แจ้งว่าขณะนี้พบตัว “เจ๊แก้ว” ขณะอาศัยอยู่บ้านพักหลังหนึ่ง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เบื้องต้นพบว่าปลอดภัยดี

จากการประสานงานระหว่างเครือญาติ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า นางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว มีเพื่อนที่ปรึกษาอยู่คนหนึ่ง ซึ่งเจ๊แก้ว ได้ปรึกษาอยู่ต่อเนื่อง ในช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจและเครือญาติ จึงได้ติดต่อประสานไปยังบุคคลตามสถานที่ดังกล่าว และส่งผลให้เจ๊แก้ว เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงตนพร้อมยืนยันเป็นหลักฐาน กรณีชีวิตร่างกายและทรัพย์สินมิได้ถูกประทุษร้ายแต่อย่างใด

ด้านพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี จึงได้ลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่า พบตัวผู้สูญหายเรียบร้อยแล้ว โดยมีบุตรชายและบุตรสาว ลงนามเป็นพยานและเจ๊แก้วขอยืนยันว่าเป็นเหตุผลส่วนตัว ไม่ขอชี้แจงสาเหตุ ขอพักการทำงานเพื่อรักษาสุขภาพกายและสุขภาพใจ ได้แจ้งเหตุผลให้บุตรทั้ง 2 ทราบแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.30 น.วันนี้ (20 พ.ค. 68 )ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.พรณรงค์ การอรชัย ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่านับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ที่ตำรวจสามารถติดตามผู้สูญหายมาได้อย่างปลอดภัย เมื่อเจอผู้เสียหายแล้วทางตำรวจก็ทำตามระเบียบลงประจำวันว่าพบผู้สูญหายแล้ว หน้าที่ของตำรวจก็จบลง เนื่องจากไม่ใช่การทำความผิดคดีทางอาญา แต่เท่าที่สอบถามคือเขามีความไม่สบายใจในบางอย่าง ต้องการจะไปสงบจิต สงบใจ เพื่อให้กายและใจแข็งแรง เนื่องจากไม่ใช่ผู้ต้องหาและไม่ใช่พยานคดีอาญา ทางตำรวจจึงไม่สามารถที่จะสอบปากคำได้ และเจ้าตัวแจ้งว่าไม่ได้ถูกประทุษร้ายต่อร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สินแต่อย่างใด เคสนี้เป็นเรื่องดีที่ตำรวจหาเจอและปลอดภัย ถ้าไม่เจอก็คงจะเสียใจ ส่วนใครจะมีปัญหาครอบครัวอย่างไร คงจะไปก้าวล่วงไม่ได้ ท่านคงต้องแก้ด้วยตัวเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...