โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สุดารัตน์ ติง จัดงบลงทุนลด 7.3% หนี้สาธารณะจ่อทะลุ 13 ล้านล้าน

AEC10NEWs

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 09.53 น. • AEC10NEWS

พรรคไทยสร้างไทย วิจารณ์รัฐบาลจัดงบประมาณ ปี 2569

วันที่ 30 พ.ค.68 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แสดงความกังวลต่อการจัดทำงบประมาณปี 2569 ของรัฐบาล ที่แม้ตั้งวงเงินสูงถึง 3.78 ล้านล้านบาท แต่กลับลดงบลงทุนลงถึง 7.3% ทั้งที่ปีนี้ควรเป็นปีแห่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของโลกและยกระดับขีดความสามารถของประเทศ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การลดงบลงทุนในช่วงเวลานี้สะท้อนถึงการบริหารงบที่ขาดวิสัยทัศน์ รัฐบาลควรใช้การลงทุนภาครัฐเป็นหัวใจหลักของการฟื้นเศรษฐกิจ สร้างงาน กระจายรายได้ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่เดินหมากระยะสั้นที่ไร้ทิศทาง งบกลางที่ตั้งไว้สูงถึง 632,000 ล้านบาท โดยอยู่ภายใต้อำนาจของนายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว ควรถูกใช้ด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และเปิดให้สังคมตรวจสอบ โดยเฉพาะงบ 157,000 ล้านบาทที่ถูกโยกมาจากโครงการแจกเงินหมื่น และมีเวลาเสนอแผนงานแค่ 3 วัน เสี่ยงเกิดการทุจริตแบบ Fast Track

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ รัฐบาลยังให้น้ำหนักกับงบความมั่นคงมากกว่างบพัฒนาอนาคต ทั้งด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และแรงงาน ซึ่งจะทำให้ไทยพลาดโอกาสยกระดับประเทศในระยะยาว และไม่สามารถแข่งขันได้บนเวทีโลก ขณะเดียวกัน การคาดการณ์ว่าจะจัดเก็บรายได้ได้เพียง 2.88 ล้านล้านบาท และต้องกู้เพิ่มอีก 865,000 ล้านบาท ทำให้หนี้สาธารณะจ่อทะลุ 13 ล้านล้านบาท หรือ 69% ของ GDP ใกล้ชนเพดานหนี้ 70% อย่างน่าห่วง
ประเทศไทยไม่ได้ขาดงบประมาณ แต่ขาดแผน ขาดวิสัยทัศน์ และขาดหัวใจของผู้นำ ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนงบปี 69 อย่างรอบคอบ และเสนอ 3 ทางออก คือ

1) กองทุนเครดิตประชาชนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเงินทุนให้ประชาชนได้ใช้ในการทำมาหากินสร้างรายได้

2) เพิ่มงรีสกิล อัพสกิล เพื่อเพิ่มทักษะ ให้คนไทย แรงงานไทย ให้สามารถผลิตสินค้าที่ทันต่อความต้องการของโลก

3 ) ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ปรับโครงสร้างการเกษตรและอุตสาหกรรม ให้เดินหน้าด้วย เทคโนโลยี เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตและคุณภาพของสินค้า เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ประชาชนจึงจะสามารถอยู่ดีกินดีได้อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...