โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กลยุทธ์ "ไพรเวทช้อปปิ้ง" ดันสิงคโปร์ผงาดฮับแบรนด์หรูแห่งเอเชีย

PostToday

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 20.17 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 03.04 น.

ขณะที่ตลาดสินค้าหรูทั่วโลกกำลังซบเซา โดยเฉพาะในจีนและสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์กลับกลายเป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืด 8 ด้าน ยอดการใช้จ่ายสินค้าหรูในประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่าเศรษฐีกว่า 2.4 แสนคนที่หลั่งไหลเข้ามายังสิงคโปร์ กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้แบรนด์หรูระดับโลกต่างพากันแห่มาเปิดสาขาและขยายธุรกิจกันอย่างคึกคัก

Euromonitor International เผยข้อมูลกับ Bloomberg ว่า ยอดขายสินค้าหรูในสิงคโปร์ปีนี้คาดว่าจะพุ่งสูงถึง 1.39 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 3.7 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2567

ซึ่งนับว่าแซงหน้าศูนย์กลางช้อปปิ้งยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคอย่างญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ไปอย่างขาดลอย

อัตราการเติบโตของสิงคโปร์แบบปีต่อปีในช่วง 2567 ยังคงเหนือกว่าทุกตลาดในเอเชียที่ Euromonitor ติดตาม ยกเว้นเพียงญี่ปุ่นเท่านั้น

และในปี 2569 นี้ คาดการณ์ว่ายอดขายจะกลับไปแตะจุดสูงสุดก่อนโควิด-19 ระบาดในปี 2562 ที่ 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์

สิงคโปร์ เล็กพริกขี้หนูแต่ดึงดูดแบรนด์หรูระดับโลก

สิงคโปร์ แม้จะเป็นประเทศเกาะเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่เพียง 280 ตารางไมล์ ซึ่งเล็กกว่านครนิวยอร์ก และมีประชากรราว 6 ล้านคน เท่านั้น น้อยกว่ามหานครใหญ่อย่างโตเกียวหรือเซี่ยงไฮ้หลายเท่า

แต่กลับสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการผงาดขึ้นเป็น อันดับสามของเมืองที่มีการเปิดร้านค้าหรูแห่งใหม่มากที่สุด ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีนแผ่นดินใหญ่) เมื่อปีที่ผ่านมา

โดยข้อมูลนี้อ้างอิงจาก Savills บริษัทอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ชั้นนำ จากทั้งหมด 32 เมืองทั่วเอเชียแปซิฟิกที่ทำการสำรวจ

เห็นได้ชัดจากที่ศูนย์การค้า The Shoppes at Marina Bay Sands ที่แสดงถึงความคึกคักของตลาดสินค้าหรู โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเปิดตัว Marni แบรนด์หรูสัญชาติอิตาลี ที่ได้ฤกษ์เปิดสาขาแรกในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

Hazel Chan รองประธานอาวุโสฝ่ายค้าปลีกของศูนย์ฯ ได้เผยถึงบริการสุดพิเศษสำหรับ ลูกค้า VIP อาทิ บริการรถบักกี้รับส่งเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ารับบริการจัดสไตล์ส่วนตัว (Personal Styling)

นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ยังเตรียมเปิด ซาลอนสุดพิเศษ เพื่อจัดแสดงคอลเลกชันสินค้าหรูที่ยังไม่วางจำหน่ายให้กับลูกค้ารายใหญ่โดยเฉพาะอีกด้วย

Irene Ho ซีอีโอของ The Luxury Network Singapore กลุ่มการตลาดสำหรับแบรนด์หรูกล่าวเสริมว่า ปัจจุบันแบรนด์สินค้าหรูหันมาจัดกิจกรรมการขายแบบเชิญเฉพาะ (private invite-only events) บ่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โดยบางแบรนด์อาจจัดถึงสัปดาห์ละหลายครั้ง สะท้อนถึงเทรนด์การช้อปปิ้งที่เน้นความส่วนตัวสุด ๆ

Jonathan Siboni ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Luxurynsight บริษัทที่ปรึกษาด้านสินค้าหรู ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดสินค้าหรูในสิงคโปร์ โดยกล่าวว่า

"สิงคโปร์พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นฐานที่มั่นคงสำหรับกลุ่มคนรวย ซึ่งส่งผลให้เกิดฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งสำหรับตลาดสินค้าหรูในประเทศ"

เขายังได้เปรียบเปรยสิงคโปร์ว่าเป็น "โอเอซิสกลางทะเลทราย" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของสิงคโปร์ในการเป็นแหล่งรวมความมั่งคั่งและกำลังซื้อสินค้าหรู ท่ามกลางภูมิภาคที่อาจยังไม่เอื้ออำนวยเท่า

สนามทดสอบสำหรับแบรนด์หรู และประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการชะลอตัวของจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดสินค้าหรูทั่วโลก สิงคโปร์กลับกลายเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อย่างชัดเจน

นโยบายส่งเสริมความมั่งคั่งที่สิงคโปร์ดำเนินมานานหลายทศวรรษได้ดึงดูด กลุ่มบุคคลผู้มีความมั่งคั่งสูง (High-Net-Worth Individuals) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกับการสร้างภาคการเงินที่แข็งแกร่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้สิงคโปร์ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลก

ความแข็งแกร่งนี้ยังได้รับแรงหนุนเสริมจากเสถียรภาพทางการเมืองและฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนในประเทศ ปัจจุบันสิงคโปร์มีเศรษฐีเงินกว่า 2.4 แสนคน และรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยจากการจ้างงานก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน

การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจีน สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย หรืออินเดีย ล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายเพื่อค้าปลีกของนักท่องเที่ยวที่พุ่งสูงถึง 3.9 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2567 เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ทำให้สิงคโปร์ทำหน้าที่ทั้งเป็นหลุมหลบภัยและเป็นประตูสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับแบรนด์หรูที่ต้องการเจาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความท้าทายและการสร้างสมดุลทางสังคม

แม้สิงคโปร์จะโดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ที่หรูหราและเจิดจรัส แต่เบื้องหลังความมั่งคั่งนี้คือประชากรหลายล้านคนที่ไม่ได้ร่ำรวยเป็นเศรษฐี รัฐบาลสิงคโปร์จึงกำลังเผชิญกับภารกิจอันละเอียดอ่อนในการลดช่องว่างทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

หนึ่งในความพยายามสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชนชั้นแรงงาน คือ การเพิ่มภาษีคนรวย

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้มีความเสี่ยงที่อาจทำให้บรรดาผู้มั่งคั่งเลือกย้ายฐานที่อยู่ไปยังประเทศอื่นที่มีอัตราภาษีที่เอื้อประโยชน์มากกว่า เช่น ดูไบ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสิงคโปร์ได้

ธนาคารในสิงคโปร์ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบลูกค้ากลุ่มคนรวยเมื่อปีที่แล้ว สืบเนื่องจากคดีฟอกเงินครั้งประวัติศาสตร์มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งได้เปิดเผยช่องโหว่ในกระบวนการคัดกรองลูกค้าของธนาคารและบริษัทนายหน้าในประเทศ

อย่างไรก็ตาม คุณ Tan จาก RTG ได้ชี้ให้เห็นว่า การสอบสวนในคดีดังกล่าวกลับยิ่งช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของสิงคโปร์ในสายตานักลงทุนและกลุ่มคนรวย

โดยเป็นบทพิสูจน์ว่าสิงคโปร์มีกลไกทางกฎหมายที่เข้มแข็งในการปกป้องความมั่งคั่ง ข้อมูลส่วนตัว และชื่อเสียงของลูกค้า

"สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าระบบทำงานได้จริง และนั่นคือหัวใจสำคัญสำหรับกลุ่มคนที่ร่ำรวยและทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย" เขาสรุป

"เมื่อเกิดความไว้วางใจเช่นนี้ การจับจ่ายใช้สอยย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความไว้วางใจและการยอมรับนี้เองที่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้การใช้จ่ายสินค้าหรูในสิงคโปร์ยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในภูมิภาคจะเริ่มชะลอตัวลงก็ตาม"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...