รำลึก 10 ปี บิลลี่ พอละจี ผู้พิทักษ์สิทธิแห่งบางกลอย โดนอุ้มหาย
รำลึก 10 ปี บิลลี่ พอละจี ผู้พิทักษ์สิทธิแห่งบางกลอย โดนอุ้มหาย ชาวบ้านเผย ถ้าไม่ลุกขึ้นสู้ ก็ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวชั่วลูกชั่วหลาน
วันที่ 19 เม.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่บ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จัดกิจกรรม 10 ปี: บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ผู้พิทักษ์สิทธิแห่งบางกลอย ณ ใจแผ่นดิน ในระหว่างวันที่ 17-18 เม.ย.
โดยในงานมีการจัดนิทรรศการรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาพถ่ายความทรงจำของบิลลี่ ดนตรีเพื่อชุมชน และการฉายภาพยนตร์สั้นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของบิลลี่ การบังคับบุคคลให้สูญหาย และสิทธิจองชุมชนชาติพันธุ์ โดยมี ชาวบ้าน นักสิทธิมนุษยชน และตัวแทนเครือข่ายกะเหรี่ยง เข้าร่วมงาน
โดยในช่วงค่ำวันที่ 17 เม.ย. ก่อนการฉายภาพยนตร์สั้น มีการจัดพิธีตามความเชื่อของชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เพื่อรำลึกถึงนักต่อสู้สิทธิมนุษยชนแห่งบางกลอยที่เสียชีวิตไปแล้ว 3 ท่าน ได้แก่ ‘ปู่คออี้’ นายคออี้ มีมิ ผู้อาวุโสของชุมชน ‘บิลลี่’ นายพอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้สิทธิมนุษยชนที่หายตัวไป และแม่กิ๊ป ต้นน้ำเพชร สตรีผู้ออกมาต่อสู้เรียกร้องสิทธิให้ชุมชน
- ครอบครัว บิลลี่ พอละจี เตรียมยื่นฟ้องกรมอุทยาน เรียกค่าเสียหาย 26 ล้าน 4 เม.ย.นี้
- 9 ปียังคิดถึง บิลลี่ พอละจี ถูกอุ้มหาย ชาวบางกลอย จัดรำลึก หวังความจริงปรากฎ
จากนั้นเช้าวันที่ 18 เม.ย. มีกิจกรรม “กล่องความทรงจำ” เพื่อให้ชาวบ้านแสดงความคิดเห็นต่อปัญหาของชุมชน ผ่านเรื่องเล่าความทรงจำ โดยส่วนใหญ่สะท้อนความต้องการกลับคืนถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมที่ใจแผ่นดินในผืนป่าแก่งกระจาน ปัญหาสิทธิสถานะบุคคล ปัญหาสาธารณูปโภค ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ชาวบ้าน
น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า บทเรียน 20 ปี ของกรณีทนายสมชาย นีลไพจิตร และ 10 ปี ของ บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ทำให้ประเทศไทยสามารถมี พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ที่มีบทลงโทษแก่ผู้กระทำผิดบังคับบุคคลให้สูญหายที่ดีกว่าในอดีต
ในอนาคตเหตุบุคคลสูญหายจะเป็นคดีอาญาที่มีบทลงโทษหนักและมีการดำเนินการทางกฎหมายที่รวดเร็วขึ้น การปฏิบัติการจับกุมของเจ้าหน้าที่ต้องมีการบันทึกภาพ-เสียงตลอดกระบวนการควบคุมและจับกุมตัว ซึ่งจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์บุคคลสูญหาย
ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ชาวบ้านในนามกลุ่มบางกลอยคืนถิ่น กล่าวว่า ตอนที่พี่บิลลี่หายตัวไป ตนเพิ่งเรียนจบชั้น ม.2 ยังเป็นเด็กและไม่ได้สนใจปัญหาของชุมชน จนปี 2559 ตัดสินใจลุกขึ้นมาร่วมกับพี่น้องเรียกร้องสิทธิและความเป็นธรรมให้กับชุมชน ที่มีการจับกุมและถูกดำเนินคดีหลายกรณี
สำหรับเหตุการณ์สูญเสียบิลลี่เป็นแรงบันดาลใจต่อจิตสำนึกของตน เพราะเชื่อว่าหากพวกเราไม่เริ่มต้นสู้ เราต้องอยู่อย่างหวาดกลัวต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ
“10 ปีที่ผ่านมา จากที่ไม่เคยมีทางออก ตอนนี้เริ่มมีความหวัง เราเรียกร้องจนมีคณะกรรมการ 3 ฝ่าย มีแนวทางผลักดันให้ชาวบ้านสามารถกลับไปอยู่ที่ใจแผ่นดิน แต่ยังมีอุปสรรคอยู่อีกมาก” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
ด้าน น.ส.อัญชลี อิสมันยี ศิลปินนักดนตรี กล่าวว่า เหตุการณ์การหายตัวไปของบิลลี่เมื่อปี 2557 ทำให้ตนที่เป็นคนเพชรบุรีและไม่เคยรู้เรื่องราวของคนบางกลอยมาก่อน ได้สนใจปัญหาและมีโอกาสลงพื้นที่จนเห็นข้อเท็จจริงที่เกิดกับคนบางกลอย ได้รับรู้ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รุนแรงเกิดขึ้นกับชุมชนกะเหรี่ยงในผืนป่าแก่งกระจาน
เสมือนเป็นรอยต่อความคิดให้ตนมองเห็นความจริงว่ารัฐกำลังรังแกชาวบ้าน ซึ่งย้อนแย้งต่อการรับรู้ของสังคมไทยที่มี จ.เพชรบุรี ที่พยายามเชิดชูวัฒนธรรมคนเมืองเพชร ที่มีความหลากหลายหรือการอยู่ร่วมกันของคนที่มีความแตกต่างอย่างสงบสุข ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้ตนลุกขึ้นมาสื่อสารสถานการณ์ของชุมชนแห่งนี้ผ่านการเล่นดนตรี
“ตนพยายามใช้ดนตรีและบทเพลงสื่อสารทำความเข้าใจกับสังคม เพราะเชื่อว่าสิ่งนี้คือการต่อสู้ทางวัฒนธรรมที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายที่สุด สามารถจับหัวใจให้กำลังใจ เยียวยา สร้างอุดมการณ์ และส่งต่อความเข้าใจ ให้คนในสังคมไทยลุกขึ้นมาร่วมสู้กับชาวบ้าน” น.ส.อัญชลี กล่าว
ขณะที่ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาบิลลี่ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า 17 เม.ย. รำลึก 10 ปี บิลลี่ แม้มีใครบางคนว่าพวกเราจัดงานประจำปีของบิลลี่ก็ตาม พวกเราไม่สน แต่พวกเราจะจัดรำลึกคุณงานความดีของคนในชุมชนบ้านบางกลอย
เมื่อคืนทั้ง 3 ท่านคงรับรู้ถึงงานรำลึกถึง เพราะขนาดกำลังเอาข้าวไปวางไว้ มีลมพัดมาอย่างแรงจนรูปปู่คออี้กับรูปพี่กิ๊ปตกลงพื้น ทำให้ฉันขนลุก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รำลึก 10 ปี บิลลี่ พอละจี ผู้พิทักษ์สิทธิแห่งบางกลอย โดนอุ้มหาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th