โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

One Day Trip @ ระนอง - JPW

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2565 เวลา 15.24 น. • JPW

one day trip @ ระนอง

ย่างเข้าเป็นวันที่สามแล้วที่ฝนตกหนักติดต่อกัน มาพร้อมเสียงฟ้าร้องดังกระหึ่มเหมือนกับอยากตะโกนบอกว่า “หน้าฝนแล้วนะครัชชช”

ฝนพันธุ์เกษตร เม็ดใหญ่ๆ ตกเป็นสายต่อเนื่องราวกับจะละลายภูเขาได้ทั้งลูก ผมนั่งมองสายฝน เพลินๆผ่านหน้าต่าง พร้อมเปิดเพลงฟรี แบบสุ่มจาก youtube ฟังไหลๆไปเหมือนสายฝน ไม่ใช่เพราะความโรแมนติก แต่เพราะติดฝนออกไปไหนไม่ได้ !!

แล้วเสียงเพลง สัญญาหน้าฝน ของวงคาราบาว ก็ดังมาจาก youtube ผ่านลำโพงบลูทูธ ที่พอจะมีเสียงเบสดังอยู่บ้าง จนทำให้นึกถึงคำสัญญากับเพื่อนเก่าคนหนึ่งผู้ชอบท่องเที่ยว แต่มีเวลาน้อยนิด ว่าถ้ามาหาผมถึงถิ่นบ้านเกิด ผมจะจัดนำเที่ยวแบบ one day trip ในแบบไม่ซ้ำใคร ในเมืองเล็กๆแห่งนี้ เมืองบ้านเกิด ที่ผมเรียกว่า “ระนอง”

สมัยที่ผมอยู่ในวัยศึกษา ได้ไปศึกษาที่ต่างจังหวัด มีเพื่อนๆหลายคนไม่รู้จักจังหวัดระนอง อาจเป็นเพราะ ระนองเป็นจังหวัดเล็กๆ และข้อมูลข่าวสารก็ไม่ได้ทั่วถึง ไม่ออนไลน์แบบในสมัยนี้ เพื่อนๆเลยชอบให้ผมเล่าและนิยามความเป็นระนองให้ฟังหน่อย นิสัยอย่างผมความจำเรื่องคำขวัญจังหวัด ก็ไม่เคยจำได้จบบท พอคนถามมากเข้า ผมจึงตอบไปว่า ระนองนะเหรอ ก็เป็น “เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก” !!

หลายคนอยากมาเที่ยวที่ ระนอง แต่ส่วนมากมักติดขัดเรื่องเวลาบ้าง งบประมาณบ้าง ผมเลยจัดแนวทางเที่ยวคร่าวๆไว้ ซึ่งพอผ่านไปหนึ่งวัน ผมรับรองเลยว่าจะเป็นหนึ่งวัน ที่ทำให้เรารู้จักระนอง ในแง่มุมใหม่ๆ มากขึ้นอย่างแน่นอน

ผมเป็นคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว และเวลาที่ผมจะไปเที่ยวที่ไหนๆไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างแดน แนวเที่ยวของผม ต้องได้เรียนรู้สามอย่าง คือ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และผู้คน ของพื้นที่นั่นๆ แล้วในหนึ่งวันที่ระนอง ผมจะพาไปเที่ยวและเรียนรู้ให้ได้ครบทั้งสามอย่าง

เมื่อเรามีเวลาแค่หนึ่งวันในระนอง ผมอยากให้ลืมเรื่อง นอนค้างอ้างแรมแถมความโรแมนติก ไปก่อน เกาะสวยน้ำใสใคร่สวีท ก็คงต้องทำใจปล่อยไปกับสายลม

มาเริ่มกันที่ช่วงเช้าตรู่ อยากแนะนำให้ไปสถานที่จุดขายตลอดมา และอาจตลอดไปของ ระนอง นั้นคือ “บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน” ที่มีน้ำแร่ธรรมชาติแท้ๆ ให้เราได้ท่องเที่ยวและสัมผัส และสายลำน้ำที่ผ่านกลางบริเวณบ่อน้ำร้อน นั้นก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน

สมัยก่อน ระนองเป็นพื้นที่ ที่มีแร่ธาตุมากโดยเฉพาะ แร่ดีบุก ในสมัยก่อนนอกจากการทำเหมืองแร่ ยังมีการร่อนแร่ในแม่น้ำดังกล่าว เป็นอาชีพของคนระนองในสมัยก่อน ซึ่งจริงๆแล้วพื้นที่เมืองนี้เดิมเรียกขานกันว่า “แร่นอง” ความหมายตรงตัวคือ แร่นองเต็มไปหมด และภายหลังก็เพี้ยนกลายมาเป็น “ระนอง”

สักช่วงเวลา 8-9 โมงเช้า ผมแนะนำให้แบ่งเวลาไปเดินตลาดเช้า เวลาที่ผมไปเที่ยว สิ่งที่ผมจะพลาดไม่ได้คือการได้ไปเดินตลาดท้องถิ่นนั้นๆ ตลาดซึ่งไม่ใช่ตลาดจัดโชว์ เปิดท้าย หรือพวกตลาดส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะถ้าอยากได้เห็นวิถีชีวิต และวัฒนธรรมการกินอยู่ของผู้คนในที่นั้นจริงๆ เราไม่ควรพลาดเดินเที่ยวชม ซื้อหาของกินในตลาดที่คนท้องถิ่นจับจ่ายกันจริงๆ ซึ่งถ้ามาระนอง ผมแนะนำ “ตลาดสะพานยูง”

สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลาดสะพานยูง เป็นตลาดจริง พิงกำแพงเมืองเก่า การได้มาเดินตลาดแห่งนี้นอกจากจะได้เห็นวัฒนธรรมการกินอยู่ของชาวระนองแบบเรียลไทม์แล้ว แถมยังได้เห็นซากทาง ประวัฒศาสตร์ของกำแพงเมืองเก่า ที่ได้รับการอนุรักษ์และรับรองจากกรมศิลปากร ซึ่งหลังจากเดินเล่นซื้อหาของกินแล้ว สัก 10 โมง น่าจะแบ่งเวลาเดินเข้าไปเดินชมในส่วนของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งอยู่ติดกับตลาดสะพานยูงนั่นเอง

ผมขอข้ามไปช่วงบ่าย เนื่องจากช่วงเที่ยงเกี่ยวกับอาหารการกิน ผมจะไม่ค่อยถนัด เนื่องจากโดยส่วนตัวผมเป็นประเภทลิ้นจรเข้ เลยขอเน้นสถานที่เที่ยวมากกว่ากิน

ช่วงบ่ายผมอยากให้เริ่ม ที่การไปดูฝั่งพม่าบริเวณท่าเรืออันดามัน ซึ่งทางเข้าจะเป็นพื้นที่ของเอกชนที่เป็นโรงแรม ปัจจุบันผมลองไป เมื่อไปและขอเข้าชมเขาก็อนุญาติให้เข้าไปชมวิวได้ ซึ่งเราสามารถเห็นฝั่งพม่าที่ชาวระนอง เรียกกันว่า “เกาะสอง” ได้ด้วยตาเปล่า

พอยืนดู อยู่ฝั่งไทยก็ให้อดคิดไม่ได้ว่า เราอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง แค่สายตายังมองเห็น ก็เป็นห่วงกับสถานการณ์ของทางฝั่งนู่น แต่คงทำได้แค่ส่งกำลังใจไปให้ และอยู่ห่างๆแบบห่วงๆ

พอเราหันหลังกลับ และย้อนมาในเส้นทางเดิม สิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับการแวะชมให้เป็นบุญตาสักครั้ง นั่นคือสถานที่ ที่กล่าวขานกันว่า เป็นชัยภูมิทำเลฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ และที่แห่งนี้คือสถานที่พักพิงสุดท้ายของเจ้าเมืองระนองคนแรก “พระยารัตนเศรษฐี(คอซู้เจียง)”

“สุสานเจ้าเมืองระนอง” เป็นทำเลที่เข้าตามตำราจีนโบราณที่ว่า “หลังพิงมังกรเขียว(ภูเขา) หน้าคาราวะพยัคฆ์ขาว(น้ำ)” การได้มาเยือนสักครั้ง ยามที่ได้ตั้งจิตใจให้สงบนิ่ง เพื่อคาราวะต่อบรรพชน และสถานที่ อาจทำให้เราได้รับรู้ถึงพลัง หยิน-หยาง อันยิ่งใหญ่และพกกลิ่นอายแห่งโชคลาภและความสุขกลับไปด้วยโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่ขาดเสียไม่ได้สำหรับผมในการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ใดๆนั่น ผมชอบที่จะไปเที่ยวแหล่งวัฒนธรรม ความเชื่อหรือ ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาในท้องถิ่นนั่นๆ และแน่นอนสถานที่ต่อไปผมอยากชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวก็คือ “วัด”

หลายคนอาจคิดว่า วัดอีกแล้วเหรอ ธรรมดามาก ก็มีอยู่ทั่วไป แต่แน่นอนวัดที่ผมจะแนะนำย่อมมีเอกลักษณ์แห่งความเป็นเมืองระนองที่ไม่เหมือนใคร

สมัยตอนผมเด็กๆ เคยได้ยินน้าๆอาๆ คุยกันในวงกินช้าง 3 ขวด 100 ว่า ถ้านับคนระนอง ทั้งจังหวัดได้ สองแสนคน ในนั้น จะมีชาวไทย อยู่ หนึ่งแสนคน อีก หนึ่งแสนคน คือ ชาวพม่า!!

นี้คือภาพประชากรในระนองที่อธิบายได้ชัดเจนที่สุด ชาวไทยกับชาวพม่านั่นอยู่ร่วมกันมาอย่างน้อยเกือบ ครึ่งศตวรรษ สิ่งที่น่าสนใจคือการหลอมรวมและอยู่ร่วมของต่างชาติพันธ์ุ นั้นส่งเสริมให้เศรษฐกิจในระนองเติบโตทั้งในด้านการประมง และการทำสวน เกษตรกรรม

อย่างน้อยความดีส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ และที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ ตลอดระยะเวลากว่า50 ปี ทั้งชาวไทยและพม่าต่างก็อยู่ร่วมกันอย่างสงบได้อย่างน่าประหลาดใจ

วกกลับมาเข้าวัด อย่างที่เล่ามาเมื่อการอยู่ร่วมยาวนาน การผสานกันระหว่างวัฒนธรรม-ความเชื่อ ย่อมน่าสนใจ และรวมกันอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง นั่นคือ “วัดบางนอน”

การไปเที่ยวชม วัดบางนอน เราจะได้เห็นการร่วมวัฒนธรรมความเชื่อกันระหว่างชาวไทย กับชาวพม่า ไม่ว่าสถาปัตยกรรมเจดีย์ ที่ได้รับอิทธิพลรูปแบบมาจาก เจดีย์ “ชเวดากอง” หรือ พระพุทธรูปยืน ศิลปะแบบพุกาม ส่วนฝั่งไทยนั้น เราจะได้ชมพระนอน ปางไสยาสน์ ที่มีขนาดองค์ยาวที่สุดในภาคใต้ รวมถึงถ้าโชคดีอาจได้ชมพิธีกรรมทางศาสนาของชาวพม่าอีกด้วย

และสถานที่สุดท้าย ที่พอจะมีเวลาเหลืออยู่ ก่อนจบ one day trip อยากให้แวะไปถ่ายรูปพระราชวังรัตนรังสรรค์ ที่สร้างเลียนแบบของเดิม ที่ขนาดเท่าจริง ซึ่งในสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จมาประพาสเมืองระนอง เจ้าเมืองระนองได้สร้างถวายเพื่อไว้ทรงเป็นที่ประทับแรม

ผมชอบที่นี้ในส่วนที่เราจะได้เห็นศิลปะและสถาปัตกรรมในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ได้รับการคืนชีพขึ้นมาอย่างสวยงาม อีกทั้งมุมมองและแสงเงา ที่นี้ยังสวยงามเหมาะแก่การถ่ายรูป ซึ่งสวยงามทั้งตอนกลางวัน หรือยามที่อาคารโดยย้อมด้วยแสงในเวลาค่ำก็งดงามไม่แพ้กัน

one day trip @ ระนอง ในหนึ่งวันน่าจะพอได้จุใจและครบถ้วนทั้ง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และผู้คน แต่ถ้าอยากให้ครบเครื่อง ครบรส ผมแนะนำให้ตลอดการเดินทางไปทุกสถานที่ ตั้งแต่เช้ายันค่ำ ให้เดินทางโดยหาเหมารถสองแถว คันสีแดงแรงฤทธิ สักคันไว้นำทางยามท่องเที่ยวจะเฟี้ยวสุดทาง

เมื่อเสียงน้าเขียว คาราบาว ร้องเพลงสัญญาหน้าฝน มาถึงท่อนที่ว่า

“ถ้าฉันมีเงินทองมากมายหลายหมื่น คงไม่ยืนรอเธอจนฝนหมดฟ้า ฉันจะดาวน์เครื่องบินหว่านฝนลงมา ต่อสัญญาฝนเทียม” !!!

ผมก็คิดขึ้นมาดังๆในใจว่า แต่อย่ามาสัญญากับคนระนองนะครับ เพราะเมืองนี้ “ฝนแปด แดดแค่สี่” พี่คนนี้รอเธอได้ทั้งปี!!! / JPW

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...