โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟอร์มไม่ดีแต่บอลเขาเล่น 2 ครึ่ง

Soccersuck

เผยแพร่ 15 ก.พ. 2565 เวลา 23.36 น. • Soccersuck

ผมค่อนข้างโชคดีที่ได้เห็นทั้ง 3 ประตูจาก 2 สนาม (แบบสดๆ) ในเกมกลางสัปดาห์ที่มีเหตุการณ์ดราม่ากระชากหนังตาจนมีผลแพ้ชนะเกิดขึ้น
ขอข้าม แมนฯซิตี้ ไปก่อนนะครับ ผมเคยบอกแล้วว่าทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า มาตรฐานสูงเกินมนุษย์ ไม่ต้องดูก็รู้ว่ารูปเกมจะออกมาแบบไหน สุดท้ายเหลือบๆมาดูสกอร์ เช็ดเขร้ ยิง สปอร์ตติ้ง ลิสบอน 4-0 ในครึ่งแรก บ้าไปแล้ว
ผมแช่ตัวเองอยู่ที่ ปาร์ค เดอส์ แปรงซ์ อยู่พักใหญ่จนกระทั่งเห็นรูปเกมจึงขอมาหา content ที่ โอลด์แทรฟฟอร์ดดีกว่า
เปแอสเช ขึงเกมแทบจะวันเวย์โดยที่ เรอัล มาดริด ลงไปรับในแดนตัวเองตามสภาพขุมกำลังที่เอื้อให้แค่นี้และเป็นเกมลักษณะเยือนก่อน การไม่โดนนำก่อนเป็นเป้าหมายอันดับแรก
ยิ่งฟอร์มของ “ราชันชุดขาว” ช่วงหลังออกทะเลชนะแค่หนึ่งจาก 4 นัดด้วยแล้วการจะมาคิดการใหญ่ที่นี่ลืมไปได้เลย
แต่การรับต่ำยืนแพ็คกันแน่นก็ทำให้เจ้าถิ่นเล่นลำบากเพราะพวกสายสปีดอย่าง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ มีพื้นที่น้อยจนกระทั่งมาแผลงฤทธิ์เรียกจุดโทษแต่ ติโบต์ คูร์กตัวส์ อ่านหน้าเท้า ลีโอเนล เมสซี่ เซฟเต็มไม้เต็มมือ
แล้วไม่รู้อะไรดลใจให้ผมดันอยู่ดูจนกระทั่งเหลือเวลาอีกแค่ 30 กว่าวินาที (ทั้งๆที่คู่ แมนฯยูฯ กำลังอมันเลย)
เป็นลูกที่ต้องบอกว่าเหลือเชื่อจริงๆที่ เอ็มบาปเป้ จะแหวก 2 ผู้เล่นทีมเยือนไปต่อหน้าต่อตา ดูกันให้ดีจริงๆยืนเรียงกัน 3 ชั้นด้วย มีแต่ตัวสุดท้ายคิดว่ามาไม่ได้แน่ๆเลยกะจะไปดักกินด้านนอกที่เป็นเหลี่ยมเท้าขวาแต่ “นินจาเต่า” ดันแหวกแซนวิชซะงั้น
เป็นการเล่นของ 2 ทีมระดับโลกที่สนุกตรงจังหวะที่เราดูแล้วทีมอื่นทำไม่ได้แต่ได้เห็นไม่ว่าจะเป็นการเอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆ การแกะเพรสอย่างใจเย็นซึ่ง มาดริด พยายามจะ “ฮึด” ไล่ดูบ้างประปรายแต่สังขารของ โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช หรือ คาริม เบนเซม่า ที่อายุรวมกันไม่ต่างจากต้นตะเคียน ยิ่งไล่พื้นที่กลางยิ่งโบ๋
แต่การ build up หน้าประตูตัวเองมันคือความเสี่ยงอย่างหนึ่ง พูดได้ว่าปรัชญาอันเข้มข้นของ เกรแฮม พอตเตอร์ ตรงนี้ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง
จากการที่คุมเกมและเป็นฝ่ายเหนือกว่าในระบบการเล่นกลายเป็นรองและสุดท้ายแพ้ให้ แมนฯยูฯ 2-0
ก่อนเกมผมเชื่อว่าอย่างน้อยๆ “นกนางนวล” ไม่แพ้แน่เพราะพูดก็พูดในซีซั่นที่ “ปีศาจแดง” สภาพดีกว่านี้ ไบรจ์ตัน ยังเล่นซะเกือบหอบแดก
ยิ่งรูปเกมที่ออกมาในครึ่งแรกบอกเลยว่าโจทย์ที่ ยูไนเต็ด จะมี 3 แต้มออกไปในวันนี้มีได้อย่างเดียวคือ ไบรจ์ตัน ต้องจัดอะไรให้แบบไม่คาดคิด
คล้ายๆนาทีที่ 6 ที่แนวรับตัวสุดท้ายของทีมเยือนจับบอลลั่นจน คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าฉกเอาไปเล่นแต่สุดท้าย เจดอน ซานโช่ เลือกยิงเองจน “พี่โด้” โวยวายใหญ่นั่นแหละครับ
ผมไม่แน่ใจนี่คือแผนของ ราล์ฟ รังนิค หรือไม่ที่ครึ่งแรกเล่นแบบคุมโซนเพื่อเก็บแรงไว้มาเพรสแบบหนักๆในครึ่งหลัง
แต่จะด้วยอะไรก็ตามทีการเพรสที่ดุขึ้น+กับ อีฟส์ บิสซูม่า ซึ่งเล่นดีในช่วง 45 นาทีแรกดันเล่นยากก่อนเสียบอลจนกระทั่ง โรนัลโด้ ยิงปลดล็อกเป็นประตูแรกของตัวเองใน 587 นาที
การลืมท่าฉลองประจำตัว “Siiii” ของ โรนัลโด้ แต่แทนที่ด้วยการสไลด์เข่าคงเป็นการระเบิดและปลดปล่อยความเครียดออกมาแบบสุดๆ
ในมุมของ ไบรจ์ตัน การตามหลังลูกเดียวกับทีมสาย content ผมว่าไม่น่าหนักใจเท่าการเหลือ 10 ตัวหลังจากนั้น 3 นาทีมากกว่า
การยืนยันเจตนารมณ์ปั้นเกมจากหน้าประตูตัวเองอย่างไม่ละลดทำให้ทีมเยือนต้องจ่ายค่าเสียหายที่ว่านี้อีกครั้ง
ต้องปรบมือให้เจ้าหนู​ แอนโธนี่ เอลังก้า ที่ขยันไล่จน เลอิส ดังค์ ต้องเลือกที่จะทำฟาว์ล
ประเด็นที่น่าสนใจคือผู้ตัดสิน ปีเตอร์ แบงค์ส ให้ใบเหลืองท่ามกลางการกดดันของฝั่ง ยูไนเต็ด ที่มองว่าเป็น “โปรเฟชชั่นนอล ฟาว์ล” แต่สิงห์เชิร์คดำมองว่ายังเหลือ อดัม เว็บสเตอร์ ห้อยอีกคน (แต่อาจจะอยู่แบบไม่ใกล้มาก) มุมของฝั่งเจ้าถิ่นเชื่อว่ามา cover ไม่ทันอยู่แล้ว
ทันทีที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดเพื่อไปขอดู VAR ผมคิดว่า ไบรจ์ตัน ไปน่ารอดแล้วเพราะในแง่จิตวิทยาแล้วแน่นอนครับในห้องมอนิเตอร์เรียกไปดูแสดงว่าพวกเขาเห็นว่ามันน่าจะใบแดง (จากการดูหลายรอบส่วนผู้ตัดสินเห็นสดครั้งเดียว)
แบงค์ส ก็ต้องคิดในใจแล้วว่าหรือกูมองพลาดไปวะ เพื่อนๆมองว่ามันต้องแดงกันหมดถึงขนาดเรียกมาให้ดูเอง ถ้าไม่เปลี่ยนคำตัดสินกูต้อง “โดดเดี่ยว” แน่ๆ
10 ตัวเป็นการฆ่า “นกนางนวล” ทั้งเป็นครับเพราะพอตัวน้อยกว่าการ build up จากหลังขึ้นมาออกแนวง่อยแดกทันทีซึ่งฝั่ง ยูไนเต็ด ก็ซ้ำแผลแบบไร้ปราณียังไล่บอลราวกับฝูงปิรันย่า
แต่ “สอบตก” หากมองในแง่ของการมีตัวผู้เล่นมากกว่าแต่ยังไม่สามารถควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จ (แรชฟอร์ด ตัวสำรองลงมาเสียบอลตลอด) และถูกทีมเยือนเกาะแกะมาสร้างความหวาดเสียวจนกระทั่งเกือบๆหมดเวลา
ค่าเสียหายที่ต้อง “จ่าย” จากการนำแค่ 1-0 ของ “ปีศาจแดง” วันนี้ถือว่ารอดตัวไปนะครับ บทเรียนเดิมๆจากวันที่แพ้ มิดเดิลส์บรช์ ไม่ได้ทำให้ บรูโน่ เรียนรู้หลังยิงล่อเป้าคล้ายๆกันยังจะติดเซฟอีก (แก้ตัวยิง 90+7)
เตรียมรับแรงกระแทกได้เลยครับถ้า แดนนี่ เวลเบ็ค โขกเหน่งๆนาที 90 เข้ากรอบ ไม่รู้คู่เซนเตอร์ 2 คนทำอะไรอยู่ให้เขาเทคคนเดียว สมแล้วที่ เด เกอา ถึงกับด่ายันพ่อเลย
ครับ ไบรจ์ตัน อาจเสียท่าแพ้ภัยจากการเล่นสไตล์ของตัวเองแต่ทองคำไม่ได้ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้าโดยไม่ได้ออกแรงทำอะไร
คงต้องให้เครดิตน้ำพักน้ำแรงของฝั่งเจ้าถิ่นที่ขยันวิ่งไล่จนเกิดเป็นประตู 1-0 และใบแดงที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนทั้งหมด
3 แต้มที่ทำให้กลับขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ในค่ำคืนนี้ของ “ปีศาจแดง” ค่อนข้างพิเศษแบบใส่กรอบเหลี่ยมทองหรูหรามีราคาเพราะรูปเกมในครึ่งแรกสภาพนี่น่าตามหลังจริงๆ
แต่บอลเขาเล่นกัน 2 ครึ่งเป็นวลีสุด classic ที่หยิบยืมเอามาใช้ได้เสมอครับ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...