โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทุ่มให้งานสุดตัวแบบ Millennial หรือแบ่งเวลาให้ชีวิตแบบ Gen Z? โจทย์ยากของคนเกิดช่วงรอยต่อ

Mission To The Moon

เผยแพร่ 31 ต.ค. 2567 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

หากใครเกิดระหว่างปี 1993-1998 (หรือในบางแหล่งอาจนับตั้งแต่ปี 1990-2000) ก็ต้องบอกว่าคุณอาจเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เรียกว่า“ซิลเลนเนียล” (Zillennials) คนกลุ่มนี้เติบโตขึ้นในช่วงที่โลกการทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และต้องเผชิญกับสองวัฒนธรรมที่มีแนวคิดและค่านิยมแตกต่างกันสุดขั้ว ระหว่างมิลเลนเนียล (Millennials) ที่ให้ความสำคัญกับความสำเร็จในอาชีพ และเจนซี (Gen Z) ที่เน้นการมีชีวิตสมดุล
.
เคยรู้สึกแบบนี้ไหม? อยากทุ่มเทให้งานเต็มที่ แต่ก็กลัวจะพลาดช่วงเวลาดีๆ ของชีวิต อยากเป็นพนักงานดีเด่น แต่ก็ไม่อยากเครียดจนป่วย นี่คือความท้าทายที่ซิลเลนเนียลต้องเจอเมื่ออยู่กึ่งกลางระหว่างสองแนวคิดนี้
.
มาทำความเข้าใจความท้าทายของคนเกิดช่วงรอยต่อและข้อดีที่ซ่อนอยู่กัน!
.
ความสับสนระหว่างสองวัฒนธรรมการทำงาน
.
ซิลเลนเนียลเติบโตขึ้นมาพร้อมกับวัฒนธรรมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ในด้านหนึ่ง คนกลุ่มนี้ได้รับอิทธิพลจากรุ่นพี่มิลเลนเนียล ซึ่งเชื่อในความสำเร็จที่มาจากการทำงานหนัก ความก้าวหน้า และความมุ่งมั่นเพื่อสร้างฐานะที่มั่นคงและความภาคภูมิใจในอาชีพการงาน ในอีกด้านหนึ่ง เจนซีที่เป็นรุ่นน้อง กลับมีแนวคิดว่า “งานก็แค่งาน” คนรุ่นนี้เห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตแบบสมดุล และไม่ยึดติดกับความสำเร็จทางอาชีพเป็นหลัก
.
“ไม่มีใครเคยพูดถึงเลยว่าการอยู่ระหว่างสองรุ่นนั้นมันยากขนาดไหน” ซามานธา ฮาร์ต วัย 28 ปี กล่าวในคลิปวิดีโอที่มียอดวิวกว่า 800,000 ครั้ง สะท้อนความรู้สึกของคนรุ่นนี้ที่ต้องพยายามปรับตัวและหาคำตอบว่า ควรจะทำงานอย่างไรให้เหมาะสมที่สุดในยุคที่โลกการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลง
.
ซามานธา ฮาร์ต เล่าว่าเธอรู้สึกถูกดึงไปหลายทาง แม้ผลงานของเธอในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายสื่อสารจะออกมาดี แต่เธอก็ยังกังวลว่าทำได้ไม่ดีพอ แต่ในขณะเดียวกัน ตัวเธอเองก็รู้สึกผิดหวังกับระบบด้วย
.
ซิลเลนเนียลหลายคนก็รู้สึกเหมือนกันว่าตัวเองกำลังติดอยู่ระหว่างทางเลือกว่าจะเลิกงานตรงเวลาห้าโมงเย็นแล้วรู้สึกว่าตัวเองทำได้น้อยกว่าคนอื่น หรือจะทำงานล่วงเวลาทั้งที่ใจไม่อยากทำ
.
ความท้าทายของซิลเลนเนียล
.
นอกจากต้องปรับตัวกับวัฒนธรรมการทำงานที่ต่างกัน ซิลเลนเนียลหลายคนยังต้องเจอความท้าทายในการทำงานกับคนต่างรุ่น จิชนุ จายัน แนร์ วัย 29 ปี เล่าประสบการณ์จากร้านขายของชำที่เขาทำงานว่า “ผมต้องดูแลทีมที่เป็นเจนซี ขณะที่หัวหน้าผมเป็นมิลเลนเนียล การทำให้ทั้งสองกลุ่มที่มีมุมมองและความคาดหวังต่างกันทำงานร่วมกันได้ มันเป็นเรื่องท้าทายไม่น้อยเลย”
.
อีกหนึ่งความท้าทายที่ซิลเลนเนียลเผชิญคือปัญหาทางการเงินและเศรษฐกิจ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น หนี้บัตรเครดิต และความฝันในการมีบ้านเป็นของตัวเองที่ดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อม สถานการณ์ทางการเงินเหล่านี้สร้างความกดดันให้กับชีวิตอย่างมาก
.
ข้อดีที่ซ่อนอยู่ของการเป็นซิลเลนเนียล
.
แม้การอยู่ระหว่างสองวัฒนธรรมการทำงานจะสร้างความสับสน แต่มีข้อดีที่น่าสนใจ อิลานา ซิฟโควิช ซีอีโอบริษัทที่ปรึกษา Werq มองว่าสิ่งที่ดูเหมือนความท้าทายของซิลเลนเนียล อาจกลับกลายเป็นจุดแข็ง เพราะคนกลุ่มนี้เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ทุกรุ่น ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง
.
“คนกลุ่มนี้เหมือนนินจาในออฟฟิศ ที่สามารถเชื่อมความเข้าใจระหว่างคนต่างรุ่นที่ปกติอาจจะเข้ากันได้ยาก” อิลานา ซิฟโควิช กล่าว
.
แม้การเป็นซิลเลนเนียลจะเหมือนติดอยู่ระหว่างสองยุคและสองแนวคิด แต่ความเข้าใจในทั้งสองฝั่งทำให้คนกลุ่มนี้มีมุมมองที่ไม่เหมือนใคร สามารถเข้าใจทั้งคุณค่าของการทำงานหนักและความสำคัญของการมีชีวิตที่สมดุล อาจกล่าวได้ว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่คนที่ติดอยู่ระหว่างสองยุค แต่เป็นสะพานที่เชื่อมโลกเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน และนี่อาจเป็นสิ่งที่โลกการทำงานยุคใหม่ต้องการมากที่สุด
.
.
อ้างอิง
The struggle of being a workplace 'zillennial,' not knowing where you fit in : Lindsay Dodgson, Business Insider - https://bit.ly/4f2mZ7N
.
#worklife
#zillennial
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...