โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิพิธภัณฑ์ชีส แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของปารีส ครบจบเรื่องชีสทั่วฝรั่งเศส

Sarakadee Lite

อัพเดต 31 ส.ค. 2567 เวลา 02.57 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 17.14 น. • ดรุณี คำสุข

พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตเกี่ยวกับชีส (Le musée vivant du fromage: เลอ มิวเซ่ วิวอง ดูว์ โฟรมาช) โดยในที่นี้ขอเรียกสั้นๆ ว่า พิพิธภัณฑ์ชีส ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ณ บริเวณเกาะแซ็งต์ หลุยส์ (L’île Saint Louis) ซึ่งตั้งอยู่กลางแม่น้ำแซนและอยู่ด้านหลังของมหาวิหารโนทร์ดาม (Cathédrale Notre -Dame de Paris) ถือเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของกรุงปารีสที่มีการจัดแสดงเกี่ยวกับชีสทั่วทุกแคว้นของฝรั่งเศส

พิพิธภัณฑ์ชีส

พิพิธภัณฑ์ชีส เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567 ก่อนการแข่งขันโอลิมปิก Paris 2024 เพื่อเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงปารีสและเป็นแหล่งเรียนรู้ครบวงจรเกี่ยวกับชีสโดยผู้เข้าชมสามารถลิ้มลองรสชาติของชีสหลากหลายประเภทได้อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ชีส

ปิแยร์ บริสซง (Pierre Brisson) ผู้ก่อตั้งและทีมงานของเขาได้ร่วมกันสร้างสถานที่แห่งนี้มาด้วยวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เห็นความสำคัญและหันมาสนใจการประกอบอาชีพเกี่ยวกับการทำชีสให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการเลี้ยงสัตว์ การผลิตนม การผลิตชีส เป็นต้น รวมถึงเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่อยู่ในแวดวงของชีสกับโรงเรียนหรือสถานที่ฝึกสอนให้ความรู้ทางด้านนี้ที่นับวันจะมีลดน้อยลงทุกที ภายใต้คอนเซปต์ดังกล่าวการจัดองค์ประกอบของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงต้องการดึงให้ผู้เข้าชมไปอยู่ในโลกของชีสอย่างเต็มรูปแบบ เรียกว่าได้ทั้งความรู้และได้ลิ้มรสชาติของชีสหลากหลายประเภทเสมือนได้เดินทางไปท่องอาณาจักรชีสจากผู้ผลิตทั่วประเทศฝรั่งเศส

พิพิธภัณฑ์ชีส
พิพิธภัณฑ์ชีส

การจัดแสดงของ พิพิธภัณฑ์ชีส แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ เริ่มจากโซนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชมด้วยการบอกเล่าเรื่องราวของชีสประเภทต่างๆ ทั่วทุกแคว้นของฝรั่งเศส รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะภูมิประเทศของแต่ละแคว้นผ่านมัลติมีเดียต่างๆ ทั้งแผนที่อินเทอร์แอ็กทิฟ หน้าจอแบบทัชสกรีนที่มีทั้งคำอธิบาย และคำถาม-คำตอบ ต่อมาเป็นโซนขององค์ความรู้ที่เกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตชีสแต่ละอย่าง รวมไปถึงเวิร์กช็อปและกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การสาธิตการผลิตชีสให้ผู้เข้าชมได้ดูกันแบบสดๆ ทั้งสองโซนนี้จะรวมอยู่ในห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์มัลติมีเดียแสดงวิธีการและขั้นตอนในการผลิตชีสประเภทต่างๆ รวมทั้งจะเป็นโซนที่ให้ผู้เข้าชมได้ลิ้มชิมรสชาติของชีสแต่ละชนิดด้วย นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายชีสและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องและร้านขายของที่ระลึก

พิพิธภัณฑ์ชีส
พิพิธภัณฑ์ชีส

อัตราค่าเข้าชม พิพิธภัณฑ์ชีส สำหรับบุคคลทั่วไป ราคา 20 ยูโร เด็กที่มีอายุ 5-11 ขวบ ราคา 13 ยูโร และเด็กอายุ 12-17 ปี ราคา 17 ยูโร ในการเข้าชมแต่ละครั้งจะมีไกด์คอยบรรยายและให้ความรู้รวมถึงตอบข้อซักถามต่างๆ รวมถึงแนะนำวิธีการรับประทานชีสที่แตกต่างกัน การเข้าชมแต่ละครั้งจะใช้เวลารอบละประมาณ 1-1.15 ชั่วโมง การบรรยายมีสองภาษา คือ ภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ

กว่าจะมาเป็นชีสนั้นแน่นอนว่าต้องเริ่มจากสารตั้งต้นคือ นม ไม่ว่าจะเป็นนมประเภทใดก็ตามทั้งนมวัว นมโค นมแพะ หรือ นมควาย วิธีการจะเริ่มต้นจาก Le caillage (เลอ กัยยาช) คือการทำให้มีรสเปรี้ยวหรือการหมัก ในการทำชีสจะเริ่มจากการทำให้นมที่เป็นของเหลวนั้นมีลักษณะที่แข็งและจับตัวเป็นก้อนก่อนซึ่งอาจจะต้องเติมส่วนผสมที่เรียกว่า Présure (เพรซูว์ หรือ Rennet ในภาษาอังกฤษ) เพื่อจะช่วยให้นมมีการจับตัวกันเป็นก้อน และนมจะถูกแยกออกเป็นสองส่วนคือส่วนที่เป็นของเหลวเรียกว่า Le petit lait (เลอ เปอตี เล หรือ Whey ในภาษาอังกฤษ) และส่วนที่จับตัวกันเป็นก้อนเรียกว่า Le caillé (เลอ กัยเย หรือ Curd ในภาษาอังกฤษ) ซึ่งส่วนนี้จะถูกนำไปทำชีสในขั้นตอนต่อไป

Le décaillage (เลอ เดกัยยาช) หรือส่วนที่จับตัวเป็นก้อนจะถูกทำให้แตกหรือแยกออกเป็นชิ้นๆ หรือก้อนเล็กๆ ถ้าหากชิ้นใหญ่ก็แสดงว่ามีน้ำหรือมีความชื้นอยู่มาก แต่ถ้าชิ้นเล็กๆ จะมีความชื้นน้อยกว่าและแน่น ก้อนหรือชิ้นส่วนที่ได้จากขั้นตอนนี้จะถูกนำไปขึ้นรูป L’égouttage (เล กุตตาช) เป็นการกดหรือบีบเพื่อไล่น้ำที่อยู่ในส่วนที่เป็นก้อนนั้นหยดออกมา อาจจะทำด้วยมือโดยใช้ผ้ากรอง หรืออาจจะใช้เครื่องกดก็ได้

ต่อมาเป็นขั้นตอน Le moulage (เลอ มูลาช) หรือการขึ้นรูปชีสโดยใส่ในพิมพ์รูปแบบต่างๆ ตามลักษณะของชีส รวมถึงเป็นการกำหนดน้ำหนักของชีสด้วย ส่วน Le salage (เลอ ซาลาช) เป็นการใส่เกลือซึ่งสามารถผสมลงไปในตัวเนื้อชีสโดยตรง หรือโรยไว้ด้านบน หรือแม้แต่นำไปแช่ในน้ำเกลือก็ได้ตามลักษณะ หรือประเภทของชีส ซึ่งขั้นตอนนี้เหมือนเป็นขั้นตอนการถนอมอาหาร การฆ่าเชื้อโรค และเป็นการพัฒนารสชาติของชีสไปในตัวด้วย

ขั้นตอนสุดท้ายของการทำชีสคือ L’affinage (ลัฟฟีนาช) เป็นการบ่มหรือการพักซึ่งจะพักไว้ในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่อาจกินระยะเวลาหลายวัน หลายเดือน หรือหลายปีก็ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของชีสซึ่งจะทำให้ชีสที่ได้มีการพัฒนาทั้งทางกายภาพและทางจุลชีววิทยา

ชีสหลากชนิดที่เราเห็นและรู้จักนั้นสามารถแยกประเภทได้ตามวิธีในการผลิตออกเป็นเก้าชนิด ประกอบด้วย ชีสที่มีขอบหรือเปลือกด้านนอกและมีเนื้อชีสค่อนข้างแข็ง (Fromages à pâte pressée cuite : โฟรมาช อา ปัต แพร็สเซ กุวต) เช่น Gruyère (กรุยแยร์) Emmental (เอม็องตาล) และ Beaufort (โบฟอร์) Eomté (กงเต) ชีสที่เปลือกด้านนอกมีขอบ แต่เนื้อชีสนุ่ม (Fromages à pâte pressée non cuite: โฟรมาช อา ปัต แพร็สเซ นง กุวต) เช่น Salers (ซาแล็กส์) Abondance (อะบงด็องส์) Raclette (คราแกล็ตต์) และ Tome de Savoie (ตอม เดอ ซาวัว)

ชีสที่มีส่วนผสมของความชื้นหรือเชื้อราสีเขียวๆ น้ำเงินผสมอยู่ในเนื้อชีส (Fromages à pâte persillée : โฟรมาช อา ปัตต์ แปคซิเย่) จึงมักเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า Bleu (เบลอ หรือ Blue ในภาษาอังกฤษ) เช่น Roquefort (คร็อคฟอร์) Bleu d’Auvergne (เบลอ โดแวร์ญ) และ Fourme de Montbrison (ฟรูม เดอ มงบรีซง)

ชีสเนื้อครีมข้นลักษณะนุ่มละลาย (Fromages à pâte molle et croûte fleurie : โฟรมาช อา ปัตต์ มอลล์ เอ ครุต เฟลอครี) เช่น Camembert (กาม็องแบร์) และ Chaource (ชาอูส์) Brie (บรี) นอกจากนี้ยังมี เนื้อชีสลักษณะเป็นครีมข้นนุ่มละลาย แต่มีการล้างและขัดเปลือกนอก (Fromages à pâte molle et croûte lavée: โฟรมาช อา ปัตต์ มอลล์ เอ ครุต ลาเว่) ในระหว่างที่มีการบ่มหรือพักชีสจะมีการนำมาล้างและขัดหลายๆ ครั้งในน้ำเกลือซึ่งบางครั้งอาจจะมีการใส่แอลกอฮอล์เพิ่มเข้าไป เช่น Époisses (เอปวดส์) Maroilles (มาครวล) และ Pont l’Evêque (ปง เลแว็กก์) ลักษณะเด่นอีกประการคือมีสีออกส้มๆ เปลือกด้านนอกจะชื้นและมีกลิ่นค่อนข้างฉุน

ชีสสด (Fromage frais ou à pâte fraîche: โฟรมาช เฟระ อู อา ปัตต์ แฟรช) เป็นชีสที่ไม่ผ่านการพักหรือบ่มชีสมีเนื้อเป็นลักษณะครีมละลายและควรบริโภคหลังการผลิตอย่างเร็วที่สุด เช่น Petit-Suisse (เปอตี-สวีซ) และ Fromages blancs (โฟรมาช บล็อง) ชีสที่ผลิตจากส่วนเลอ เปอตี เล (Le petit lait คือส่วนที่เป็นของเหลวที่ได้จากการทำให้นมจับตัวกันเป็นก้อน) เช่น brocciu (โบรชูว์) และ Brousse de Rove (บรูซ เดอ ครอฟ) ชีสเนื้อยืด (Fromages à pâte filée: โฟรมาฌ อา ปัตต์ ฟิเล่) เช่น Mozzarella (มอซซาเรลล่า) และ ชีสที่ได้จากการทำให้เนื้อชีสสุก (Fromages fondus: ฟรมาฌ ฟองดูว์) หรือเป็นการนำชีสหลายๆ ประเภทมาผสมกัน เช่น Cancoillotte (กงโกย็อตต์) ชีสสำหรับทา และชีสสำหรับกินเล่นเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย เป็นต้น

Fact File

  • พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตเกี่ยวกับชีส (Le musée vivant du fromage) ตั้งอยู่ที่ 39 ถนน Saint-Louis en l’île ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
  • พิพิธภัณฑ์เปิดทำการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ และการเดินทางที่สะดวกที่สุดคือ Métro 1 สถานี Saint Paul และ Métro 7 สถานี Pont Marie (Cité des Arts)
  • รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://musee-fromage-paris.com

อ้างอิง

The post พิพิธภัณฑ์ชีส แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของปารีส ครบจบเรื่องชีสทั่วฝรั่งเศส appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...