โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ไขความลับ ทำไม Apple ต้องใช้ชื่อแบรนด์นำหน้าทุกบริการ ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2567 เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2567 เวลา 08.10 น.

ชวนสำรวจเหตุผลว่า ทำไมชื่อบริการความบันเทิงของ Apple เช่น Apple TV+, Apple Music และ Apple Arcade ต้องมีชื่อแบรนด์นำหน้าเสมอ

วันที่ 8 มิถุนายน 2567 เชื่อว่าเมื่อเอ่ยชื่อของ “แอปเปิล” (Apple) หลายคนคงนึกถึงแบรนด์บิ๊กเทคเจ้าของผลิตภัณฑ์ระดับแฟลกชิปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน (iPhone) ไอแพด (iPad) แมค (Mac) และผลิตภัณฑ์ในตำนานอย่างไอพอด (iPod)

รวมถึงบริการเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ ที่เข้ามาเติมเต็มอีโคซิสเต็มของแบรนด์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ได้แก่ Apple One, Apple TV+, Apple Music, Apple Arcade, Apple Podcasts และ Apple Books

สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงการขยายน่านน้ำทางธุรกิจ เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับพอร์ตฟอลิโอของแบรนด์ แต่หากสังเกตชื่อบริการเพื่อความบันเทิงของ Apple ทุกประเภทแล้ว จะพบว่ามีการตั้งชื่อโดยใช้คำว่า “Apple” ที่เป็นชื่อแบรนด์มานำหน้าชื่อบริการเสมอ

กลยุทธ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความตั้งใจของ Apple คืออะไร ?

“สุธีรพันธุ์ สักรวัตร” Chief Customer Officer, SCBX กล่าวในการบรรยายหัวข้อ The Age of Rebranding: Unveiling the Secrets Behind Iconic Brand Transformations งานสัมมนา Creative Talk Conference 2024 ที่จัดเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2567 ว่า

การที่ชื่อบริการเพื่อความบันเทิงของ Apple มีชื่อแบรนด์แม่นำหน้าเสมอ มาจากการสร้างแบรนด์โดยใช้โครงสร้าง ที่เรียกว่า “Branded House“ คือแบรนด์ลูกทั้งหมดถือเป็นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์แม่ จึงใช้ชื่อของแบรนด์แม่เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงลูกค้า

“ข้อดีของการใช้โครงสร้างแบบนี้ คือการสื่อสารของแบรนด์แม่จะแข็งแรงมาก ๆ ลูกค้ารู้ทันทีว่าสิ่งนี้เป็นสินค้าหรือบริการของแบรนด์อะไร แต่ก็มีความเสี่ยงตรงที่เมื่อแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเกิดปัญหา จะส่งผลเสียต่อการรับรู้ของแบรนด์แม่ทั้งหมด“

“สุธีรพันธุ์” กล่าวด้วยว่า กลยุทธ์Branded House ถือเป็นในรูปแบบการสร้างแบรนด์ตามโครงสร้าง (Brand Architecture) ที่มีอีก 4 รูปแบบในปัจจุบัน ได้แก่

1.Sub Brands : แบรนด์ลูกอาศัยชื่อของแบรนด์แม่ในการออกสินค้าหรือบริการใหม่ แต่แยกการบริหารงานอย่างชัดเจน เช่น เครือ Virgin ที่มี Virgin Active และ Virgin Atlantic

2.Endorsed Brands : แบรนด์ลูกมีความแข็งแรงอยู่แล้ว แต่ใช้ชื่อของแบรนด์แม่มาช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ เช่น เครือ Marriott ที่มี Marriott Bonvoy และ Courtyard by Marriott

3.House of Brands : แบรนด์ลูกในเครือของแบรนด์แม่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น เครือ Uniliver ที่มีโดฟ, ซันซิล, ลักซ์ ฯลฯ

4.Hybrid Brands : แบรนด์ที่ผสมผสานวิธีการบริหารแบรนด์รูปจากทุกรูปแบบ เช่น Google ที่มี Google Workspaces, Waymo และ YouTube

“โครงสร้างแบรนด์แต่ละรูปแบบเหมาะกับการทำงานที่แตกต่างกัน เช่น House of Brands มีความยืดหยุ่นในการสื่อสารและบริหารงาน แต่ไม่มีการสื่อถึงแบรนด์แม่ ซึ่งต้องดูว่าความต้องการของแบรนด์เป็นแบบใด เพื่อนำไปใช้ได้อย่างตรงจุด”

apple-ctc2024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไขความลับ ทำไม Apple ต้องใช้ชื่อแบรนด์นำหน้าทุกบริการ ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...