โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่อพลิก! สาวถวายตัวสวิงกิ้งกับพระ โดนแฉกลับคลิปลับ

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2567 เวลา 16.17 น. • RS PCL

จากกรณีสองสามีภรรยา เดินทางมาขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกพระที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ หลอกลวงให้มีเพศสัมพันธ์ อ้างว่าเป็นการต่อดวงชะตาชีวิตให้พระรูปนั้น เป็นเวลานานเกือบ 2 ปี และยังมีการหลอกลวงให้มีเซ็กซ์หมู่กับลูกศิษย์คนอื่นด้วย

ซึ่งต่อมา สำนักงานพระพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้รับแจ้งจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งได้ดำเนินการร่วมกับทางคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์ว่า พระสงฆ์รูปที่ปรากฏเป็นข่าว ชื่อว่า พระอาจารย์โอ ได้สำนึกผิดและทำการลาสิกขาเรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความมัวหมอง และความเสื่อมเสียต่อภาพลักณ์ของคณะสงฆ์ โดยมีเจ้าคณะปกครองสงฆ์ในพื้นที่ได้ทำพิธีลาสิกขาให้ และคณะสงฆ์จะมีคำสั่งให้ปิดที่พักสงฆ์ดังกล่าวต่อไป นั้น

ล่าสุด (12 มิ.ย. 2567) ทีมข่าวช่อง 8 ได้รับการติดต่อจากลูกศิษย์อดีตพระโอ พร้อมส่งภาพลับแฉกลับกลุ่มที่ออกมาแฉอดีตพระโอคือกลุ่มที่เสียประโยชน์ และที่กล่าวหาอดีตพระโอว่าทำพิธีถวายตัวนั้นไม่จริง แต่กลุ่มนี้คือกลุ่มที่เต็มใจได้กันเอง และเต็มใจให้ถ่ายคลิปอีกด้วย

นอกจากนี้อดีตพระโอตอนบวชเป็นพระเคยทำวัตถุมงคล แล้วมีคนมาโกงเงินอดีตพระโอทำให้กลุ่มที่ออกมาแฉหมดไป 14 ล้านบาท และจะมีการดำเนินคดีกันอยู่ เนื่องจากเอาวัตถุมงคลของพระโอไปแต่ไม่ยอมคืนเงิน ทำให้มีบางคนสูญเสียผลประโยชน์จากกรณีนี้ก็เลยออกมาแฉเรื่องถวายตัวสวิงกิ้งทำลายชื่อเสียง

โดยภาพหลักฐานแฉกลับกลุ่มดังกล่าว ที่ทางลูกศิษย์อดีตพระโอมอบให้นักข่าว เป็นภาพที่กลุ่มนี้กำลังร่วมมีเพศสัมพันธ์กัน ซึ่งทางลูกศิษย์บอกว่าอดีตพระโอกำลังถูกบางคนแบล็กเมล์หวังเรียกเงิน โดยในภาพไม่มีพระร่วมสวิงกิ้งกันแต่มีคนที่บอกว่าเป็นเพื่อนกันแล้วไปแฉเรื่องนี้อยู่กับสองสามีภรรยาที่ออกมาร้องเพจสายไหม โดยเป็นการพร้อมใจกันถ่ายคลิป เต็มใจสวิงกิ้ง และมีคลิปที่หญิงสาวคนหนึ่งกำลังเต้นยั่วด้วยท่าทีเต็มใจ ยิ้มหัวเราะ และมีอะไรกันโดยการถ่ายคลิปกันเอง ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด

ล่าสุดทีมข่าวได้พูดคุย นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีหญิงสาวเข้าร้องเรียนพระรูปหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอมีเพศสัมพันธ์อ้างเพื่อทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนได้ประสานไปยังสำนักพุทธศาสนาซึ่งเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ พระรูปที่ก่อเหตุได้ถูกให้สึก และไม่ได้เป็นพระแล้ว นอกจากนี้ทางสำนักพุทธศาสนาจะมีการอายัดทรัพย์สินของพระที่กระทำพิธีดังกล่าวเพราะเชื่อว่าได้มาจากการทำบุญของญาติโยมระหว่างที่บวชเป็นพระสงฆ์อยู่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีจำนวนกว่า 100 ล้านบาท เพราะอดีตพระดังกล่าวมีการขายวัตถุมงคลด้วยจึงทำให้มีทรัพย์สินจำนวนมาก

ส่วนเรื่องการดำเนินคดีตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำผู้เสียหายและแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเข้าข่าวรุมโทรม เพราะทุกครั้งที่พระทำพิธีจะมีการกระทำลักษณะมีลูกศิษย์ร่วมระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวด้วย และมีการกระทำแบบสวิงกิ้ง อดีตพระอ้างว่าที่ต้องทำแบบนั้นเพราะจะทำให้พิธีมีความศักดิ์สิทธิ์มาก

นอกจากผู้เสียหายที่มาร้องเรียนเมื่อวานนี้แล้ว ยังมีอีกจำนวนมากมีทั้งผู้ชายผู้หญิงที่ถูกอดีตพระเคยกระทำการก่อเหตุ และทุกครั้งจะให้ลูกศิษย์เป็นคนถ่ายคลิป อ้างว่าจะต้องนำไปถวายองค์เทพเพื่อจะทำให้พิธีศักดิ์สิทธิ์ จึงคาดว่านอกจากคดีที่มีการล่วงละเมิดทางเพศแล้วอาจจะเข้าข่ายคดีอื่น ๆ อีก

ทั้งนี้ จากเมื่อคืนทีมข่าวได้ทำการลงพื้นที่ สำนักสงฆ์ที่เป็นข่าวนั้น มาในวันนี้ตั้งแต่ช่วงเช้าตลอดทั้งวัน มีการปิดเงียบไม่มีผู้ใดออกมาเลย ทั้งนี้ เมื่อทำการสำรวจด้วยรอบ พบว่ามีการตีกำแพง โดยรอบบริเวณ สถานปฏิบัติธรรมอย่างแน่นหนา ด้วยหน้ามีการติดป้าย ห้ามถ่าย ห้ามคุยโทรศัพท์ ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต

และในขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนเรียกคนข้างใน กลับไม่มีเสียงตอบกลับมาหรือเดินออกมา แต่สิ่งที่ทางทีมข่าวพบเห็น คือ ภายในสำนักสงฆ์มีหญิงสาว อายุประมาณ 30-40 ปี อาศัยอยู่ และเมื่อเห็นกล้องมีการหลบเพื่อหาอะไรบังไว้ แต่ในช่วงเวลาบ่าย มีพนักงานส่งของเข้ามาหน้าสำนักสงฆ์ เพื่อเอาของมาส่ง ทั้งนี้ หลังจากรออยู่สักพัก ก็มีผู้หญิงคนที่ทีมข่าวจับภาพได้ออกมารับของ แต่เมื่อทีมข่าวพยายามขอพูดคุย กับไม่ตอบคำถาม พูดแต่เพียงว่า ไม่อนุญาตให้ถ่าย และเพียงบอกว่า อาจารย์โอ วันนี้ไม่อยู่ ออกไปที่อื่น ไม่สะดวกให้ข้อมูล และเดินเข้าไปในสำนักสงฆ์ทันที

โดยต่อมาเมื่อทีมข่าวได้ขับวนรอบสำนักสงฆ์ พบว่าด้านหลังจะติดกับที่ดินของอาจารย์โอที่ซื้อสะสมไว้ พบว่า ประตูข้างหลังเป็นสีแดง และมีการลงอักขระอักษรพม่าไว้ด้วย และทีมข่าวยังได้ยินเสียงของการเปิดบทสวดมนต์ แต่เมื่อทีมข่าวพยายามเรียกพูดคุยก็ไม่มีเสียงตอบโต้เช่นเดิม

ด้าน ป้าดา อายุ 56 ปี ชาวบ้านที่อยู่ข้างสำนักสงฆ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า ชาวบ้านจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวภายในสำนักสงฆ์ ส่วนมากจะเป็นญาติโยมจากต่างจังหวัดที่มาทำพิธีตามช่วงเทศกาลต่าง ๆ เช่น งานไหว้ครู วันสงกรานต์ วันปีใหม่ เป็นต้น และท่านจะทำวัตถุมงคลให้เช่า แต่ท่านจะไม่ออกบิณฑบาตหรือรับกิจนิมนต์ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร แต่ท่านก็ให้การช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด หากมีงานหรือกิจกรรมของหมู่บ้าน ท่านก็ให้ลูกศิษย์นำปัจจัยและสิ่งของมาช่วยเหลือ และจากกรณีที่มีข่าวว่าท่านไปมีอะไรกับผู้หญิงนั้น ตนและชาวบ้านไม่เชื่ออย่างแน่นอน เพราะจากพฤติกรรมที่เห็นท่านเป็นพระที่เคร่งมาก อัธยาศัยดี ทักทายพูดคุยกับชาวบ้านโดยตลอด ตนเชื่อว่าจะต้องเป็นการกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...