โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พิธีไล่น้ำ" สมัยอยุธยา พิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ ไล่น้ำท่วมให้ลด ไล่น้ำลงทะเล

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 พ.ย. 2568 เวลา 18.11 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2568 เวลา 18.10 น.
ไพร่ฝีพายเรือของเจ้านายและขุนนางสมัยอยุธยา ลายเส้นจากหนังสือจดหมายเหตุ ลา ลูแบร์

“พิธีไล่น้ำ” หรือ “พิธีไล่เรือ เถลิงพิธีตรียัมพวาย” ในสมัยอยุธยา พิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ ไล่น้ำท่วมให้ลด ไล่น้ำลงทะเล

ในสมัยอยุธยา บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่ที่มีน้ำไหลหลากท่วมเป็นประจำทุกปี ได้นำเอาความอุดมสมบูรณ์มาให้แก่ชาวอยุธยา ทั้งข้าวและปลาก็บริบูรณ์ ดังที่ นิโกลาส์ แชร์แวส ชาวฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์บันทึกว่า

“น้ำท่วมใหญ่ ซึ่งดูเป็นที่น่ารำคาญและทำความเสียหายให้มากนี้ กลับนำประโยชน์และความชื่นชอบมาสู่คนสยามและนำความมั่งคั่งมาสู่ประเทศ…ต้นข้าวนั้นชอบอยู่ในน้ำ น้ำยิ่งสูงเท่าไรลำต้นยิ่งแข็งแรง…สิ่งที่ให้ประโยชน์อีกประการหนึ่งในกรณีที่มีน้ำท่วม ก็คือมีปลาเป็นอันมาก…”

อย่างไรก็ตาม หากปีใดมีน้ำหลากมามากเกินไป ก็จะสร้างความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรได้ โดยหากน้ำจะหลากท่วมสูงเร็วผิดปกติ ต้นข้าวไม่อาจจะโตทันได้ภายในเวลาอันสั้น คือไม่ทันชูยอดขึ้นเหนือน้ำ ก็จะทำให้ข้าวเน่าและตายได้

ดังนั้น ในปีใดหากมีน้ำเหนือไหลหลากลงมามากเกิน ราชสำนักอยุธยาจะประกอบพระราชพิธีที่เรียกว่า “พิธีไล่น้ำ” ซึ่งพิธีดังกล่าวนี้ปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธี 12 เดือน บางครั้งเรียกว่า “พิธีไล่เรือ เถลิงพิธีตรียัมพวาย”

พิธีนี้จะจัดขึ้นในเดือนอ้าย (ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม) ขั้นตอนประกอบพิธีคือ พระมหากษัตริย์เสด็จฯ ประทับเรือพระที่นั่ง พร้อมด้วยพระอัครมเหสี พระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าหลานเธอ และขุนนางผู้ใหญ่ตามเสด็จฯ เป็นขบวนใหญ่ โดยขบวนเสด็จพยุหยาตราชลมารคจากอยุธยาแล้วล่องตามแม่น้ำลงไปทางทิศใต้

เมื่อล่องขบวนเสด็จฯ ไปถึงสถานที่ที่กำหนดก็ทำพิธีตั้งเครื่องบัตรพลีทำพิธีเรียกขวัญสู่ขวัญพระแม่คงคา มีการร้องลำน้ำเห่กล่อม หลังจากนั้นพระมหากษัตริย์ “เสด็จออกยืน” กลางเรือพระที่นั่ง แล้วทรงถือ “วาลวิชนี” (พัดโบก) หนึ่งในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ทรงโบกไปมาเหนือลำน้ำ โดยจะทรงโบกในลักษณะจากเหนือลงใต้ เป็นสัญลักษณ์ว่าขอให้เกิดลมมาพัดกระแสน้ำให้ไหลลงทะเลโดยเร็วเพื่อน้ำที่กำลังหลากท่วมจะได้ลดลง

นอกจากนี้ ในการประกอบพิธีก็อาจจะมีการใช้พระแสงดาบฟาดฟันสายน้ำ เพื่อเร่งรัดให้น้ำลดลงอีกด้วย ดังที่ปรากฏอยู่ในคำให้การชาวกรุงเก่า ที่บันทึกถึงเหตุการณ์ที่สมเด็จพระนารายณ์ทรงเรือพระที่นั่งในเวลาน้ำขึ้น “รับสั่งให้น้ำลด แล้วทรงพระแสงฟันลงไป น้ำก็ลดตามพระราชประสงค์”

อย่างไรก็ตาม นิโกลาส์ แชร์แวส อธิบายว่า พิธีนี้ได้เลิกไปในสมัยสมเด็จพระนารายณ์นั้น ดังที่บันทึกว่า “เมื่อก่อนนี้ยังมีอีกโอกาสหนึ่งที่จะได้เห็นพระองค์ คือในวันเสด็จไปประกอบพระราชพิธีฟันน้ำ เพื่อมิให้มันท่วมขึ้นมา แต่ปัจจุบันนี้ได้ยุบเลิกขนบประเพณีที่ว่านี้เสียแล้ว”

เหตุที่ต้องมี “พิธีไล่น้ำ” ก็เพื่อไล่น้ำที่หลากท่วมท้องทุ่งให้ราษฎรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวในนาที่กำลังสุกพอดีเกี่ยว ซึ่งพิธีนี้ไม่ได้ทำทุกปี แต่จะทำเฉพาะในปีที่เกิดน้ำหลากลงมากจนสร้างความเสียหายแก่นาข้าว แม้ว่าพิธีกรรมนี้อาจจะช่วยไล่น้ำไม่ได้จริง แต่ก็นับว่าเป็นพิธีที่สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ราษฎรในสมัยก่อนอย่างมาก

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

นิโกลาส์ แชร์แวส. (2550). ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมือง แห่งราชอาณาจักรสยาม (ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์). แปลโดย สันต์ ท. โกมลบุตร. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ศรีปัญญา.

สิทธารถ ศรีโคตร. (มกราคม, 2555). น้ำท่วม ทำเลที่ตั้ง และการจัดการน้ำในเมืองโบราณของไทย. ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 33 : ฉบับที่ 3.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 กันยายน 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พิธีไล่น้ำ” สมัยอยุธยา พิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ ไล่น้ำท่วมให้ลด ไล่น้ำลงทะเล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...