โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พร้อมรึยัง! ถ้าผู้ชายต้องกิน ยาคุม บ้าง เมื่อผลทดลองเผย ?

อีจัน

อัพเดต 29 มี.ค. 2565 เวลา 05.56 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2565 เวลา 05.56 น. • อีจัน

ยาคุม หรือ ยาคุมกำเนิด เป็นหนึ่งในวิธีการคุมกำเนิดด้วยการรับประทานยาเม็ดซึ่งบรรจุฮอร์โมนเพศหญิงไว้ ออกฤทธิ์ต่อการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศหญิง ทั้งปากมดลูก ผนังมดลูก และรังไข่ ผู้หญิงที่รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดอย่างถูกวิธีจะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ได้

ซึ่งอาจจะมองว่าเป็นเพียงแค่ ผู้หญิง ฝ่ายเดียวมาตลอดที่ต้องคอยระมัดระวัง แต่ล่าสุดทางการแพทย์อาจช่วยเพิ่มความ ‘เท่าเทียม’ โดยถ้าภาระนี้ตกมาเป็นหน้าที่ผู้ชายในการการคุมกำเนิดบางล่ะ

เมื่อมีการทดลอง ‘ยาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชาย’ ในหนูจนผลออกมาพบว่าสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยาคุมตัวเม็ดใหม่นี้สร้างขึ้นโดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตาจึงเตรียมที่จะทดลองในมนุษย์ต่อไป

ส่วนสรรพคุณทางยาหรือความพิเศษของยาคุมนี้ ไม่ได้ใช้‘ฮอร์โมนช่วยในการคุมกำเนิดเหมือนของผู้หญิง ส่วนยาคุมกำเนิดตัวนี้ได้เข้าไปบล็อกโปรตีนเข้าไปจับกับวิตามินเอตัวที่มีความสำคัญต่อภาวะเจริญพันธุ์หรือยับยั้งอสุจิความสามารถในการให้กำเนิดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

โดยเมื่อให้หนูทดลองกินยาตัวใหม่นี้ ภายในสี่สัปดาห์จำนวนอสุจิของหนูจะลดลงจนกลายเป็นหมันในที่สุด และเมื่อทีมหยุดการให้ยาดังกล่าว ก็พบว่าหนูสามารถกลับมาสืบพันธุ์ได้ตามปกติภายใน 4-6 สัปดาห์กันด้า จอร์จ (Gunda Georg) ศาสตราจารย์ด้านเคมีการแพทย์ มหาวิทยาลัยมินนิโซตา ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่าสิ่งที่ทำให้ยาคุมในเพศชายนี้แตกต่างจากในอดีตที่ผ่านมาคือ ‘ปราศจากผลข้างเคียง’ ของหนูหลังจากที่ได้รับยา “พวกมันกิน ดื่ม และทำกิจกรรมทางเพศปกติได้ แม้พวกมันจะไม่มีสเปิร์มแล้ว”

อาจดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับใครหลายคน แต่ความจริงตั้งแต่ศตวรรษ 1970 นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นคว้าหาวิธีการสร้างยาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายมาตลอด และยังไม่ประสบความสำเร็จ แม้ผลลัพธ์การทดลองในหนูจะทำยาคุมชนิดนี้ดูมีความหวัง แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็เชื่อว่าไม่ควรคาดหวังมากเกินไปว่ามนุษย์เพศชายจะมียาคุมกำเนิดให้ได้ใช้จริงเร็วๆ นี้

อีกสิ่งสำคัญที่ทำให้การคุมกำเนิดของเพศชายเป็นเรื่องซับซ้อน เพราะเพศชายมีการผลิตอสุจิเพิ่มขึ้นทุกวัน ในขณะที่เพศหญิงมีรอบการตกไข่ที่คาดการณ์ได้กว่าในทุกๆ เดือน “ถ้ายาที่ทดลองในหนูสำเร็จใช้ได้ผลกับมนุษย์ทุกตัว ป่านนี้คงมีทางรักษามะเร็งไปแล้ว” ดอกเตอร์ไมเคิล ไอเซนเบิร์ก (Michael Eisenberg) ศาสตราจารย์ด้านระบบทางเดินปัสสาวะ สถาบันการแพทย์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าว

อีกทั้งในศตวรรษที่ 1990 องค์การอนามัยโลกเคยทำการวิจัยเกี่ยวกับการใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ในรูปแบบของการคุมกำเนิด ผลลัพธ์คือยามีประสิทธิภาพสูงในการลดจำนวนอสุจิ แต่ต้องมีการใช้ฮอร์โมนในระดับสูง ซึ่งต้องแลกกับผลข้างเคียงอย่างเช่น น้ำหนักขึ้น สิวขึ้น อารมณ์หงุดหงิดแปรปรวน

เนื่องด้วยความพิเศษของการทำงานโดยปราศจากฮอร์โมนของตัวยานี้ แม้การทดลองอาจจะล้มเหลวในอนาคต แต่อย่างน้อยทีมวิจัยก็ได้ค้นพบสารประกอบในตัวยา ที่อาจจะสามารถนำไปสร้างยาคุมทางเลือกอื่นได้ต่อไปในอนาคต เฮทเทอร์ วาฮ์เดท (Heather Vahdat) ผู้อำนวยการบริหารของสถาบันการคุมกำเนิดในเพศชาย ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมินนิโซตา ประเมินว่า กว่ายาคุมกำเนิดในเพศชายจะออกสู่ท้องตลาดจริงๆ อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบปี

อ้างอิง Smithsonian Magazine. Male Birth Control Pill Expected to Start Human Trials This Year. https://bit.ly/3wMKZsA

CEO กองสลากพลัส “หวย 80 บาท แก้ได้ ถ้ารับฟังปัญหา” คลิปอีจันแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...