โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนรู้จัก ‘Situationship’ ความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่เพื่อน แต่ก็ไม่ใช่แฟน!

Dek-D.com

เผยแพร่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 10.07 น. • DEK-D.com
เชิญชวนทุกคนมาลองทำความรู้จัก 'Situationship' ความสัมพันธ์ที่จะเรียกว่าเพื่อนก็พูดได้ไม่เติมปาก แต่จะเรียกว่าแฟนก็ไม่ได้

spoil

  • Situationship ความสัมพันธ์ที่ไม่ผูกมัด ไม่มีสถานะ และ(อาจจะ)ไม่ได้มีแค่เราคนเดียว
  • ทำให้คนสนุก ไม่ต้องผูกมัดทางอารมณ์ และทำให้คนเครียดถ้าเป็นฝ่ายที่เริ่มรู้สึกมากกว่า
  • ถ้าอยู่ในสถานะนี้ต้องซื่อตรงกับความรู้สึกและขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์ให้ชัดเจน

สวัสดีเพื่อนพ้องน้องพี่ชาว Dek-D.com ทุกคนค่ะ เราอาจจะอยากเดตกับใครสักคนไว้แก้เหงา ไม่ได้อยากจริงจัง เวลาคนถามว่าเป็นอะไรกันก็ตอบไปว่ามันซับซ้อน หรือที่เราอาจจะคุ้นเคยกันในวลี “It’s complicated”เรามีความสุขด้วยกัน/ใกล้ชิดกัน แต่ไร้สถานะ บทความนี้ชวนรู้จักกับคำว่า “Situationship”จะเป็นยังไงมาลองดูกันค่ะ

Situationship คืออะไร

ศาสตราจารย์ Jess Carbino บอกว่า Situationship หมายถึงความสัมพันธ์แบบโรแมนติกที่ไม่มีการผูกมัด และไม่มีความคาดหวังเข้ามาเกี่ยวข้องเรากับคน ๆ นั้นอาจจะมีการใช้เวลาร่วมกัน สุข สนุก ทุกข์ไปด้วยกัน แต่ไม่ได้มีการพูดคุยกันว่าอนาคตของเราจะเป็นยังไงต่อไป นักจิตวิทยา Sabrina Romanoff จาก Yeshiva University บอกว่าความสัมพันธ์แบบนี้จะทำให้คนได้สัมผัสถึงประโยชน์ของการมีความสัมพันธ์กับใครสักคน และการเป็นโสดไปพร้อม ๆ กันเป็นความสัมพันธ์ก้ำ ๆ กึ่ง ๆ ไม่สุดทาง

แบบไหนที่เรียกว่า Situationship

1. ความสัมพันธ์แบบไม่มีชื่อเรียก

เรากับคน ๆ นั้น ไม่เคยมีการคุยกันว่าความสัมพันธ์ของเราคืออะไร ซึ่งอาจจะเกิดจากเพราะเรารู้สึกว่ามันเร็วเกินไปที่จะมีบทสนทนานี้ หรือเรารู้สึกไม่สบายใจที่จะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา

2. ไม่มีความสม่ำเสมอ

ความไม่สม่ำเสมอเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งที่บอกว่า เรากำลังอยู่ในสถานะก้ำกึ่งแบบนี้ เราไม่รู้เลยว่าเราคาดหวังอะไรได้บ้าง เราไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะได้เจอกันอีกทีเมื่อไร หรือเขาจะตอบข้อความที่ส่งไปหาตอนไหน หรือเขาจะอยากมีเราแบบนี้ต่อไปมั้ย

3. ไม่มีการพูดถึงอนาคต

ไม่มีการวางแผนอนาคต วางแผนครอบครัว วางแผนว่าจะอยู่ด้วยกัน ไม่มีการพาไปเจอเพื่อน/ครอบครัว เหมือนกับว่าการคุยกับเราไม่ใช่เรื่องหลัก ไม่ใช่เรื่องสำคัญของชีวิตเขา

4. เป็นความผูกพันแบบผิวเผิน

แม้ว่าเราจะใช้เวลาด้วยกัน/ใกล้ชิดกัน แต่มันก็เท่านั้น ไม่มีการพัฒนาความรู้สึกที่ลึกซึ้งมากกว่านั้น บทสนทนาก็เป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป หรือ dirty talk เป็นส่วนใหญ่ เขาไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวของเรา หรือเราไม่เคยคุยกันเรื่องความกลัว/เรื่องที่เรารู้สึกไม่ปลอดภัยเลยสักครั้ง

5. ความสัมพันธ์แบบเอาความสะดวกเป็นหลัก

ไม่ได้มองว่าการออกไปเจอกันมันเป็นเรื่องสำคัญหรือเป็นเรื่องที่ต้องทำ ไม่มีหรอกการทำตัวเองให้ว่างเพื่อที่เราจะได้มาเจอ มีแต่การเอาเวลาที่ว่างเป็นหลัก ว่างตอนไหนค่อยนัดเจอกันตอนนั้นนะ

6. ไม่หือไม่อือ ไม่ตามต่อ

ตอนเจอหน้ากัน เราก็จะทำเหมือนกับว่าเรื่องระหว่างเรามันมี “ซัมติง” อยู่นะเออ แต่พอจากกันปุ๊บ ต้องมาคุยกันผ่านข้อความหรือคุยโทรศัพท์ เราจะปรับเปลี่ยนโหมดตัวเองกลับเข้าสู่โหมดสบาย ๆ เป็นตัวเอง โสด ๆ นักจิตวิทยา Romanoff บอกว่า เราจะรับรู้ได้เลยว่าคน ๆ นั้นไม่ได้อยากจะเริ่มการสนทนา ไม่ได้อยากจะต่อบทสนทนาที่เราคุยกันมากนัก

7. ไม่ได้มีแค่เราคนเดียว

ถ้าเราเป็นคู่รัก มันจะมีเส้นแบ่งความสัมพันธ์ที่ชัดเจนมาก เราจะวางไว้เลยคน ๆ นี้เป็นใครสำหรับเรา แต่ในความสัมพันธ์ก้ำ ๆ กึ่ง ๆ ที่เราไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงชื่อเรียกของความสัมพันธ์ ทำให้อาจจะไม่ได้มีแค่เรา แต่เขาทำแบบนี้กับคนอื่นด้วย

ข้อดีข้อเสียของสถานะก้ำ ๆ กึ่ง ๆ

  • ข้อดี: ทำให้คนรู้สึกสนุก ไม่เครียด ไม่ต้องมีการผูกมัดการทางอารมณ์ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร
  • ข้อเสีย: อาจมีใครคนใดคนหนึ่งที่เริ่มรู้สึกมากกว่า เริ่มเกิดความคาดหวังอยากได้มากกว่านี้ ซึ่งมันทำให้เกิดความเครียดเพราะความไม่แน่นอน ความไม่สม่ำเสมอของความสัมพันธ์

ถ้าอยู่ใน Situationship ต้องทำยังไง

1.ซื่อสัตย์กับความรู้สึก และบอกตัวเองให้ชัดเจนว่าความตั้งใจของเราในความสัมพันธ์นี้คืออะไร

2. พูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการถ้าเรามั่นใจแล้วว่าอยากทำให้ความสัมพันธ์มันจริงจังขึ้น ก็พูดออกไปเลย เผื่อว่าเขาอาจจะคิดเหมือนเรา หรือถ้าไม่ เราจะได้ไม่หลอกตัวเองและเปิดโอกาสให้ตัวเองไปเจอคนใหม่

3. พูดสถานะ จุดยืน ขอบเขตเส้นที่เราขีดเอาไว้ในความสัมพันธ์นี้ให้ชัดเจนมันจะได้ไม่ถลำลึกแล้วเราจะมาเสียใจทีหลัง

ถามว่าแล้วสถานะแบบนี้มันจะเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์จริงจังได้มั้ย พี่ว่ามันขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์ ถ้าเราชอบเขาจริง ๆ ก็พูดออกไปเลยอย่างที่บอก แต่ต้องคิดว่าด้วยว่าเราไม่สามารถไปบังคับความรู้สึกของใครได้ ต้องให้เวลาเขาได้คิดในสิ่งที่เราเพิ่งพูดไปสักนิดด้วยนะ ใครกำลังตกอยู่ในสถานะแบบนี้ก็คอมเมนต์บอกพี่ได้ พี่จะได้มีเพื่อน ฮ่า ๆ แล้วพบกันใหม่นะคะ : )

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...