ย้อนเวลามาเป็นชายาอัปลักษณ์
ข้อมูลเบื้องต้น
ซ่งลี่จิน
นางแบบสาวชุดว่ายน้ำชื่อดังผู้เพรียบพร้อม
รูปร่างสะโอดสะองขยี้ใจชาย
และใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา
ไหนเลยกลับอายุสั้นประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
แล้วดันมาเกิดใหม่ในร่างหญิงอัปลักษณ์
ซ่งลี่จิน
บุตรสาวเสนาบดีใหญ่ผู้มากอำนาจ
แต่กลับไม่มีแม้แต่ชายใดมาสู่ขอตบแต่งเข้าเรือน
บรรดาคุณชายสูงศักดิ์ไม่ว่าจะจวนสกุลไหน
ต่างพากันหลีกเลี่ยง
ในที่สุดก็ต้องใช้อำนาจบิดามัดมือชก
ให้แต่งเข้าจวนท่านแม่ทัพ
โจวหลี่เจี๋ย
ชายหนุ่มรูปงามมากด้วยความสามารถ
และกองกำลังทหาร
ทั้งยังมีคู่หมายเป็นถึงองค์หญิงหกผู้เลอโฉม
นางจะเอาอะไรไปสู้!
FB PAGE
นามปากกา ฉีลี่
หญิงงามหาใช่ใบหน้า
หญิงงามหาใช่ใบหน้า
แค่ก แค่ก
" คุณหนู ! คุณหนูเจ้าคะ ! "
ร่างเล็กของสาวใช้สามคนต่างพารุมล้อมพัดวีร่างอวบของผู้เป็นนายหญิง หลังจากเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญช่วยกันตัดผ้าแพรผืนยาวสีแดงบนขื่อจวน เพื่อเอาร่างของหญิงสาวผู้ซึ่งตัดสินใจปลิดชีพด้วยอับอายในใบหน้าอัปลักษณ์ ผ้าแพรสีอ่อนที่ปิดบังรูปโฉมของใบหน้าไว้กว่าครึ่งถูกปลดออกให้หายใจได้สะดวก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีร่องรอยแผลเป็นจุดสีเข้มกระจายทั่วผิวแก้มและลำคอ
" เสี่ยวเจียงไปตามท่านหมอมาเร็วเข้า ! "
ซ่งลี่จิน ปรือตามองรอบห้องด้วยความยากลำบาก รู้สึกเจ็บร้าวรอบลำคอจนเปล่งเสียงแทบไม่ออก อันที่จริงเธอควรตื่นมาอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำหรือไม่ ? จำได้ว่าเหตุการณ์สุดท้ายก่อนหมดสตินั้น เธอยังถ่ายแบบชุดว่ายน้ำอยู่ในสตูดิโอแห่งหนึ่ง เป็นเซ็ตชุดว่ายน้ำราคาแพงจากแบรนด์ดังที่มีวางขายเพียงไม่กี่ชุดทั่วโลก ในขณะที่กำลังบิดกายโพสท่าแอ่นสะโพกผายให้เลนส์กล้องจับภาพอยู่นั้นเอง อุปกรณ์จัดฉากชิ้นใหญ่ก็ล้มลงมาทับร่าง ท่ามกลางเสียงหวีดร้องตกใจสุดขีดของทีมงานนับสิบคนก่อนที่สติจะดับวูบไป
แต่ไหนเลยถึงได้มาโผล่ในห้องหับแบบจีนโบราณประดับด้วยผ้าแพรหรูหราแบบนี้ไปได้
" คุณหนู..ฮึก..อย่าทำแบบนี้เลยนะเจ้าคะ.."
.
" ถึงแม้ท่านแม่ทัพโจวจะรับองค์หญิงหกมาเป็นอนุภรรยา ยังไงเสียคุณหนูก็เป็นฮูหยินใหญ่นะเจ้าคะ "
.
ใครนะ ?
ลี่จินพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง โดยมีสามสาวใช้ช่วยกันประคอง กวาดสายตามองไปรอบห้องแล้วก็ต้องแปลกใจ เมื่อสถานที่รอบกายตกแต่งประดับราวกับตอนนี้กำลังเป็นนางเอกอยู่ในฉากหนังพีเรียด ก้มมองมืออวบขาวของตัวเองที่ประปรายไปด้วยรอยแผลเป็นพุพองสลับกับใบหน้าเหลอหลาของบรรดาสาวใช้
" ที่นี่ที่ไหนนะ ? "
" จวนท่านแม่ทัพโจวไงเจ้าคะ "
" ฉันชื่ออะไรนะ ? "
" คุณหนูซ่ง ซ่งลี่จินเจ้าค่ะ "
คันฉ่องทองเหลืองถูกเช็ดจนเงาวับ ปรากฏใบหน้าหญิงอวบที่มีแก้มอูม ผิวพรรณล้วนประดับด้วยรอยแผลเป็นกระจายเป็นจุด ๆ ตามลำคอ หน้าอก แผ่นหลัง และแขนขาต่างเป็นรอยแผลตุ่มหนองน่าเกลียดน่ากลัว ทั้งยังรูปร่างเจ้าเนื้อไม่ถึงกับอ้วนแต่ก็ชวนให้อึดอัด ทำเอาลี่จินต้องถอนหายใจแรง เธอคนนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สวยซะทีเดียว แต่ร่างกายนั้น อ่อนแอ น้ำเหลืองไหลเวียนไม่ดีจึงเจ็บป่วย เป็นแผลพุพองและสร้างรอยแผลเป็นจุดสีเข้มไปทั่วร่าง ทั้งยังถูกนินทาว่าร้ายไปทั่วแคว้นว่าเป็นหญิงกาละกิณี ไม่มีแม้แต่บุรุษใดไปสู่ขอตบแต่งเข้าเรือน ทั้งที่เกิดมาชาติตระกูลหรือก็สูงส่ง มีบิดาดำรงยศถาบรรดาศักดิ์เป็นเสนาบดีระดับสูง จนถึงขั้นบิดาต้องใช้อำนาจกดดันให้จวนสกุลโจวของแม่ทัพหลี่เจี๋ยมาสู่ขอ ด้วยกลัวบุตรสาวเพียงคนเดียวกลายเป็นสาวแก่ขึ้นคาน ทั้ง ๆ ที่แม่ทัพโจวนั้นมีคู่หมายเป็นถึงองค์หญิงหกซู่ซินฮวาอยู่ก่อนแล้ว
เหตุนี้เองเจ้าของร่างเดิมจึงตัดสินใจปลิดชีพของตน เพราะแม่ทัพใหญ่ผู้นั้น ไม่แม้แต่จะมาร่วมพิธีวิวาห์กับเจ้าหล่อน โดยอ้างว่าติดราชการอยู่ที่ชายแดนส่งเพียงป้ายหยกประจำตำแหน่งมาเข้าพิธีแทนเท่านั้น แต่บัดนี้กลับจะเดินทางมาสู่ขอองค์หญิงหกรับเข้าจวนมาเป็นอนุภรรยา เร่งรัดข้ารับใช้ในจวนให้จัดเตรียมงานกันเสียให้วุ่นวาย แต่อาการเจ็บป่วยของซงลี่ จินกลับไม่มีผู้ใดมาเหลียวแล แม้จะผ่านเวลามาหลายวันแล้วก็ตาม
หญิงสาวถอนหายใจอีกครา ค่อย ๆ บรรจงใช้สมุนไพรที่สั่งให้สาวใช้สามคนช่วยกันตำจนละเอียดพอกบำรุงไปตามร่างกาย ยังไงก็จับพลัดจับผลูมาอยู่ในร่างนี้และจนปัญญาจะหาหนทางกลับบ้านแล้ว สู้ตั้งสติและรักษาตัวเองให้มีอายุยืนยาวต่อไปย่อมดีกว่า ได้ยินมาว่าองค์หญิงหกนั้นเป็นสาวงามล่มเมือง กิริยามารยาทก็เรียบร้อยอ่อนหวาน
แต่หญิงงามก็หาใช่แค่ใบหน้า
ตำแหน่งสุดยอดนางแบบสาวเซ็กซี่สามสมัยซ้อนการันตีซ่งลี่จิน
เก่งจริงก็มาสู้กันที่เรื่องบนเตียงดูก่อน
เรือนร่างอรชร
เรือนร่างอรชร
" ฮึ่บ ฮ๊า ฮึ่บ "
" คุณหนู…ทำอะไรเจ้าคะ…"
เสี่ยวเจียงสาวใช้วัยเพียงสิบเจ็ดหนาว นั่งมองนายหญิงของตนที่ตื่นตั้งแต่ยังไม่ทันรุ่งสางดี ลุกขึ้นมาดัดกายด้วยท่าทางแปลกประหลาดอยู่เกือบชั่วยาม ทั้งยังส่งเสียงน่าอายแบบที่อิสตรีทั่วแคว้นไม่มีผู้ใดกระทำกัน ใบหน้าขาวอวบมีรอยแผลเป็นประดับประปรายชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ โดยรวมช่างมอมแมมดูไม่ได้เอาเสียเลย อย่าว่าแต่ท่านแม่ทัพโจว บุรุษชาวบ้านธรรมดาเจอสภาพนี้เข้าก็อาจจะไม่เหลียวแลเป็นแน่แท้
" ออกกำลังกายไง "
" ออก..ออกกำลังกายหรือเจ้าคะ ? "
ซ่งลี่จินที่กำลังยืดกายด้วยท่าโยคะ บิดกายเอาศีรษะมาโผล่ที่หว่างขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย ในโลกเก่าของเธอนั้น อาจารย์สอนโยคะและเหล่าเทรนเนอร์ชื่อดังที่เป็นผู้ดูแลเธอค่าจ้างต่อเดือนร่วมหลายแสนหยวน ทุกคนต่างมีหน้าที่ช่วยคิดหาวิธีปั้นแต่งเพิ่มลดสัดส่วนร่างกายของเธอให้งดงาม สมกับเป็นนางแบบเซ็กซี่เบอร์หนึ่งอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงหอระหง ไหล่เพรียวบาง เอวเล็กคอด สะโพกผายเต่งตึง ก้นงอนงาม เรียวขายาวสวย ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากการอดทนออกกำลังกายอย่างหนัก ร่วมกับทานอาหารอย่างมีวินัยทั้งนั้น
" เสี่ยวอ้ายไปจัดการเรื่องอาหารให้ฉันเอ้อ..ข้าหรือยัง ? "
" ไปแล้วเจ้าค่ะ เดิมทีแม่ครัวจวนใหญ่ไม่ได้ใส่ใจเรานัก อาหารขึ้นโต๊ะล้วนมีแต่ผัก ทำไมคุณหนูจึงยังสั่งให้ทำแต่ผักกับไข่อีกเล่าเจ้าคะ "
" ช่วงนี้เท่านั้น ร่างกายข้าอึดอัดเกินไปแล้ว "
พูดจบร่างอวบก็ใช้กำลังแขนหยัดกายขึ้นจนขาชี้ฟ้า เหม่อมองออกไปนอกประตูจวนหลังเล็กที่เปิดกว้างรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า ฝั่งตรงข้ามจวนเล็กของเธอนั้นเป็นจวนใหญ่ของสามี ที่บัดนี้เริ่มมีการประดับตกแต่งด้วยผ้ามงคลสีแดงบ้างแล้ว และเหล่าบรรดานางกำนัลเรือนร่างอรชรก็ทยอยแวะเวียนเข้าออกช่วยกันขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ขององค์หญิงหกมาจากในวังหลวง
ดูเอาเถิดบุรุษดี ๆ ที่ไหนจะให้อนุภรรยาอยู่เรือนใหญ่ แล้วให้เมียหลวงอยู่เรือนเล็กกันเล่า
สวยเมื่อไหร่เดี๋ยวจะหาผัวใหม่สักสิบคน!
ผ่านมาร่วมสองสัปดาห์ที่ลี่จินต้องมาตกระกำลำบากอยู่ในร่างผู้อื่น บัดนี้แผลพุพองเป็นตุ่มน้ำใสทั่วร่างเริ่มแห้งลงจากการประโคมพอกสมุนไพรที่พอจะหาได้ ทุกเช้าเย็นห้องอาบน้ำในจวนเล็กจึงมักจะอบอวลด้วยกลิ่นสมุนไพรจนแทบเวียนหัว บ่าวไพร่หลายคนในเรือนต่างค่อนแขวะว่าฮูหยินใหญ่ใกล้ตายเสียเต็มทีจึงต้องเร่งรักษา โธ่ถัง… นอกจากจะยังไม่ใกล้ตายแล้ว ฮูหยินใหญ่คนนี้ยังแข็งแรงขึ้นทุกวี่วัน ร่างกายที่เคยกระเสาะกระแสะเริ่มมีเรี่ยวแรง จากเดิมที่ทำได้เพียงโยคะง่าย ๆ ตอนนี้เริ่มเข้าสู่หลักสูตรคาดิโอ้เผาผลาญไขมันแล้ว จนผิวเหลวคล้อยจากการขาดการออกกำลังกายก็เริ่มกระชับสัดส่วน แม้จะยังไม่เพรียวบางดั่งนางแบบระดับโลก แต่ก็นับว่ากำลังน่าฟัดน่ากอด ทรวงอกกลมกลึงอิ่มใหญ่ตามแบบสาวร่างอวบ รอบเอวไม่บางนักแต่ก็พอมีส่วนเว้าส่วนโค้ง ไหนจะหน้าท้องนุ่มนิ่มน้อย ๆ สะโพกหรือไม่ต้องพูดถึงอวบอิ่มเสียจนเหลือกินเหลือใช้ หากเป็นในยุคของนางแบบสาว เรือนร่างเช่นนี้คงเป็นพิมพ์นิยมของหนุ่ม ๆ ตาน้ำข้าวไม่น้อย
" เห้อ "
ริมฝีปากอิ่มถอนหายใจ ใช้น้ำอุ่นล้างคราบเหงื่อไคลจากการออกกำลังกายช้า ๆ ค่อย ๆ สัมผัสไล้ไปตามรอยแผลเป็นแขนขา ตรวจดูผลงานที่จางลงเล็กน้อยตามตัวอย่างพึงพอใจ หากแข็งแรงพอจะออกกำลังกายได้หนักขึ้นสักหน่อยและนอนหลับพักผ่อนตามเวลา ไม่เกินครึ่งปีรูปร่างคงเข้าที่ทาง ส่งผลให้ผิวพรรณดีขึ้นตามไปด้วยได้แน่ คิดดังนั้นจึงย้ายกายอวบขาวลงแช่น้ำสมุนไพรในอ่างไม้ ฤทธิ์ร้อนขับของเสียจากสมุนไพรส่งให้ร่างกายขึ้นสีเลือดฟาด เลือดลมเดินดีจนผิวอมชมพูราวกับลูกหมู เสียงพึมพำทำนองเพลงโปรดคลอไปทั่วห้องอาบน้ำเล็ก ก่อนจะมีเสียงคล้ายกระเบื้องแตกเหนือศีรษะดังขัดขึ้นเสียงหนึ่ง
" ใคร…ใครหน่ะ ? "
หญิงอัปลักษณ์
หญิงอัปลักษณ์
' ใคร…ใครหน่ะ ?
ฝีเท้าเบาราวขนนกจากการฝึกฝนวรยุทธเป็นอันพลาดใหญ่หลวงเพียงเพราะกระเบื้องเก่าหนึ่งชิ้น โจวหลี่เจี๋ยปล่อยให้เศษกระเบื้องตกลงสู่พื้นห้องอาบน้ำเบื้องล่าง เมื่อกะระยะด้วยสายตาแล้วพบว่าพ้นจากอาณาเขตอ่างไม้ พอที่จะไม่ทำอันตรายแก่สตรีที่กำลังแช่น้ำสบายใจอยู่ด้านล่าง จากนั้นจึงรีบย้ายกายขึ้นต้นไม้ใหญ่ หนีหายออกไปจากกำแพงหลังจวนด้วยความรีบร้อน ปล่อยภรรยาทิ้งไว้กับเสียงกรีดร้องจนหูแทบแตกและรูโหว่ขนาดใหญ่บนหลังคาจวน
" กรี้ดดดด มีไอ้โรคจิตวิตถารแอบดูคนอาบน้ำ ! "
ดูเอาเถิด…สตรีดี ๆ ผู้ใดเที่ยวตะโกนป่าวประกาศว่ามีคนเห็นเรือนร่างตนยามเปลือยกาย ? หากเป็นสตรีที่ยังมิออกเรือนต้องผิดผีได้ตบแต่งไอ้โรคจิตเป็นสามีแน่แท้ !
ซึ่งก็จริง…
นางแต่งกับเขาไปแล้ว
ถึงจะแค่ป้ายหยกก็ตามที
" ท่านแม่ทัพทางนี้ขอรับ ! "
อาซื่อทหารเอกคู่กายกวักมือเรียกนายเหนือหัวอยู่ที่มุมหนึ่งของกำแพงจวน มองดูร่างสูงสง่าในชุดเสื้อผ้าชาวบ้านมอมแมมมีเหงื่อชื้นขึ้นตามกรอบหน้าหล่อเหลา แต่ยังคงความสง่างามอย่างแม่ทัพใหญ่ด้วยสายตาปลื้มปีติราวกับให้กำเนิดท่านแม่ทัพมาด้วยตนเอง แม้จะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันก็ตามที
" เป็นอย่างไรบ้างขอรับฮูหยินใหญ่…เอ่อ..อัปลักษณ์อย่างที่ร่ำลือ…"
" กลับกอง "
" โธ่..บอกกันบ้างสิขอรับ ข้าน้อยก็อยากรู้ว่าจริงเท็จเพียงใด "
ฝ่ามือหนาฟาดลงที่กลางแผ่นหลังนายทหารหนุ่มจนฝุ่นกระจายออกจากเสื้อฝ้ายสีมอซอแบบมองเห็นด้วยตาเปล่า ใช่เรื่องหรือที่ชายฉกรรจ์วัยออกเรือนมาถามถึงรูปร่างหน้าตาภรรยาผู้อื่น หากนางจะอัปลักษณ์แล้วอย่างไร ชาวบ้านก็รู้กันทั่วเมืองแล้วว่านางเป็นฮูหยินใหญ่จวนแม่ทัพโจว มีประโยชน์อันใดถ้านางจะงดงามราวเทพธิดาหรือขี้ริ้วขี้เหร่ปานยาจกไร้บ้าน ก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาอยู่ดี
" เจ้าอยากกินข้าวกับกรวดกระมัง ? "
" มิบังอาจขอรับ.."
" ไปเอาม้ามา "
ค่ายทหารประจำการของกองทัพหวงหลงมีทหารประจำการทั้งสิ้นสามแสนนาย ล้วนขึ้นตรงต่อแม่ทัพโจวเพียงผู้เดียว ยามบ้านเมืองสุขสงบมีหน้าที่อารักขาจินหลงหวงตี้ ผู้เป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดินต้าหลง ยามหัวเมืองใดใต้อำนาจเริ่มมีท่าทีเหิมเกริม ยามนั้นจึงจะแบ่งทัพออกครึ่งกองไปกำราบมิให้บังอาจคิดก่อกบฏ การคัดเลือกฝึกซ้อมเฟ้นหาทหารมือดีมาประจำการล้วนเลื่องลือว่าโหดเหี้ยมหนักหนา จนบางคนแทบไม่รอดชีวิตกลับมา หากแต่เบี้ยหวัดนั้นสูงกว่าทหารในกองทัพอื่นถึงสามเท่า
นี่จึงเป็นเหตุให้แม่ทัพโจวนั้น เนื้อหอมในหมู่เสนาบดีที่หวังเกี่ยวดองสร้างฐานอำนาจในราชสำนักไม่น้อย ต่างเสนอบุตรสาวรายชื่อยาวเป็นห่างว่าวมาที่จวนให้เลือกไม่เคยขาดสาย ถึงแม้จะปฏิเสธไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังเทียวหาทางต่อรองเอาจนได้
มิใช่เพราะเขามีองค์หญิงหกเป็นคู่หมายตั้งแต่วัยเยาว์จึงปฏิเสธผู้อื่น แต่เพราะเขาเพียงต้องการความสุขสงบในชีวิตด้วยการมีภรรยาคนเดียวในจวนก็เพียงพอแล้ว หากมีชีวิตเช่นดังบิดาที่มีภรรยาหลวงหนึ่งอนุภรรยาสาม ต่อหน้ารักกันดั่งพี่น้องลับหลังจิกหัวตบตีกันเสียจนปากบิดปากเบี้ยวเขาขออยู่เป็นชายโสดคากองทัพเสียยังดีกว่า
" ท่านแม่ทัพขอรับจดหมายจากองค์หญิงหก "
" วางไว้แล้วออกไป "
" ขอรับ "
ร่างเปลือยท่อนบนที่พึ่งอาบน้ำชำระกายเอนหลังพิงหมอนผ้าขนสัตว์ในกระโจมไม้ไผ่ นิ้วเรียวยาวคลี่แผ่นกระดาษเซวี่ยนที่ถูกพับเป็นสามท่อนผนึกปิดด้วยดอกโบตั๋นแห้งออก ภายในมีเนื้อหารำพันรักปนตัดพ้อร่ายเป็นบทกวีไม่สั้นไม่ยาว ใจความแสดงความคิดถึงช่วงวันเวลาดี ๆ ร่วมกัน ทั้งยังต้องการให้เขารีบกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อเตรียมตัวสำหรับสมรสพระราชทาน ครานี้ขืนส่งเพียงป้ายหยกไปเข้าพิธี มีหวังคอคงไม่อยู่บนบ่าเป็นแน่แท้ อีกฝ่ายเป็นถึงองค์หญิงในพระชายาเอกกุ้ยเฟย ลำพังได้แต่งเป็นอนุภรรยาของเขา ทั้งที่เป็นคู่หมายมาก่อนหญิงอื่นก็วังแทบแตกอยู่แล้ว
" น่ารำคาญ "
ฝ่ามือหนาขยำแผ่นกระดาษโยนทิ้งอย่างไม่ใส่ใจออกไปนอกหน้าต่างกระโจม นึกหงุดหงิดใจที่ตำแหน่งหน้าที่รวมถึงชาติกำเนิดไม่อาจหลีกเลี่ยงการคลุมถุงชนกับหญิงสูงศักดิ์ไปได้ แม้แต่กับภรรยาเอกผู้ถูกร่ำลือทั่วเมืองว่าเป็นหญิงกาละกิณีก็หนีไม่พ้น นางเป็นถึงบุตรสาวราชครูและพี่น้องร่วมสาบานของอดีตหวงตี้พระองค์ก่อน แม้แต่จินหลงหวงตี้ยังต้องเกรงอกเกรงใจเป็นพิเศษ ถึงขั้นยอมให้องค์หญิงหกกลายเป็นอนุภรรยาผู้มาทีหลัง
" อันที่จริงแล้ว..ฮูหยินใหญ่อัปลักษณ์จริงหรือไม่ขอรับ ? "
" ทำไมเจ้ายังอยู่อีก ! "
ใบหน้าหล่อสะบัดมองทหารหนุ่มที่แอบกายอยู่หลังหน้าต่างกระโจม โผล่พ้นออกมาให้เห็นเพียงดวงตาสอดรู้ มือใหญ่เตรียมคว้าคบไฟข้างกายโยนออกไปด้านนอกถัดจากก้อนกระดาษเซวี่ยน หากแต่ทหารเอกโวยวายร้องขอชีวิตได้ทัน ก่อนหนีหายไปในความมืด
" วุ่นวายนัก ! "
ร่างสูงวางคบไฟเข้าที่ก่อนเอนหลังลงอีกครา ข่มตาหลับลงในค่ำคืนอากาศร้อน ภาพฝันยามครึ่งหลับครึ่งตื่น เป็นใบหน้ากลมรูปไข่ของสตรีนางหนึ่งที่ประปรายไปด้วยรอยจุดแผลเป็นจาง ๆ เสียงกรีดร้องด่าทอว่าเขาเป็นไอ้โรคจิตวิตถารยังคงก้องในหู จากนั้นนางจึงเริ่มแสดงใบหน้าโกรธขึง ค่อย ๆ ดัดกายในท่วงท่าพิสดารต่าง ๆ อย่างที่มักจะทำเป็นประจำทุกเช้า
อัปลักษณ์ยิ่งนัก สตรีดี ๆ ผู้ใดเขาแหกแข้งแหกขาชี้ฟ้าเช่นนี้….