โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

BANPU กับโอกาสการเติบโต หลังคว้าโรงงานแบตฯ รองรับรถยนต์ไฟฟ้า

Wealthy Thai

อัพเดต 24 ธ.ค. 2566 เวลา 18.31 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2566 เวลา 02.11 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

ในปีนี้ตลาดหุ้นไทยถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ดัชนี มีความเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าราคาหุ้นของหลายบริษัทเองก็มีปรับตัวไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้น และบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ก็เป็นหนึ่งหุ้นที่มีการปรับลดลงมาอย่างรุนแรง หรือตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน กับ (ณ วันที่ 10 ต.ค.66) ปรับตัวลดลงถึง 42.34%
ทำให้นักลงทุนหลายคนตั้งคำถามขึ้นว่า เกิดอะไรขึ้นและจะเป็นโอกาสเหมาะสมที่จะเข้าลงทุนได้หรือไม่ ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จะพามาดูพื้นฐานของธุรกิจและโอกาสการเติบโตในอนาคตผ่านมุมมองของนักวิเคราะห์กัน
ล่าสุดได้ประกาศข่าวดี บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จํากัด (Banpu NEXT) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทและบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จํากัด (มหาชน) หรือ BPP ที่ถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่ากันคือ 50% ได้ลงนามในสัญญาเพื่อเข้าซื้อหุ้น 40% ในบริษัท เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จํากัด (SVOLT Thailand)
โดยมีมูลค่าการลงทุน 750 ล้านบาท จากผู้ถือหุ้นเดิม คือ SVOLT Energy Technology (Hongkong) ซึ่งจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยละ 60 ใน SVOLT Thailand ทั้งนี้คาดว่าจะทํารายการซื้อขายหุ้นแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566
SVOLT Thailand ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 ที่อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย เพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ (Module pack Factory) มุ่งเน้นเรื่องการวิจัยและพัฒนา ดําเนินการผลิตและจัดจําหน่ายแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนําเข้าและส่งออกแบตเตอรี่ การบริการแบบครบวงจร
อีกทั้งการให้บริการด้านเทคนิค การบริการ ให้คําปรึกษาแนะนําพร้อมเสนอโซลูชันเรื่องแบตเตอรี่และการจัดเก็บพลังงานตามความต้องการของลูกค้า (ทั้งนี้ไม่ได้รวมการให้บริการในด้านการขอใบอนุญาตต่างๆ)
ความน่าสนใจของการลงทุนในครั้งนี้ SVOLT Thailandมีกําลังการผลิตเริ่มต้นที่ 60,000 ชุดต่อปี ซึ่งจะเริ่มส่งมอบในช่วงไตรมาสแรกปี 2567 มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นยานยนต์ไฟฟ้าชื่อดัง ทั้ง GWM และ Hozon และในอนาคตยังสามารถขยายกําลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น
ดีลการลงทุนดังกล่าว นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้มุมมองว่า การเข้าลงทุนของบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จํากัด ทำให้ BANPU เป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทยรายแรกที่ซัพพลายให้แก่ผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้าจีน
ขณะเดียวกันในระยะยาวหากมีผู้ประกอบการต่างชาติเข้ามาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยและเข้าร่วมกับโครงการ EV ของภาครัฐ ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องมีกำลังการผลิตเป็น 2.5 เท่าของยอดขายในประเทศ และต้องใช้ซัพพลายเออร์ในประเทศ ก็มีโอกาสที่ BANPU จะได้รับประโยชน์ดังกล่าว
พร้อมกันนี้ ประเมินว่าธุรกิจดังกล่าวจะช่วยต่อยอดให้แก่บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จํากัด ที่มุ่งเน้นการทำในธุรกิจพลังงานสะอาดและยานพาหนะไฟฟ้าประเภทต่างๆ รวมถึงจะช่วยหนุนให้บริษัทมีศักยภาพได้ดีในอนาคต และสามารถเข้าตลาดหุ้นไทยได้ในระยะถัดไป
ส่วนราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านฤดูกาลและการหยุดงานประท้วงในอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดความกังวลด้านซัพพลายที่อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในฤดูหนาว ทำให้เกิดการเร่งสต๊อกมากในช่วงนี้
พร้อมกันนี้ จีนยังได้เตรียมพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยการเพิ่มการขาดดุลมากขึ้นในปีนี้ (เกิน 3%) ซึ่งจะออกพันธบัตรรัฐบาล เพิ่มเติม 1 ล้านล้านหยวน หรือราว 1.37 แสนล้านดอลล่าร์ (0.7% ของ GDP) สำหรับการใช้จ่ายในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนได้ราคาถ่านหินและราคาก๊าซปรับตัวขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯที่ทรงตัวได้ในระดับสูง ซึ่งหากสามารถแกว่งตัวขึ้นในระดับ 4 เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู จะเป็นตัวช่วยให้กรอบระยะเวลาของ BKV เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯเกิดได้เร็วขึ้น ซึ่งบริษัทเคยพิจารณากรอบราคาก๊าซธรรมชาติหากยืนที่ 3 เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู ได้ในไตรมาส 4/66 ก็จะสามารถทำไอพีโอได้ในทันที
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการของ BANPU ในไตรมาส 3/66 คาดจะทยอยฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนตามการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายถ่านหิน–ราคาก๊าซธรรมชาติ, อัตราภาษีจ่ายกลับเป็นปกติ และการเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าTemple II
โดยหากมองข้ามไปช่วงไตรมาส 4/66 ประเมินว่าผลประกอบการจะเป็นจุดสูงสุดของปี หนุนจากการสู่ไฮซีซั่นของการใช้ก๊าซธรรมชาติ–ถ่านหิน โดยบริษัทจะได้อานิสงส์จากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานเต็มที่เพราะช่วงที่เหลือของปีมีสถานะป้องกันความเสี่ยงราคาถ่านหินไม่ถึง 1 แสนตัน และราคาก๊าซธรรมชาติเพียง 9% ของปริมาณขาย
นอกจากนี้ หุ้นยังมีปัจจัยบวกที่เรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ ได้แก่ ความคืบหน้าการผลักดัน BKV เข้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ช่วงปลายปี 2566 – ต้นปี 2567 (ขึ้นอยู่กับราคาก๊าซธรรมชาติ) และการเริ่มเปิดใช้งานโครงการ CCS แห่งแรก อย่างไรก็ดียังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 1.30 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 84%
ทั้งนี้ ได้มีการปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 10 บาท เนื่องจากความผันผวนของราคาหุ้นกำลังสิ้นสุดลง อ้างอิงจากข้อมูลเชิงสถิติทั้งหลังหุ้นแปลงสภาพเข้าซื้อขายและการเข้าสู่ช่วง Golden Week ของจีนหุ้นมักจะกลับมาเคลื่อนไหว Outperform ได้ดี
พร้อมกับหากมองข้ามไปไตรมาส 4/66 จะเป็นช่วงเวลาที่ดีของราคาก๊าซธรรมชาติ–ถ่านหินจากการเข้าสู่ไฮซีซั่นในฤดูหนาว จากเหตุผลข้างต้น มองว่าปัจจุบันเป็นจังหวะดีในการเข้าสะสมเหมาะสำหรับนักลงทุนแบบ High Risk High Return และประกอบกับราคาปัจจุบันหุ้นมีอัพไซด์ที่เปิดกว้าง
ขณะที่บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ช่วงที่ผ่านมาราคาก๊าซธรรมชาติ Henry Hub อยู่ที่ 3.33 เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู เป็นจุดสูงสุดในรอบ 9 เดือน ด้วยแรงหนุนจาก EIA รายงานตัวเลขสต๊อกในคลังที่ต่ำกว่าคาด สะท้อนถึงอุปทานที่มีแนวโน้มตึงตัว ขณะที่กำลังเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งจะมีความต้องการใช้ก๊าซของภาคไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นมาก
โดยประเมินประเด็นดังกล่าวเป็นบวกโดยตรงต่อ BANPU ซึ่งมีแหล่งก๊าซธรรมชาติจำนวนมากในสหรัฐฯ โดยราคาก๊าซฯที่ปรับขึ้นจะส่งผลดีโดยตรงต่อรายได้และกำไร ในไตรมาส 4/66 รวมถึงแผนการเข้าจดทะเบียนของ BKV ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ทั้งนี้ราคาหุ้น BANPU ที่ลดลงแรง เป็นระดับการลดลงมากที่สุดในกลุ่มพลังงาน ช่วยให้ปัจจุบันซื้อขายด้วย P/B เพียง 0.6 เท่า และ P/E เพียง 3.5 เท่า นอกจากนั้น BANPU เพิ่งได้รับเงินเพิ่มทุนจากการแปลงสภาพ BANPU-W5 สูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท ช่วยให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น และเพิ่มโอกาสขยายธุรกิจใหม่ ดังนั้น จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...