เปิดบทวิเคราะห์ “ราคาทอง” วันนี้ (22 ก.ย.66) หลังทองแท่งขายออกแตะ 33,000 บาท
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ“ราคาทอง” (ทองคำ 96.5%) ประจำวันนี้ เปิดตลาดเมื่อเวลา 09.28 น. สำหรับตลาดซื้อขายทองคำในประเทศ ราคาทองปรับตัวลดลง โดยครั้งที่ 1 ทองรูปพรรณ ขายออกที่ 33,450 บาท/บาททองคำ ราคารับซื้ออยู่ที่ 32,260.48 บาท/บาททองคำ สำหรับทองแท่ง ขายออกที่ 32,950 บาท/บาททองคำ และรับซื้อที่ 32,850 บาท/บาททองคำ ส่วน Gold Spot อยู่ที่ 1,925 ดอลลาร์ต่อออนซ์
โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ประเมิน ราคาทองคำจะยังคงเป็น Sideway down เนื่องจากวันก่อนหน้าปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน สร้างระดับต่ำสุดใหม่จากวันก่อหน้า *แนะนำเปิดสถานะขายทำกำไรระยะสั้น หากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านโซน 1,937-1,948 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้สถานะขายตัดขาดทุน หากราคาผ่าน 1,948 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เน้นทำกำไรจากการแกว่งตัว โดยปิดสถานะขายทำกำไร หากราคาปรับตัวลงไม่หลุดแนวรับโซน 1,901-1,884 ดอลลาร์ต่อออนซ์*
ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานนนั้น ทองย่อ 9.77 ดอลลาร์ หลัง BoE ตรึงดอกเบี้ย ข้อมูลแรงงานสหรัฐยังแกร่ง โดยเมื่อวานนี้มีแรงกดดันทองอยู่ 2 ปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่
- เงินปอนด์ทรุดหนัก หลัง BoE ประกาศคงดอกเบี้ยที่ 5.25% สวนทางจากที่ตลาดคาดว่าจะปรับขึ้น 0.25% อีกทั้งยังปรับลดคาดการณ์ GDP Q3/23 เหลือเพียง 0.1%
- ตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสหรัฐลดลง 20,000 ราย สู่ 201,000 ราย ต่ำสุดตั้งแต่ ม.ค.23 ปัจจัยเหล่านี้จึงจึหนุนดอลลาร์ กดทอง Low 1,913 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามทองยังมีแรงพยุงจากสหรัฐเผยยอดขายบ้าบ้นมือสองลดลง 0.7% สู่ 4.04 ล้านยูนิต เฟดฟิลาเดลเฟียเผยภาคการผลิต -13.5 ต่ำคาด
ขณะที่บริษัท ออสสิริส จำกัด ประเมิน แนวโน้มราคาทองคำ โดยราคาทองคำเช้านี้เปิดตลาดไปที่ 1,921 ดอลลาร์ ประมาณ 32,900 กว่าบาท สำหรับราคาทองคำแท่ง 96.5% น้ำหนัก 1 บาท โดยเมื่อวานนี้ราคาทองโดนแรงขายต่อเนื่องหลังกราฟแท่งเทียนไม่สามารถเบรคแนวต้าน 1,935 ขึ้นไปได้ ทำให้โมเมนตัมขาลงกลับมาได้เปรียบอีกครั้ง ทำให้ราคากลับลงมาพักฐานบริเวณ 1,920-1,915 ดอลลาร์
ราคาทองคำในประเทศอาจได้รับผลกระทบไม่มากเนื่องจากเงินบาทยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่า *กลยุทธยังแนะหาจังหวะซื้อตอนราคาย่อตัว หรือแบ่งทยอยขายบริเวณแนวต้านสำคัญ สำหรับวันนี้เนื่องด้วยราคาทองคำมีการปรับร่วงลงมามากอาจมีการกลับตัวรีบาวน์ขึ้นหากยังไม่หลุดแนวรับ 1,920-1,915 แนะย่อซื้อโดยมีเป้าหมายที่ระดับ 1,930-1,935 ดอลลาร์*
บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด ให้แนวรับ 1,896 1,908 ดอลลาร์ และแนวต้าน 1,931 1,947 ดอลลาร์
ด้านบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS GOLD) วิเคราะห์ราคาทองว่า ราคาทองคำยังคงเคลื่อนตัวในกรอบ Sideways ระหว่าง 1,915-1,925 ดอลลาร์ โดยยังไม่มีความชัดเจนของทิศทาง เนื่องจากแรงกดดันของการที่เฟดส่งสัญญานปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งก่อนสิ้นปี 2566 โดยวันนี้คาดว่าราคาทองคำจะมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,905 และแนวต้านอยู่ที่ 1,935 ดอลลาร์
ขณะที่ราคาทองไทยยังคงปรับตัวอยู่ในระดับสูงจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาท โดยราคาทองไทยปรับตัวสูงขึ้นมาทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่บริเวณ 32,950 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งค่าเงินบาทอ่อนค่าอยู่ที่ 36.20 บาทต่อดอลลาร์ โดยที่ผ่านมาราคาทองไทยมีจุดสูงสุดเดิมอยู่แถวบริเวณ 32,070 บาทต่อบาททองคำ และค่าเงินบาทในขณะนั้นอยู่ที่ 34.20 บาทต่อดอลลาร์ นับตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. 2566
สำหรับ Gold Online Futures คาดจะมีกรอบแนวรับ 1,925 เหรียญ และแนวต้าน 1,955 เหรียญ และ Gold Comex คาดจะมีกรอบแนวรับ 1,905 เหรียญ และแนวต้าน 1,935 เหรียญ สำหรับราคาทองคำไทยมีแนวรับที่ 32,700 บาท/บาททองคำ และมีแนวต้านที่ 33,200 บาท/บาททองคำ
บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด ประเมินราคาทองคำ Sideway ในกรอบ 1,900/32,700 – 1,950/33,200 มองว่าราคาทองคำทรงตัวเหนือ 32,900 บาท/บาททอง หลังเงินบาทยังเคลื่อนไหวไปในโซนอ่อนค่าสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคที่ยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จากปัจจัยสำคัญ คือ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกมาส่งสัญญาณว่าอาจจะต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ
อ้างอิง : https://www.goldtraders.or.th/UpdatePriceList.aspx