โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรูมันนี่ จับมืออาลีเพย์พลัส เปิดทางคนไทยใช้จ่ายในจีนผ่าน e-Wallet อิงอัตราแลกเปลี่ยนเรียลไทม์ ปลดล็อกขาดทุนค่าเงินขาแลกคืน

THE STANDARD

อัพเดต 22 ก.ย 2566 เวลา 04.47 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2566 เวลา 04.47 น. • thestandard.co
ทรูมันนี่ จับมืออาลีเพย์พลัส เปิดทางคนไทยใช้จ่ายในจีนผ่าน e-Wallet อิงอัตราแลกเปลี่ยนเรียลไทม์ ปลดล็อกขาดทุนค่าเงินขาแลกคืน

ทรูมันนี่ ผู้นำด้านการให้บริการทางการเงินแบบดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดบริการให้คนไทยสามารถใช้จ่ายด้วยแอปพลิเคชันทรูมันนี่ที่ประเทศจีน ผ่านอาลีเพย์พลัส (Alipay+) แพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลและการตลาดข้ามพรมแดนระดับโลกของ Ant Group โดยทรูมันนี่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถนำไปสแกนจ่ายได้ที่ร้านค้ากว่าหลายสิบล้านจุดทั่วประเทศจีน แถมได้เรตดี สะดวก ปลอดภัยจากการใช้จ่ายแบบไร้เงินสด และได้รับสิทธิพิเศษหลากหลายจากอาลีเพย์พลัส รีวอร์ด (Alipay+ Rewards) ซึ่งเป็นศูนย์รวมสิทธิประโยชน์จากทั่วโลกในแอปทรูมันนี่

มนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า ทรูมันนี่ กับ Ant Group ได้ร่วมมือกันยกระดับบริการใช้จ่ายในต่างประเทศให้สะดวกสบายและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้นสำหรับคนไทย ไม่ต่างกับการใช้จ่ายในประเทศ ทั้งนี้ ประเทศจีนถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักเดินทางไทย ทั้งกลุ่มนักธุรกิจและกลุ่มนักท่องเที่ยว

“ด้วยความร่วมมือของเรากับ Ant Group ผู้ใช้สามารถสแกนจ่ายด้วยทรูมันนี่ผ่านโซลูชันและร้านค้าในเครือข่ายของ Alipay+ ในจีน ซึ่งครอบคลุมมากกว่าหลายสิบล้านจุดทั่วประเทศ เราเชื่อมั่นว่าบริการล่าสุดนี้จะตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวไทยและทำให้การเดินทางไปจีนของพวกเขายิ่งน่าประทับใจอย่างแน่นอน” มนสินีกล่าว

นอกเหนือจากทรูมันนี่แล้ว ทาง Ant Group ยังได้ร่วมมือกับ e-Wallet และแอปชำระเงินชั้นนำอีก 6 ประเทศในเอเชีย ภายใต้โครงการ Alipay+-in-China (A+China program) เพื่อยกระดับบริการด้านการชำระเงินผ่านแอปในจีนให้มีความเป็นสากลขึ้น โดยการขยายบริการในครั้งนี้ทำให้มี e-Wallet และแอปชำระเงินรวมจาก 10

ประเทศทั่วโลกที่สามารถใช้จ่ายที่จีนได้

ดักลาส ฟีกิน รองประธานอาวุโส Ant Group และหัวหน้างานบริการ Mobile Payment ระหว่างประเทศ Alipay+ กล่าวว่า ด้วยเครือข่ายของ Alipay+ ผู้ใช้ทรูมันนี่สามารถใช้จ่ายที่ร้านค้าออนไลน์ทั่วโลก รวมถึงร้านค้าปลีกในประเทศ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทย เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไปจนถึงสหราชอาณาจักร อิตาลี และฝรั่งเศส และการขยายบริการใช้จ่ายผ่านแอปสู่ประเทศจีนในครั้งนี้ก็ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการทำงานร่วมกันของทั้งสองบริษัท ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวไทยที่ไปจีนมักประสบปัญหาไม่สามารถใช้จ่ายแบบไร้เงินสดได้ เนื่องจากมีบัตรเครดิตและเดบิตไม่มากที่เอาไปใช้ได้ และไม่ใช่ทุกร้านที่จะรับ ทำให้ต้องพึ่งพาการใช้เงินสดและการแลกธนบัตรสกุลเงินต่างประเทศ แต่วันนี้นักท่องเที่ยวไทยสามารถเอาแอปที่ใช้อยู่ทุกวันที่ไทยอย่างทรูมันนี่ไปสแกนจ่ายที่จีนได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย แถมได้เรตดี ดูได้แบบเรียลไทม์ เพียงเข้าไปที่หน้าแอปทรูมันนี่ ตรง QR ชำระเงิน เลือกแท็บ Alipay+ และประเทศที่ต้องการ ยอดเงินคงเหลือในบัญชีทรูมันนี่ก็จะถูกแปลงเป็นเงินหยวนและเงินสกุลอื่นๆ ตามประเทศที่เลือกให้เห็นและเอาไปสแกนจ่ายได้ทันทีที่ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Alipay ทั่วจีน

“นับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทรูมันนี่ได้ขยายบริการใช้จ่ายในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมประเทศยอดนิยมในเอเชียของคนไทย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และมาเลเซีย ฯลฯ โดยการขยายบริการให้ครอบคลุมการใช้จ่ายในประเทศจีนในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของทรูมันนี่ในการตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยให้ใช้จ่ายได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเรามีแผนที่จะขยายความร่วมมือกับ Ant Group ผ่านโซลูชันและเครือข่าย Alipay+ ในระดับโลกต่อไป เพื่อให้ทรูมันนี่สามารถเป็นแอปเดียวเที่ยวได้รอบโลกสำหรับนักเดินทาง” กรวุฒิ ปวิตรปก ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวเสริม

ในช่วงก่อนการระบาดของโควิด จีนถือเป็น 1 ใน 5 ประเทศที่มีคนไทยไปพักอาศัยอยู่สูงสุดและนิยมไปเที่ยวมากที่สุด โดยหลังจากที่จีนได้ยกเลิกข้อจำกัดด้านการเดินทาง และเปิดให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าประเทศได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 เป็นต้นมา คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไทย ทั้งกลุ่มที่เดินทางเพื่อการพักผ่อนและการทำธุรกิจ จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...