โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อวสานทริปเที่ยว! ขี้ปลาวาฬบุกเกาะล้าน น้ำทะเลเป็นสีเขียว ไม่อันตรายแต่เหม็น

Khaosod

อัพเดต 29 ก.ค. 2566 เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2566 เวลา 04.50 น.

อวสานทริปเที่ยว! ขี้ปลาวาฬบุกเกาะล้าน น้ำทะเลเป็นสีเขียว ปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ไม่อันตรายแต่มีกลิ่นเหม็นคาว

กลายเป็นข่าวช็อกโซเชียล ทริปทะเลสวย หาดทรายขาว ฟ้าใสเสี่ยงล่ม หลังโลกออกไลน์กำลังแห่แชร์ภาพน้ำทะเลกลายเป็นสีเขียวเข้มของเกาะล้าน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จนโดนแซวว่าเขียวเหนื่ยวทรัพย์

โดยเพจเฟซบุ๊ก เรารักพัทยา มีการแชร์ภาพของผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sky Kuakun ซึ่งโพสต์ภาพน้ำทะเลเกาะล้าน กลายเป็นสีเขียว พร้อมติดแฮชแทก #unseenkohlarn โดยระบุข้อความว่า แพลงก์ตอนบลูมหรือขี้ปลาวาฬ บุกทะเลเกาะล้าน กลายเป็นสีเขียวไปแล้ว พิกัดหาดตาแหวน

ทะเลเกาะล้านเขียว

ภาพจาก Sky Kuakun

อย่างไรก็ตาม น้ำทะเลกลายเป็นสีเขียว ไม่ใช่เกิดจากสารเคมี แต่เป็นการเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า “แพลงก์ตอนบลูม หรือขี้ปลาวาฬ” ส่งผลทำให้น้ำทะเลมีสีเขียวพัดเข้าชายฝั่งและมีกลิ่นเหม็น ซึ่งเกิดขึ้นทุกปี โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการปล่อยน้ำเสียจากชุมชนลงสู่ทะเลจนทำให้แพลงตอนได้รับสารอาหารและเกิดการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

เมื่อออกซิเจนในน้ำทะเลหมดลง แพลงตอนก็จะตายจนทำให้น้ำทะเลกลายสีเขียว ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่าน้ำทะเลเปลี่ยนสีเขียวหรือแพลงก์ตอนบลูม ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่ลงเล่นน้ำทะเล เพียงแต่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าลงเล่นน้ำเนื่องจากบางจุดจะมีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง และทำให้หวั่นว่าจะเกิดผลกระทบต่อผิวหนัง

หากบางคนผิวแพ้ง่ายก็อาจทำให้มีผื่นคันได้ อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ดังกล่าวคาดว่าหากมีลมทะเลพัดแรงเพียง 4 - 7 วันก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...