CIB รวบสาวแสบอ้างเป็นฝ่ายสินเชื่อแบงค์ ปลอมแปลงเอกสารราชการหลอกให้กู้เงินหลักล้าน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้ การอำนวยการโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุเทพ โตอิ้ม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.หัตถพร ทองคำ,พ.ต.ท.ฤทธิชัย ชุมช่วย, พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ, พ.ต.ท.หัตถพล ทองคำ รอง ผกก.5 บก.ป.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป, ปฏิบัติโดย ร.ต.ท.พิพัฒน์ พูลสวัสดิ์ รอง สว.(อก.) กก.5 บก.ป., ด.ต.วชิรกาญจน์ จูอินทร์, จ.ส.ต.ศุภกร บุญมาก ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป.ร่วมกันจับกุม น.ส.ธนพรฯ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 897/2566 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 กระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง, ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม” สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนหน้าบ้านเอื้ออาทรแห่งหนึ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ
พฤติการณ์ เมื่อต้นเดือน มกราคม พ.ศ.2565 ผู้เสียหายได้รู้จักกับ น.ส.ธนพรฯ ผ่านทางเฟซบุ๊ก และได้เจอตัวจริงได้คุยกัน สักระยะหนึ่งทางโทรศัพท์ ต่อมา น.ส.ธนพรฯ ได้ทักแชทมาถามว่า อยากจะกู้เงินธนาคารไหมกู้ได้ 2-5 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ผู้เสียหายก็เลยถามว่าอาชีพค้าขาย กู้ได้ไหม น.ส.ธนพรฯ บอกว่ากู้ได้แน่นอน ไม่ต้องทำอะไร ส่งแต่สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านส่งให้ น.ส.ธนพรฯ และเดี๋ยว นางสาวธนพรฯ จัดการให้หมด แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายค่าดำเนินการ
พอผู้เสียหาย หลงเชื่อก็รับปากกับนางสาวธนพรฯ ว่าอยากกู้เงิน และนางสาวธนพรฯ ได้ปลอมแปลงเอกสารใบจดทะเบียนพาณิชย์ ใบเสียภาษี เป็นชื่อของผู้เสียหาย แล้วก็ส่งมาให้ ผู้เสียหายก็เชื่อสนิทใจ จึงได้โอนเงินค่าดำเนินการให้ น.ส.ธนพรฯ ตามที่ น.ส.ธนพรฯ บอก
เมื่อ น.ส.ธนพรฯ ได้เงินครบตามจำนวนแล้ว นางสาวธนพรฯ ก็อ้างว่าตอนในขณะนั้นมีปัญหากับพนักงานที่เป็นหัวหน้าที่ทำงานเดียวกัน ยังไม่สามารถให้กู้เงินได้ในขณะนั้น เพราะว่านางสาวธนพรฯ ติดหนี้ของพนักงานที่เป็นหัวหน้าที่ทำงานที่เดียวกัน ต่อมา น.ส.ธนพรฯ ก็พูดหลอกล่อให้ผู้เสียหาย หาทางช่วย น.ส.ธนพรฯ ผู้เสียหายก็หลงเชื่ออีก ก็เลยโอนเงินให้ น.ส.ธนพรฯ เพื่อจะได้อนุมัติเงินกู้เร็ว ๆ ผู้เสียหาย โอนเงินไปจนครบ เพื่อแลกกับจะกู้ให้ 2-3 ล้านบาท พอ น.ส.ธนพรฯ ได้เงินไปแล้วก็อ้างกับผู้เสียหาย จดทะเบียนพาณิชย์ผิดประเภท ต้องไปจดใหม่ ต้องเสียค่าไปจดทะเบียนฯ ใหม่อีก 20,000 บาท ผู้เสียหายก็หลงเชื่อก็โอนเงินไปให้อีกจนครบ 215,000 บาท
หลังจากที่ น.ส.ธนพรฯ ได้เงินของผู้เสียหาย ไปแล้ว ก็ไม่ดำเนินการใด ๆ ให้ผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงจะขอเงินคืน น.ส.ธนพรฯ ก็เบี่ยงเบน ต่า งๆ นา ๆ จนปิดไลน์ ขาดการติดต่อ ต่อมาผู้เสียหาย รู้ตัวแล้วว่าถูกหลอก จึงไปเขียนคำร้อง ขอดูและไปตรวจสอบทะเบียนพาณิชย์ กับทางเทศบาลรังสิต กับ เทศบาลคลองหลวง สุดท้ายเป็นเอกสารปลอมทั้งสองใบ จึง มั่นใจแล้วว่าถูก น.ส.ธนพรฯ หลอกลวง และ นายสุชาติฯ จึงไปแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ธนพรฯ ที่ สภ.คลองหลวง
ต่อมาตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำข้อมูลสืบสวนและติดตามผู้ต้องหา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2566 เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) ว่า น.ส.ธนพรฯ หลบมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเอื้ออาทรแห่งหนึ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ในขณะนี้ จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบ น.ส.ธนพรฯ มาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเอื้ออาทรดังกล่าว น.ส.ธนพรฯ ได้เดินออกมาจากห้องที่พักฯ และได้กำลังเดินไปที่ลานจอดรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปควบคุมตัว และได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ทราบว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง, ปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม” สอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดธัญบุรี เพื่อดำเนินการต่อไป