หุ้นร้านทอง ‘AURA’ เปล่งประกาย ธุรกิจอยู่ในวัฎจักรเติบโต
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 ก.ย 2566 เวลา 02.16 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2566 เวลา 02.11 น. • The Bangkok Insightหุ้นร้านทอง AURA เปล่งประกาย บล. กสิกรไทย ประเมินแนวโน้มธุรกิจ มีโอกาสเติบโตขึ้นไปอีก 3-4 ปีข้างหน้า
หุ้นร้านทอง บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA คือหุ้นค้าปลีกร้านทองรูปพรรณ เครื่องประดับเพชรและอัญมณี ซึ่งมีจุดเด่นด้านการให้บริการแบบครบวงจร (One Stop Service) พร้อมทั้งมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง สามารถเข้าถึงคนยุคใหม่จากจำนวนสาขามากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ โดยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ตามห้างสรรพสินค้า รวมถึงมีการขยายไปสู่ช่องทางขายออนไลน์ต่างๆ มากขึ้น
หุ้น AURA เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 ด้วยราคาเสนอขาย IPO 10.90 บาทต่อหุ้น และกลายเป็นหุ้น IPO เพียงไม่กี่ตัวที่ประสบความสำเร็จในช่วงปีที่ผ่านมา โดยทำราคาวันแรกเหนือจอง อีกทั้งยังวิ่งเป็นขาขึ้นเรื่อยมา ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่บริเวณ 18 บาทต่อหุ้น เติบโตจากราคา IPO ประมาณ 65% ล่าสุดหุ้น AURA ยังเข้าไปอยู่ในการคำนวณของดัชนี SET100 ในรอบครึ่งปีหลัง 2566 อีกด้วย
หุ้นร้านทอง ภาพรวมธุรกิจของ AURA
AURA ก่อตั้งธุรกิจโดย "ครอบครัวศรีรุ่งธรรม" เริ่มต้นจากร้านห้างทองซุ่ยเซ่งเฮง เมื่อปี 2516 บริเวณถนนสุขุมวิท เพื่อค้าปลีกทองรูปพรรณสำหรับลูกค้ารายย่อย ต่อมากิจการเติบใหญ่ขึ้นจึงได้จัดตั้ง บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด ในปี 2533 และเปลี่ยนชื่อร้านเป็นออโรร่า "AURORA" สำหรับบุกเบิกร้านค้าปลีกทองรูปพรรณในห้างที่ให้บริการครบวงจร
ปัจจุบันร้านในเครือของบริษัทมีด้วยกัน 5 แบรนด์ ได้แก่
1. AURORA
2. เซ่งเฮง
3. ของขวัญ by AURORA
4. ทองมาเงินไป
5. AURORA Diamond
โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก 3 ประเภท คือ Modern Gold: เครื่องประดับทองรูปพรรณที่มีส่วนประกอบของทองบริสุทธิ์ 96.5% เช่น สร้อยคอ แหวน สร้อยข้อมือ ต่างหู Design Gold: ผลิตภัณฑ์จากทองอื่นๆ ที่มีส่วนประกอบของทองบริสุทธิ์ 96.5% เช่น พระเครื่อง เครื่องราง สินค้าเสริมสิริมงคล เครื่องประดับ และของขวัญ Diamond: ผลิตภัณฑ์เครื่องประดับแท้เพชร
รายได้หลักของ AURA จะมาจากการขายผลิตภัณฑ์ Modern Gold ที่สัดส่วนรายได้ประมาณ 95% นอกจากนี้ บริษัทจะมีรายได้อีกส่วนจากธุรกิจขายฝาก ซึ่งเป็นการรับขายฝากทองคำและเครื่องประดับจากลูกค้า โดยลูกค้าสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินที่นำมาขายฝากภายในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ ซึ่งลูกค้าจะต้องจ่ายดอกเบี้ย (1.25% ต่อเดือน) พร้อมคืนเงินต้น ณ วันไถ่ถอนทรัพย์สิน
กำไรดีแค่ไหน?
ผลประกอบการย้อนหลังของ AURA ระหว่างปี 2564 - 2565 มีรายได้ 22,270 ล้านบาท และ 29,603 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 586 ล้านบาท และ 707 ล้านบาท ตามลำดับ ถือว่าสร้างการเติบโตได้ดี เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวราคาทองมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักที่มีผลต่อผลประกอบการของ AURA จะมาจากค่ากำเหน็จ ส่วนลดจากการรับซื้อทองคำ และส่วนต่างของราคาขายกับต้นทุนของทองคำ โดยบริษัทมีระยะเวลาการขายสินค้าเฉลี่ยประมาณ 90 วัน
สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้ 14,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไร 466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9% จากช่วงปีก่อน การเติบโตที่สูงเป็นเพราะการเพิ่มขึ้นของรายได้จากสินค้า Modern Gold และสินค้าที่ให้อัตรากำไรสูงในกลุ่มเครื่องประดับเพชร และ Design Gold รวมถึงการเติบโตของรายได้จากดอกเบี้ยรับ
หุ้นร้านทอง AURA คาดอยู่ในวัฎจักรเติบโตอีก 3-4 ปี
ความน่าสนใจของ AURA คือแนวโน้มธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตขึ้นไปอีกในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า โดยการประเมินของนักวิเคราะห์ บล. กสิกรไทย มีมุมมองบวกหลังผู้บริหารให้กลยุทธ์การดำเนินงานที่ชัดเจน และมีประเด็นที่เป็นบวกต่อการคาดการณ์ ดังนี้
1. จำนวนการขยายสาขาใหม่ในครึ่งปีแรก 2566 อยู่ที่ 40 สาขา จากเป้าหมายทั้งปีอยู่ที่ 64 สาขา และตั้งเป้าหมายขยายสาขาใหม่ในปี 2567 เพิ่มขึ้นอีก 66 สาขา เท่ากับว่าการขยายสาขาจะเติบโตอยู่ที่ 23% ในปี 2566 และ 20% ในปี 2567
2. บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปี 2566 และ 2567 เติบโตขึ้น 10-15% จะมุ่งเน้นไปยังอัตรากำไรซึ่งจะสะท้อนถึงจำนวนลูกค้าที่มากขึ้นจากการขยายสาขาในเชิงรุกได้ดีกว่า รวมทั้งตั้งเป้ามีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในกลุ่มค้าปลีกเครื่องประดับเพชรในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
3. ผู้บริหารเชื่อว่ามูลค่าพอร์ตฝากขายทองคำจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,700 ล้านบาท ในปี 2566 จากจำนวน 2,300 ล้านบาทในครึ่งปีแรก และคาดจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตในปี 2567 ด้วยเป้าหมายมูลค่าพอร์ตที่ 3,700 ล้านบาท แนวทางการดำเนินงานของ AURA ชี้ว่ารายได้ครึ่งปีหลังจะขยายตัว 14.9-24.7% YoY และกำไรจะเติบโต 33-45.6% YoY
นอกจากนี้ สัดส่วนหนี้สินต่อทุนในไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 1.26 เท่า ผู้บริหารเชื่อว่าฐานเงินทุนของบริษัทจะเพียงพอที่จะนำมาใช้เป็นเงินลงทุนสำหรับการขยายธุรกิจในอีก 3-4 ปีข้างหน้า และจากนโยบายสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 2 เท่า บ่งชี้ว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการหนี้สินได้สูงถึง 10,600 ล้านบาท หรือกู้เงินได้อีก 6,000 ล้านบาท จะช่วยให้ AURA เพิ่มมูลค่าพอร์ตฝากขายทองคำได้อีก 1,000 ล้านบาทในอีก 3 ปีข้างหน้า รวมถึงเพิ่มจำนวนสาขาอีกราว 150 แห่ง จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 20.26 บาทต่อหุ้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม