โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัชชาติคิกออฟ “ไม่เทรวม” ดัน 3 เขตต้นแบบ แยกขยะหมื่นตัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.ย 2565 เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2565 เวลา 06.43 น.

กทม.รณรงค์โครงการ “ไม่เทรวม” จัดรถแยกถังขยะเศษอาหาร-ขยะทั่วไป จัดกระบวนการแยกขยะตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ แจงรถแยกขยะวิ่งรับ 3 เขตนำร่อง “ปทุมวัน-พญาไท-หนองแขม” ก่อนประเมิน และขยายผลทั่วพื้นที่

วันที่ 4 กันยายน 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาคีเครือข่าย และสำนักงานเขต ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ไม่เทรวม” โดยมีนางสาวแอนนา เสืองามเอี่ยม Miss Thailand Universe 2022 ร่วมกิจกรรม ณ บริเวณศูนย์อาหาร สวนลุมพินี เขตปทุมวัน

นายชัชชาติกล่าวว่า การแยกขยะเป็นเรื่องที่ประชาชนพูดมานานแล้ว พอแยกขยะแล้ว ขยะจะมีคุณค่าขึ้นมาทันที การแยกขยะเปียกที่มีการเน่าเหม็นออกจากขยะทั่วไปที่แห้ง ก็จะสามารถนำมารีไซเคิลและใช้งานใหม่ได้สะดวกขึ้น แต่ที่ผ่านมาประชาชนจำนวนมากแยกขยะแล้วสุดท้าย กทม.ก็เอามารวมที่รถ ทำให้ประชาชนหมดหวัง

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเริ่มเป็นกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ต้นน้ำคือประชาชนแยกขยะ กลางน้ำ คือ กทม.จัดเก็บขยะแบบแยกด้วย และปลายน้ำมีการจัดการจัดการขยะที่แยกมาอย่างเป็นระบบ

ชวนคนกรุงเทพฯ เปลี่ยนขยะเป็นทรัพย์สิน

นายชัชชาติกล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาเรามีการจัดการขยะเป็นหมื่นล้านบาท และเสียเงินไปกับการศึกษากว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี เราใช้เงินไปกับเรื่องขยะมหาศาล วันนี้ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้เปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพย์สินให้ได้

วันนี้ถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ ซึ่งจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป คือการทำแบบจำลองก่อน เลือกมา 3 เขต ปทุมวัน พญาไท หนองแขม ซึ่งมีทั้งพื้นที่กลางเมือง ใกล้เมือง และไกลเมือง มีรูปแบบที่แตกต่างกันทั้งชุมชน ตลาดสด และออฟฟิศ คอนโดฯ ต้องทำแบบจำลองให้เรียบร้อยก่อนว่ารูปแบบที่ทำได้ผลดีหรือไม่

อย่างรถขยะเองก็มีปัญหาเหมือนกัน เช่น อุปกรณ์เกะกะ คนแยกขยะไม่สะดวก เชื่อว่าหากแยกขยะเปียกมาแล้วการแยกขยะจะง่ายขึ้นและเร็วขึ้น เป็น Prototype (ต้นแบบ) ที่ต้องพัฒนาให้สมบูรณ์แบบ และหากมั่นใจใน 3 เขต จะสามารถขยายผลได้เลย หากสำเร็จเร็วก็จะขยายผลต่อไป

“ตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องเอาจริงเอาจัง เพราะขยะจะส่งผลทั้งปัญหาก๊าซเรือนกระจก สภาพแวดล้อม มีผลต่อต้นทุนการจัดเก็บ และความยั่งยืนของเมือง ถ้าแยกขยะแล้วค่าใช้จ่ายลดลงเราก็จะสามารถนำเงินงบประมาณตรงนี้ไปช่วยเหลือเด็ก หรือผู้สูงอายุได้อีก

“ตอนนี้การเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพย์สินทั้งโลกเขาทำกันมานานแล้ว ไม่มีเวลาไหนที่จะเหมาะเท่าเวลานี้แล้ว ต้องเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ เริ่มจริงจังทั้งเอกชน รัฐและประชาชน ไม่ได้ทำแค่เอาหน้าในวันนี้ แค่จัดอีเวนต์ ต้องตามดูความก้าวหน้าทุกอาทิตย์และลงไปแก้ปัญหาอย่างจริงจัง” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวด้วยว่า เรื่องขยะยังมีแนวคิดอื่นอีกมากมาย เช่น ถุงขยะดำที่วางกองอยู่ริมถนนรอรถขยะมาเก็บ ซึ่งมีสุนัข หนูมากัด พอฝนตกน้ำก็ชะขยะมาที่ท่อระบายน้ำ กำลังคิดเป็นตะแกรงพับเป็นที่ล้อมขยะมีฝาปิดแบบประเทศญี่ปุ่น ให้เอาขยะมาวางในตะแกรงที่พับเก็บได้ มีฝาปิด ซึ่งจะทดสอบต่อไป

ในส่วนของพนักงานกวาดขยะปัจจุบันต้องกวาดใส่ถุงดำ บางเขตมีถังที่หิ้วไปได้ด้วยเลยก็ถือว่าดี เพราะประชาชนสามารถทิ้งลงไปได้ ซึ่งก็ต้องปรับปรุง ต้องลงรายละเอียด และเข้าใจชีวิตของเจ้าหน้าที่คนที่ดูแลพวกเราด้วย ติดอุปกรณ์ ติดอาวุธให้เขาเพื่อให้เขาทำงานได้อย่างสะดวก เป็นภาพรวมที่เราจะเอาจริงเอาจังแน่นอน ขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วม รับรองว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการขยะให้ดีขึ้นได้

เล็งกำหนดมาตรการควบคุมผู้ที่ไม่แยกขยะในอนาคต

นายชัชชาติกล่าวถึงแรงจูงใจในการแยกขยะว่า จริง ๆ แล้วมีหลายรูปแบบ ตอนนี้ยังมีค่าเก็บขยะอยู่ กำลังคิดว่าหากมีการแยกขยะอย่างจริงจัง เราจะลดอัตราค่าเก็บขยะให้ หรือหากคุณแยกขยะมา อาจจะมีปุ๋ยหมักให้ทุกเดือน หรือหากใครแยกขยะก็จะมีสติ๊กเกอร์ติดหน้าบ้านว่าบ้านหลังนี้ร่วมมือในการพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น ถึงแม้จะไม่ใช่ตัวเงินหรือสิ่งของ แต่เป็นความภาคภูมิใจว่าเราร่วมที่จะทำให้เมืองดีขึ้น

หลายประเทศก็ไม่ได้มี Incentive ให้ แต่ใช้วิธีถ้าคุณไม่แยก คุณต้องเสียเงินมากขึ้น เพราะตามหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย Polluter Pays Principle หรือ PPP ใครทำมลพิษเยอะก็ต้องจ่ายเงินเยอะ อนาคตเมื่อระบบเข้าเต็มที่อาจมีคนบางกลุ่มที่ไม่ยอมแยก คุณก็ต้องจ่ายค่าเก็บขยะแพงขึ้น สุดท้าย กทม.ก็ต้องไปออกแบบแรงจูงใจให้เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้คนมาร่วมกับเราด้วย

“ไม่เทรวม” เป็นโครงการรณรงค์แยก “ขยะเศษอาหาร” ออกจาก “ขยะทั่วไป” ซึ่งเป็นนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการสร้างต้นแบบการแยกขยะ ต่อยอดให้การแยกขยะระดับเขตสมบูรณ์ครบวงจร เพื่อลดปัญหาขยะปลายทางผ่านการแยกขยะและลดการเกิดขยะต้นทาง

โดยในวันนี้มีการเปิดตัวรถขยะแบบใหม่ที่มีพื้นที่จัดเก็บเศษอาหาร 2 ประเภท ได้แก่ รถอัดท้ายที่ต่อเติมส่วนจัดเก็บขยะเศษอาหาร และรถขยะเปิดข้างเพื่อจัดเก็บขยะเศษอาหาร เพื่อแยกขยะเศษอาหารออกจากขยะประเภทอื่น ช่วยลดปัญหาน้ำชะขยะ กลิ่นขยะระหว่างการเก็บรวบรวมและการกำจัด และใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า ซึ่งจะออกวิ่งรับขยะที่ไม่เทรวม ในพื้นที่นำร่อง 3 เขต ได้แก่ เขตปทุมวัน เขตพญาไท และเขตหนองแขม

โครงการไม่เทรวมแบ่งออกเป็น 3 ระยะเพื่อติดตามประเมินและปรับปรุงแก้ไข โดยระยะที่ 1 (ก.ย.-ต.ค. 65) ช่วงนำร่อง กำหนด 1 เขต 1 เส้นทาง จากนั้นระยะที่ 2 (พ.ย.-ธ.ค. 65) จะขยายเป็นเก็บทุกเส้นทางในระดับแขวง และระยะที่ 3 (ม.ค.-มี.ค. 66) จะขยายทั่วทั้งพื้นที่ 3 เขตนำร่อง 3 ขยายผลเต็มพื้นที่เขต

ไม่เทรวม รถแยกขยะ กทม.

การเก็บขยะแยกประเภท แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ใช้รถเก็บขนมูลฝอยแบบเปิดข้าง ขนาด 1.5 ตัน จำนวนเขตละ 1 คัน จัดเก็บขยะเศษอาหาร คนละเวลากับการเก็บขยะทั่วไปปกติ และตัดแปลงรถเก็บขนมูลฝอยแบบอัดขนาด 5 ตัน ติดตั้งถังรองรับขยะเศษอาหารที่ท้ายรถเพิ่มเติม 1 ถัง พร้อมถังสำรองติดตั้งบริเวณคอรถอีกจำนวน 2 ถัง

สำหรับจัดเก็บขยะเศษอาหารพร้อมกับการเก็บขยะทั่วไป โดยขยะเศษอาหารที่จัดเก็บได้ สำนักงานเขตรวบรวมส่งโรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยเทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ อ่อนนุช (Mechanical and Biological Waste Treatment : MBT) เพื่อหมักเป็นก๊าซผลิตไฟฟ้า และในปี 2566 จะเริ่ม 3 เส้นทางนำร่องและระดับแขวงในพื้นที่อีก 47 เขตที่เหลือต่อไปด้วย

เผย 6 หลักเกณฑ์ เลือกเขตปทุมวัน พญาไท หนองแขม นำร่อง

สำหรับทั้ง 3 เขตที่คัดเลือกให้เป็นต้นแบบของเขต “ไม่เทรวม” พิจารณาจากหลักเกณฑ์ 6 ประเภท ได้แก่ 1) ขนาดพื้นที่ 2) จำนวนประชากร 3) ปริมาณขยะ 4) จำนวนชุมชน 5) ประเภทชุมชน และ 6) ระยะทางถึงศูนย์กำจัดขยะ เพื่อให้เขตต้นแบบสามารถครอบคลุมความหลากหลายของพื้นที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครสามารถนำไปพัฒนาและขยายผลการดำเนินการต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยเขตปทุมวันคือตัวแทนของเขตเมืองที่มีพื้นที่น้อยแต่ขยะเกินค่าเฉลี่ย เขตพญาไทคือตัวแทนของเขตที่ต่ำกว่ามาตรฐานค่าเฉลี่ยทุกเกณฑ์ เขตหนองแขมคือตัวแทนของเขตที่เกินมาตรฐานค่าเฉลี่ยทุกเกณฑ์

ทั้งนี้ การดำเนินงานทุกระยะจะมีการติดตามประเมินผลความเหมาะสม ผลดี ผลกระทบต่องบประมาณ ความเพียงพอของทรัพยากร เตรียมความพร้อมด้านงบประมาณจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ และรถเก็บขนมูลฝอยเฉพาะขยะเศษอาหารให้เพียงพอ และระบบการแปรรูปขยะเศษอาหารที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยให้พร้อมทั้ง 3 ศูนย์ ก่อนขยายผลไป 47 เขต พร้อมกันนี้ก็จะสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และเข้าร่วมโครงการ และสร้างแรงกระตุ้นผ่านทาง Social Media และช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...