โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ผมร่วงหลังคลอด รับมือยังไงดี ให้ผมกลับมาสวยเหมือนเดิม?

GedGoodLife

อัพเดต 10 ม.ค. 2566 เวลา 12.47 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2565 เวลา 08.53 น. • Ged Good Life ชีวิตดีดี

ผมร่วงหลังคลอด คือปัญหาที่คุณแม่มือใหม่มักจะตกใจ และกังวลใจไม่น้อยเลยทีเดียว หวีผมทีร่วงหลุดเป็นสายฝน ท่อน้ำในห้องน้ำก็อุดตัน เพราะเส้นผมร่วงหนักไม่ไหว คิดไปไกลถึงขั้นหัวต้องล้านแน่! ยิ่งเห็นก็ยิ่งเครียด จะจัดการอย่างไรดีนะ? แล้วผมจะกลับมาสวยเหมือนเดิมไหมนะ? สารพัดคำถามในใจ สามารถหาคำตอบได้แล้วที่นี่ มาติดตามกันเลย!

ทำความเข้าใจกับ ผมร่วงหลังคลอด

คุณแม่มือใหม่หลายคนประสบปัญหาผมร่วงมากเกินไปหลังคลอด (Postpartum Hair Loss) โดยผมมักจะร่วงสูงสุดประมาณสี่เดือนหลังคลอด เมื่อถึงวันเกิดปีแรกของลูก ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีผมยาวตามปกติ หากผมของคุณไม่กลับมาเต็มตามปกติหลังจากผ่านไปหนึ่งปี คุณอาจต้องไปพบแพทย์ผิวหนัง เพราะอาจมีสิ่งอื่นทำให้ผมร่วงได้ ผู้คนสูญเสียเส้นผมด้วยเหตุผลหลายประการ และการวินิจฉัยที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

ผมร่วงมีผลต่อเด็กทารกหรือไม่?

ผมร่วงหลังคลอดเป็นเรื่องปกติของการตั้งครรภ์ และการคลอดบุตร และจะไม่ส่งผลกระทบต่อลูกน้อยของคุณแม่แน่นอน

แต่เส้นผมที่หลุดร่วงสามารถพันรอบนิ้วมือ นิ้วเท้า หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกายทารกได้ (แต่ก็ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ นัก จึงไม่ต้องกังวลใจไป) ซึ่งอาจทำให้ทารกเกิดอาการปวด และเลือดไม่ค่อยหมุนเวียนได้ หากคุณแม่สังเกตเห็นจะต้องคลายผม หรือตัดผมอย่างระมัดระวัง

สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงหลังคลอด

โดยปกติแล้วเส้นผมคนเราจะร่วงวันละประมาณ 100 เส้น แต่ไม่ได้ร่วงพร้อมกันทีเดียว ทั้งนี้ในช่วงผมร่วงหลังคลอด คุณแม่จะมีภาวะผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน

โดยปกติวงจรชีวิตเส้นผมของคนเรา จะมี 3 ระยะด้วยกัน คือ

1. ระยะเจริญเติบโตของเส้นผม (Anagen phase) – เส้นผมทั้งศีรษะประมาณ 85-90% จะอยู่ในระยะการเจริญเติบโตนี้ แต่ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไร ระยะอนาเจนก็จะสั้นลง

2. ระยะหยุดการเจริญเติบโต (Catagen phase) – ระยะนี้จะเป็นช่วงสั้น ๆ เส้นผมจะเติบโตช้าลง และค่อย ๆ หยุดเติบโตไปในที่สุด แล้วเข้าสู่ช่วงเวลาหลุดร่วง ช่วงที่ทรมานใจที่สุดนั่นเอง

3. ระยะพัก (Telogen phase) – เป็นระยะสุดท้ายของเส้นผม เป็นระยะช่วงรอยต่อที่ผมกำลังจะหลุดร่วง กับระยะที่เส้นผมใหม่จะขึ้นมาแทนที่

ในระหว่างตั้งครรภ์ หากคุณแม่สังเกตจะพบว่า ผมขึ้นสวย และหนา เป็นที่พอใจมาก นั่นก็เพราะผมส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะการเจริญเติบโต (Anagen) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฮอร์โมน (โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน)

แต่หลังจากคลอด ฮอร์โมนของคุณแม่จะเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ระดับ “ฮอร์โมนเอสโตรเจน” จะลดต่ำลง ส่งผลให้ผมในช่วงก่อนตั้งครรภ์ที่ทั้งหนา และสวยงามของคุณแม่เริ่มเข้าสู่ระยะการหลุดร่วง เนื่องจากผมร่วงจำนวนมากในคราวเดียว จึงอาจทำให้คุณแม่รู้สึกตกใจ และกังวลใจได้ แต่สุดท้ายแล้วภาวะผมร่วงนี้จะกลับคืนสู่ปกติอีกครั้ง จึงไม่ต้องกังวลใจไป

สรุปแล้ว สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงหลังคลอดนั้น ก็มาจากฮอร์โมนการตั้งครรภ์ทำให้เส้นผมจำนวนมากในระยะเจริญเติบโต (anagen) เข้าสู่ระยะพัก (telogen) กะทันหัน ไม่กี่เดือนต่อมาหลังคลอด คุณแม่จึงมักพบกับภาวะผมร่วงนั่นเอง แต่สุดท้ายภาวะผมร่วงนี้จะหมดไป และเส้นผมจะกลับมาสวยเหมือนเดิมอีกครั้ง

ผมร่วงหลังคลอดจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จะได้เตรียมใจทัน!?

อาการผมร่วงหลังคลอด จะไม่เกิดขึ้นทันทีหลังจากคลอดลูก มักจะเกิดขึ้นหลังจากคลอดลูกไปแล้วประมาณ 2-3 เดือน แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะคุณแม่หลังคลอดคนอื่น ๆ ก็มีอาการแบบนี้เช่นเดียวกัน และอย่าลืมว่าอาการผิดปกติอื่น ๆ หลังคลอด ยังน่ากลัวกว่าอาการผมร่วง เช่น ซึมเศร้าหลังคลอด เป็นต้น เป็นอาการที่คุณแม่มักจะกังวลใจเป็นที่สุด และเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่จะผ่านไปได้โดยง่าย

ผมร่วงหลังคลอด จะกินระยะเวลานานแค่ไหน?

แม้ว่าการสูญเสียเส้นผมอาจเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวล แต่ข่าวดีก็คือ การหลุดร่วงของเส้นผมหลังคลอดนั้นเกิดขึ้นได้เพียงชั่วคราว ไม่เกิน 6 เดือนเท่านั้น ผมของคุณแม่ก็ควรกลับมาสู่สภาวะปกติ เมื่อลูกอายุครบหนึ่งขวบพอดี

ส่วนสัญญาณหลักที่ทำให้รู้ว่าเรากำลังอยู่ในภาวะผมร่วงหลังคลอดนั้น ก็คือ เห็นผมหลุดร่วงได้มากกว่าปกติ จากการแปรงผม หวีผม บนหมอน หรือพื้นห้องอาบน้ำ และเวลาใส่เสื้อผ้าสีขาว (หรือสีเสื้อที่ตัดกับเส้นผมที่ย้อมมา) จะเห็นเส้นผมหลุดร่วงติดเสื้อผ้ามากกว่าสีอื่น ๆ

เสริมธาตุเหล็ก บำรุงเส้นผม

คุณแม่ที่มีอาการผมร่วงมานานกว่า 1 ปี อาจต้องได้รับการตรวจประเมิน หรือตรวจเลือดดูระดับธาตุเหล็ก หากมีระดับต่ำ คุณหมอจะพิจารณาให้ธาตุเหล็ก โดยเกลือที่นิยมใช้ได้แก่ เฟอร์รัสฟูมาเรท (ferrous fumarate) ธาตุเหล็กอาจอยู่ในรูปแบบของวิตามินรวมและเกลือแร่ หรือ ยาเสริมธาตุเหล็กเดี่ยว ๆ

การให้ยาที่มีส่วนประกอบของเหล็กควรให้ก่อนอาหาร เพราะถูกดูดซึมได้ดีขณะท้องว่าง แต่ถ้ามีการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารมาก เช่น คลื่นไส้ ก็อาจให้พร้อมอาหา รหรือหลังอาหารได้

วิธีดูแลเส้นผมหลังคลอด ที่คุณแม่มือใหม่ควรนำไปใช้

ถึงแม้ว่าภาวะผมร่วงหลังคลอดจะไม่สามารถป้องกัน เพราะถือว่าเป็นธรรมชาติของฮอร์โมนในตัวคุณแม่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลย GED good life จึงขอแนะนำวิธีดูแลเส้นผมหลังคลอด ให้คุณแม่ได้นำไปปฏิบัติกัน ดังนี้

1. เสริมวิตามิน – แม้ว่าคุณแม่หลังคลอด ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่วิตามินอาจช่วยเป็นอาหารเสริมได้หากการรับประทานอาหารของคุณแม่ไม่สมดุล เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี คุณหมอมักแนะนำให้ทาน วิตามินรวม และเกลือแร่ขณะตั้งครรภ์ ต่อหลังจากที่ทารกเกิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังให้นมบุตร โดยใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

2. ใช้แชมพู และครีมนวดประเภทเพิ่มวอลลุ่ม (volumizing shampoo) – แชมพูเหล่านี้มักจะมีส่วนผสมเช่นโปรตีนที่เคลือบผม ทำให้เส้นผมดูเต็มขึ้น

3. เปลี่ยนทรงผม – ด้วยการตัดให้สั้นลง เพื่อความเบาสบายศีรษะ แลดูทะมัดทะแมงมากขึ้น และแจ้งให้ช่างตัดผมพิถีพิถันในการตัดผมให้เส้นผมดูแน่นฟู ไม่บางเกินไป

4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ – อาหารที่แนะนำเพื่อปรับปรุงสุขภาพผม ได้แก่ ผักใบเขียวเข้มมีธาตุเหล็ก และวิตามินซี มันเทศ และแครอทมีเบตาแคโรทีน ไข่มีวิตามินดี และปลามีโอเมก้า 3 และ แมกนีเซียม

5. ไม่ใช้ความร้อนกับเส้นผม – ไม่ควรใช้ไดร์เป่าผม หนีบผม หรือดัดผม ด้วยความร้อน เพราะจะยิ่งทำให้เส้นผมบางลงกว่าเดิม จนคุณแม่อาจสูญเสียความมั่นใจได้ ควรปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติ หรือใช้ผ้าช่วยซับน้ำให้ผมแห้งเร็วขึ้นแทน

6. ไม่หวีผมแรงเกินไป – การหวีผมแรงเกินไปอาจทำให้ผมของคุณร่วงเป็นกอใหญ่ได้ ดังนั้นควรหวีอย่างอ่อนโยน และอย่าหวีมากกว่าวันละครั้ง

7. หวีผมอย่างเบามือ – เพราะการหวีผมอย่างรุนแรง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมขาดหลุดร่วงได้ และอาจทำให้อาการผมร่วงแย่ลงไปอีก ดังนั้น ควรหวีผมอย่างเบามือ และหวีผมวันละครั้งก็พอ

อ้างอิง : 1. lancastergeneralhealth 2. clevelandclinic 3. healthline 4. synphaet 5. wongkarnpat

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้ ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...