โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำนานดอกกุหลาบผ่านบทละครพระราชนิพนธ์ “มัทนะพาธา”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 ก.พ. 2568 เวลา 03.15 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2568 เวลา 23.30 น.
มัทนะพาธา ผลงานภาพสีน้ำมัน โดย อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต (จากหนังสือ จักรพันธุ์ โปษยกฤต ๖ รอบ)

มัทนะพาธา ตำนานดอกกุหลาบในบทละครพระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ 6

เทศกาลวาเลนไทน์ เทศกาลแห่งความรักในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ใคร ๆ ก็รู้จักกัน เรามักจะเห็นคู่รักนำดอกกุหลาบมอบให้กัน แล้วรู้ไหมว่า ในวรรณคดีไทย ต้นกำเนิดดอกกุหลาบแสนสวย มาจากคำสาปของหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืดหยัดในความรักของเธอ

“มัทนะพาธา”เป็นบทละครพูดคำฉันท์ 5 องค์ ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มพระราชนิพนธ์เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2466 และจบสมบูรณ์ในวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2466 ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 เดือน 17 วันเท่านั้น

มัทนะพาธามาจากคำสันสกฤตว่า มทน(มะ-ทะ-นะ) แปลว่า ความลุ่มหลงหรือความรัก พาธาแปลว่า ความเบียดเบียนหรือความทุกข์ คำนี้จึงมีความหมายว่า ความเจ็บปวดและความเดือดร้อนเพราะความรัก

สันนิษฐานว่า การที่รัชกาลที่ 6 ทรงเลือกดอกกุหลาบให้เป็นตัวแทนของนางเอกนั้น มาจากการที่ดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรักมาตั้งแต่สมัยกรีก-โรมัน เป็นดอกไม้ที่มีลักษณะสวยงาม ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว

แต่กุหลาบยังแฝงด้วยความอันตรายจากหนามรอบลำต้น ซึ่งตรงกับแก่นของเรื่องที่ชี้ให้เห็นโทษของความรัก ดังพุทธสุภาษิตที่ว่า“ที่ใดมีรัก ที่นั้นมีทุกข์” เพราะตัวละครในเรื่องต้องพบกับความเศร้าโศกและผิดหวังจากความรักในที่สุดท้าย

วรรณกรรมเรื่องนี้คือการเล่าต้นกำเนิดของดอกกุหลาบ เรื่องราวมีอยู่ว่า สุเทษณ์เทพผู้ปกครองสวรรค์หลงรัก มัทนานางฟ้าที่มีหน้าตาสะสวย แต่นางไม่รับรัก เขาจึงสาปให้นางมาเกิดเป็น “ดอกกุหลาบ” บนโลกมนุษย์ เพื่อชดใช้โทษที่ไม่รับรัก แต่จะสามารถกลับมาเป็นมนุษย์ได้ในทุก ๆ คืนจันทร์เต็มดวง ทำให้นางพบรักกับ ชัยเสน กษัตริย์แห่งเมืองหัสตินาปุระ

แต่ความรักก็ไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะชัยเสนมีภรรยาอยู่แล้ว คือ นางจัณฑีนางให้สาวใช้ไปบอกชัยเสนว่ามัทนาเล่นชู้กับ ศุภางค์ทหารเอก ชัยเสนจึงโมโหและสั่งประหารทั้งคู่ แต่สุดท้ายมารู้ความจริงว่า ทั้งสองนั้นไม่ได้เล่นชู้กันอย่างที่ตนได้ยินมาจึงรู้สึกผิด

เมื่อเหล่าอำมาตย์บอกความจริงว่ายังไม่ได้ประหารทั้งสอง ชัยเสนจึงออกเดินทางเพื่อไปรับนางมัทนามาอยู่ด้วยกัน แต่ก็สายไปแล้ว เพราะนางมัทนาได้ขอให้สุเทษณ์มารับนางกลับไปสวรรค์ สุเทษณ์ขอให้มัทนารับรักของตนก่อน ถึงจะรับนางกลับสวรรค์ แต่มัทนาก็ยังมั่นคงในรักของนางกับชัยเสน จึงปฏิเสธไป

สุเทษณ์โกรธมาก จึงสาปให้นางกลายเป็นกุหลาบไปตลอดกาล

เมื่อชัยเสนมาถึงก็พบเพียงดอกกุหลาบ จึงนำดอกกุหลาบกลับไปปลูกที่เมืองของตน

บทละครพูดคำฉันท์เรื่องนี้สะท้อนถึงการสูญเสีย การไม่สมหวังในความรัก ทั้งสุเทษณ์ที่มัทนาไม่รับรัก ชัยเสนที่ต้องสูญเสียคนรักไปจากความหูเบาของตน และมัทนาผู้น่าสงสาร เพียงเพราะเธอไม่ตอบรับความรักของสุเทษณ์ผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้ต้องพบจุดจบด้วยการกลายเป็นดอกกุหลาบไปตลอดกาล

ต้นกำเนิดดอกกุหลาบที่แสนสวย โรแมนติก และเป็นดอกไม้ตัวแทนของความรัก แต่ต้นกำเนิดของมันกลับแสนเศร้า เกิดจากความผิดหวังของทุกตัวละคร แต่อีกนัยหนึ่งยังสื่อถึงรักของมัทนา ที่มั่นคงกับชัยเสนจนวินาทีสุดท้ายของนางเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

หนังสือแบบเรียน วรรณคดีวิจักษ์ ชั้นมัธยาศึกษาปีที่ 5. (ออนไลน์)

วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช. มัทนะพาธา : สถานภาพและบทบาทของผู้หญิงในมุมมองสตรีนิยมเชิงนิเวศ. (ออนไลน์)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตำนานดอกกุหลาบผ่านบทละครพระราชนิพนธ์ “มัทนะพาธา”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...