โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีเอสไอ หิ้วฝากขัง ‘ชวนหลิง จาง’ ด้านทนายยื่น 1 ล้าน ขอประกันตัว

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 10.45 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 10.21 น. • The Bangkok Insight

ดีเอสไอ หิ้วฝากขัง "ชวนหลิง จาง" ด้านทนายยื่น 1 ล้าน ขอประกันตัว อยู่ระหว่างการพิจารของศาลขอปล่อยชั่วคราว

เวลา 10.00 น. วันที่ 21 เมษายน 68 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ นำตัวนายชวนหลิง จาง อายุ 42 ปี ชาวจีน ผู้ต้องหา คดีเป็นคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจซึ่งต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบกิจการหรือต้องได้รับอนุญาตก่อน และเป็นนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดนั้น ตามพ.ร.บ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 37 และมาตรา 41 มายื่นคำร้องฝากขังผัดแรก

โดยคำร้องฝากขังสรุปว่า สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์การก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่พังถล่มเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 68 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

จากการสอบสวนพบว่า บริษัทที่ทำการก่อสร้างอาคารดังกล่าวคือกิจการร่วมค้าระหว่าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ไอทีดี และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ในนาม ITD-CREC โดยบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 100 บาท มีสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยร้อยละ 51 และสัญชาติจีนร้อยละ 49 มีจำนวนผู้ถือหุ้นจำนวน 4 รายได้แก่

  • บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เอจิเนียริ่ง คัมปะนี สัญชาติจีนจำนวน 490,000 หุ้นคิดเป็นร้อยละ 49 มูลค่า 49 ล้านบาท
  • นายโสภณ จำนวน 407,997 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 40.7997 มูลค่า 40,799,700 บาท และปรากฏว่าถือหุ้นในนิติบุคคลอื่นอีก4 บริษัท
  • นายประจวบ ร จำนวน 102,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 10.20 มูลค่า 10,200,000 บาท และปรากฏว่าถือหุ้นในนิติบุคคลอื่นอีก 7 บริษัท
  • นายมานัส จำนวน 3 หุ้นคิดเป็นร้อยละ 0.003 มูลค่า 300 บาท แล้วปรากฏว่าถือหุ้นในนิติบุคคลอื่นอีก 10 บริษัท บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด มีนายชวนหลิน จาง สัญชาติจีนและนายโสภณ มีชัย เป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล

เมื่อสืบสวนขยายผลกรรมการที่มีสัญชาติไทยทั้ง 3 คนพบว่านายโสภณ มีชัย อายุ 66 ปี ประวัติเคยทำงานที่ บริษัทอุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย จำกัดและได้ลาออกเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2557 และไม่ปรากฏประวัติการทำงานที่บริษัทใดอีก

ส่วนนายประจวบ อายุ 53 ปี และนายมานัส อายุ 62 ปี มีประวัติการทำงานที่บริษัท สันติภาพ อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต จำกัด โดยนายประจวบได้ลาออกเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2553 ส่วนนายมานัสลาออกเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2558

บริษัท สันติภาพ อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต จำกัด ตั้งอยู่ที่เลขที่ 493 ซอยพุทธบูชา 44 แยก 11 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งเดียวกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทอื่นอีก 8 บริษัท โดยทั้ง 8 บริษัท คือ บริษัท ยูไนเต็ด สตร์ กรุ๊ปจำกัด, บริษัท วิล มาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทสันติภาพ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด, บริษัท เอสทีพี อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทเอวาน่า อินเตอร์เนชันแนล จำกัด, บริษัทสแตร์ ลาเบล อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โมเยนเน่ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท สยามไบโอเมลิคอน ไซเอนซ์ จำกัด มีกรรมการสัญชาติไทยของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เป็นกรรมการ

จากการสอบสวนพบว่านายโสภณ, นายประจวบและนายมานัส ทั้ง 3 คนเป็นลูกจ้างของบริษัทที่คนจีนเป็นเจ้าของโดยที่ทั้ง 3 คนเป็นเพียงคนงานยกสินค้าและขับรถไม่เชื่อว่าบุคคลทั้ง 3 เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการใด เนื่องจากมีอาชีพรับจ้างและมีรายได้น้อยพนักงานสอบสวนดีเอสไอ พยายามติดตามตัวกรรมการสัญชาติไทยทั้ง 3 คน เพื่อมา

ชวนหลิง จาง

สอบสวนกรณีอาคารตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างได้ถล่มลงมา โดยศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนติดตามตัวกลุ่มผู้ต้องหาหลังเกิดเหตุตึกถล่มเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยหลังเกิดเหตุ ไม่สามารถติดนายโสภณ, นายประจวบและนายมานัสได้

ส่วนกรณี บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด มีนายชวนหลิง จาง ผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท ได้ทำธุรกิจต้องห้ามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 บัญชี 3 ข้อ 10 ด้วยเหตุนี้การที่ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด มี นายโสภณ, นายประจวบและนายมานัส ลูกจ้างชาวไทย 3 คนเข้ามาจดทะเบียนอำพรางเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 51 เพื่อให้บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทสัญชาติไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบอาชีพต้องห้ามตามกฎหมายโดยการเข้าประมูลงานก่อสร้างอาคารตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ด้วยวิธีการประกวดราคา ผ่านวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (E-Bidding) และได้ทำการก่อสร้างอาคารดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 จนกระทั่งอาคารได้ถล่มลงมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568

จากพฤติกรรมข้างต้นการกระทำของนายชวนหลิง จาง ผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจซึ่งต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบกิจการหรือต้องได้รับอนุญาตก่อนและเป็นนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดนั้น ตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 37 และมาตรา 41

ต่อมาวันที่ 19 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 18.50 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกองบังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกันจับกุมตัวนายชวนหลิน จาง ได้ที่โรงแรมกราฟ โฮเทล ถนนรัชดาภิเษก ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอจึงควบคุมตัวมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อสอบสวนแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 20 ปาก รอผลการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินและอยู่ระหว่างรอพยานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอศาลฝากขังผู้ต้องหานี้มีกำหนด 12 วันตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน - 2 พฤษภาคม นี้

ในชั้นจับกุม และชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

โดยคดีนี้มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ประกอบกับมีหนังสือจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ในราชอาณาจักรไทย ยืนยันผู้ต้องหาเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงไม่คัดค้านการปล่อยชั่วคราว

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

ส่วนทนายความของนายชวนหลิง จาง และตัวแทนบริษัทบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ฯ ได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสดประมาณ 1 ล้านบาท ไว้ยื่นขอประกันตัวนายชวนหลิงจาง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารของศาลขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...