โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้นจีน” ไม่หวั่น “Trade War” มั่นใจนโยบายรัฐ... Top5 “กองหุ้นจีน” เน้นหุ้น “H-Share” โชว์ผลตอบแทน “สุดปัง” เฉลี่ย +18.28% “นักลงทุนสถาบัน” มองบวก คาด “กำไรโตดี-ราคายังไม่แพง” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 16.57 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 02.43 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ Fund วันละนิด: “หุ้นจีน” ปีนี้กำลังจะกลาบร่างเป็น “มังกรทะยานฟ้า” เต็มตัว เมิน “Trade War” ที่สหรัฐเปิดเกมใส่ไม่หยุดหย่อน
และครั้งนี้เหมือนจะไม่ได้มาเล่นๆ ด้วย หลัง “รัฐบาลจีน” ส่งสัญญาณชัดเจนในการประชุม 2 สภา ตั้งเป้า GDP ปีนี้โต 5% และเพิ่มการขาดดุลงบประมาณเป็น 4% จาก 3% สูงสุดในรอบ 3 ทศวรรษเลยทีเดียว
โดยจะเน้นกระตุ้นการบริโภคให้เป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี25 พร้อมทุ่มเงินลงทุน 1 ล้านล้านหยวน เพื่อสนับสนุน Startup โดยจะโฟกัสด้าน AI/Technology เป็นสำคัญ
สร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดหนุน “หุ้นจีน” ปีนี้พุ่งทะยานแรงโดยเฉพาะ 2 ตลาด“H-Share” ปีนี้ +22.05% และ “HSI” +19.67% ตามลำดับ ในขณะที่ “A-Share” ปีนี้ +2.59% ในขณะที่ราคาก็ยัง “ไม่แพง” ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ผ่านมา (ที่มา: Google Finance, วันที่ 26 มี.ค. 25)
หนุนให้กลุ่ม “กองหุ้นจีน” ปีนี้ผลตอบแทนฟื้นเช่นกัน โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +7.93% (กองทุน 85% ผลงานเป็นบวก) (ที่มา: morningstarthailand.com)
สำหรับ “กองหุ้นจีน” ที่มีผลงาน “ดีสุด-แย่สุด” ปีนี้ มีกองอะไรบ้างนั้น ทีมงาน‘Wealthy Thai’ สรุปเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

“กองหุ้นจีน” ฟื้นต่อเนื่อง ปีนี้โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +7.93%…“MEGA10CHINARMF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +21.12% ส่วน “SCBCHAP” ดิ่งหนักสุด -4.34%

ภาพของ “ตลาดหุ้นจีน” ที่ฟื้นตัว ส่งผลให้ “กองหุ้นจีน” ทั้ง 126 กอง มีผลงานที่ดีขึ้นด้วยเช่นกันโดยปีนี้ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +7.93% โดยมี 107 กอง คิดเป็น 85% ที่มีผลงานเป็น “บวก” มีเพียงส่วนน้อย 15% เท่านั้น ที่ยัง “ติดลบ” โดยกองที่มีผลงาน “ดีสุด” ทำผลตอบแทนได้ +21.12% ส่วนกองที่มีผลงาน “แย่สุด” ผลตอบแทนยังติดลบอยู่ -4.34% หรือต่างกันอยู่ 25.46%
สำหรับ 5 “กองหุ้นจีน ที่มีผลงาน “ดีสุด” ปีนี้ (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเดียวกัน) เป็นหุ้น “H-Share” และ “หุ้นเทคฯ” เป็นสำคัญ ทำผลตอบแทนเฉลี่ย +18.28%ได้แก่

  • “MEGA10CHINARMF” ของบลจ.ทาลิส21.12%

  • “SCBCEHE” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ 18.23%

  • “TISCOCH” ของบลจ.ทิสโก้ 18.18%

  • “KF-CHINA” ของบลจ.กรุงศรี 17.59%

  • “KT-CHINA RMF” ของบลจ.กรุงไทย 16.26%

ส่วน 5 “กองหุ้นจีน” ที่มีผลงาน “แย่สุด” ปีนี้ ส่วนใหญ่เน้นลงหุ้น “A-Share” เป็นสำคัญ ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -2.85% ประกอบด้วย

  • SCBCHAP” ของบลจ.ไทยพาณิชย์-4.34%

  • “DAOL-TAIWANEQ” ของบลจ.ดาโอ-3.33%

  • “TISCOCHA-A” ของบลจ.ทิสโก้-2.89%

  • “KFCSI300-A” ของบลจ.กรุงศรี-2.06%

  • “K-CHX” ของบลจ.กสิกรไทย-1.62%

H-Share” ฟื้นแรง ปีนี้ +22.05% ส่วน “A-Share” +2.59%…ด้าน “นักลงทุนสถาบัน” ปรับมุมมองเชิงบวกต่อเนื่อง

แม้ว่าการปรับตัวขึ้นของ “หุ้นจีน” ในครั้งนี้ จะยั่งยืนหรือไม่นั้น ยังเป็นคำถามที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาม แต่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกปรับเปลี่ยนมุมมอง “หุ้นจีน” สู่เชิงบวกกันมากขึ้น และมองว่าเศรษฐกิจจีนได้ผ่าน “จุดต่ำสุด” ไปแล้วและนั่นอาจจะเป็นสัญญาณว่าตลาดหุ้นก็อาจจะผ่าน “จุดต่ำสุด” ไปแล้วเช่นเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ทาง Goldman Sachs” ปรับเป้าหมายดัชนี MSCI China” ใน 12 เดือนข้างหน้า ขึ้นอีก 16% จากเดิม 75 จุด เป็น 85 จุด และปรับเป้าหมายดัชนี CSI 300” ขึ้นเป็น 4,700 จุด จาก 4,600 จุด โดยทั้ง 2 ดัชนีได้รับแรงหนุนจาก DeepSeek AI ซึ่งช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของจีน ซึ่งประเมินว่าการใช้ AI อย่างแพร่หลายอาจช่วยหนุนกำไรต่อหุ้น (EPS) ของบริษัทจีนให้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.5% ต่อปีในทศวรรษหน้าอีกด้วย

ล่าสุดทาง Morgan Stanley” เองก็ปรับมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นจีนเป็นครั้งที่2 ในรอบเดือน หลังประเมินแนวโน้มกำไรดีกว่าประมาณการเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ไตรมาส และมูลค่าเริ่มเข้าสู่จุดกลับตัว และมองว่าหุ้นจีนควรจะประเมินมูลค่าให้ใกล้เคียงกับดัชนี MSCI Emerging Market ซึ่งจะช่วยลดส่วนต่างของระดับราคาที่มีมาอย่างยาวนานลงด้วย

เช่นเดียวกันกับ “บลจ.ยูโอบี” ที่มีมุมมองเชิงบวกต่อ “หุ้นจีน” เช่นเดียวกัน โดยนักลงทุนในตลาดมองบวกกับ “ตลาดหุ้นจีน” มากขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงด้านภาษีการค้าทาให้หุ้นจีนโดยเฉพาะกลุ่ม Large-Caps Growth ปรับตัวขึ้นจากความคาดหวังเชิงบวก (Multiple Expansion) และการที่นักลงทุนลดระดับการUnderweight จีนสนับสนุนโมเมนตัมหุ้นจีนให้ฟื้นตัวต่อเนื่องได้
สำหรับนักลงทุนระยะยาวและยังไม่มี “หุ้นจีน” ในพอร์ต ก็ถือเป็นตลาดที่น่าสนใจ และสามารถทยอยสะสมเพื่อลงทุนมาไว้ในพอร์ตได้ มูลค่าก็ยัง “ไม่แพง” ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้ง “A-Share” และ “H-Share” มีติดพอร์ตไว้บ้างแล้วแต่ความชอบและความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองเป็นสำคัญ แต่คงต้องมองภาพในระยะยาวเป็นหลักเช่นเคย
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...