โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Artisan Green ธุรกิจปลูกผัก ใช้พื้นที่น้อย แต่ผลผลิตขายทั่วเกาะสิงคโปร์

SMART SME

อัพเดต 03 พ.ค. 2568 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2568 เวลา 09.44 น.

หากพูดถึงสิงคโปร์เป็นที่รู้ดีกันอยู่แล้วว่าลักษณะภูมิประเทศจะเป็น “เกาะ” ทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ โดยเฉาะหากจะคิดทำเกษตรกรรม แต่ Artisan Green ธุรกิจสตาร์ทอัพ ได้ลบเงื่อนไขข้อจำกัดนี้ลงอย่างหมดจน ด้วยการใช้พื้นที่ไม่มาก แต่สามารถส่งผักขายทั่วเกาะสิงคโปร์

Artisan Green เปิดฟาร์มที่มีขนาด 2 เฮกตาร์ โดยมีขนาดประมาณสนามฟุตบอล 3 สนาม ใน Sungei Tengah ซึ่งมีพื้นที่กสนผลิตในร่ม 5,500 ตารางเมตร และมีพื้นที่ผลิตกลางแจ้ง 1.5 เฮกตาร์ นอกเหนือจากฟาร์มในร่มขนาดพื้นที่ 300 ตารางเมตร ที่มีอยู่แล้วใน Kallang

Ray Poh หัวหน้าฝ่ายบริหาร กล่าวว่าฟาร์มแห่งนี้จะปลูกผักโขมซึ่งเป็นผักประจำฟาร์ม รวมไปถึงผักใบเขียว และไมโครกรีนชนิดอื่น ๆ ไม่เพียงเท่านั้น ฟาร์มยังมีแนวคิดการรับประทานอาหารที่นำผักมาเสิร์ฟถึงโต๊ะอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงคุณค่าของการซื้อผลผลิตที่ปลูกในท้องถิ่น

ดูเหมือนว่าธุรกิจประสบความสำเร็จ แต่เส้นทางกว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่อยง่าย โดยบริษัทไม่ชนะการประมูลที่ดินเกษตรกรรมเพื่อการปลูกผักในปี 2020 และไม่สามารถให้เช่าที่ดินในตลาดเชิงพาณิชย์ได้ ก่อนจะมาหาที่ดินได้ที่ Sungei Tengah เมื่อเดือนเมษายน 2024 ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีของธุรกิจ

แม้ว่าจะมีพื้นที่ใช้สอยไม่มากนัก จึงทำให้ Poh มุ่งเน้นความพยายามส่วนใหญ่ไปที่การเพิ่มผลผลิตสูงสุด โดยมุ่งเน้นไปที่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อกระตุ้นผลผลิต ตั้งแต่ผักโขม, สมุนไพร, ไมโครกรีน ซึ่งผักแห่งนี้จะผลิตผักได้ถึง 30 ตันต่อเดือนในระยะเริ่มต้น ส่วนในระยะที่สอง (นับตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป) จะถูกเพิ่มเป็น 90 ตันต่อเดือน

ที่มา: Artisan Green

ความพิเศษของฟาร์มอีกด้านหนึ่ง คือพื้นที่ในร่มที่จะมีสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ โดยใช้ไฟ LED เพื่อปลูกพืชที่มีมูลค่าสูง เช่น ผักโขมอ่อน, ไมโครกรีน ขณะเดียวกัน พื้นที่กลางแจ้งเหมาะกับการปลูกพืชทั่วไปของท้องถิ่น เช่น เสี่ยวไป๋ไฉ โดยปัจจุบันผักของฟาร์มวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น Little Farms, FairPrice และ Cold Storage ซึ่งตอนนี้มีความต้องการสูงขึ้นเรื่อย ๆ

“เราพยายามกระตุ้นผลผลิตให้ได้มากที่สุด โดยคิดค้น และทดลองสูตรพืชผลใหม่” Poh กล่าว

นอกจากนี้ ธุรกิจยังมีการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวบรวมสูตรพืชผลต่าง ๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คล้ายกับห้องครัวของ McDonald’s ทำให้สามารถทำให้กระบวนการปลูกทั้งหมดเป็นระบบอัตโนมัติ และยังช่วยลดต้นทุนแรงงานอีกด้วย

ที่มา: Artisan, straitstimes

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...