โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทุนจีนบุกหนัก แห่ซื้อที่ดินลงทุนใน EEC ดันราคาที่ดินพุ่งแรง แซงค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนช่วงโควิดระบาด

THE STANDARD

อัพเดต 18 มี.ค. 2568 เวลา 02.28 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 02.28 น. • thestandard.co
ทุนจีนบุกหนัก แห่ซื้อที่ดินลงทุนใน EEC ดันราคาที่ดินพุ่งแรง แซงค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนช่วงโควิดระบาด

REIC รายงานดัชนีราคาที่ดินเปล่าในพื้นที่ EEC ไตรมาส 4/67 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผลจากความต้องการที่ดินมาจากกลุ่มนักลงทุนจีนที่มีการย้ายฐานการผลิตมาไทย ด้าน WHA เดินหน้าขึ้นราคาขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงาน ‘ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไตรมาสที่ 4/67’ พบว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีค่าดัชนีเท่ากับ 323.9 จุด เพิ่มขึ้น 26.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในช่วง 5 ปี ระหว่างปี 2558-2562 ที่มีอัตราการปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14% ส่งผลให้ดัชนีราคาที่ดินเปล่าในพื้นที่จังหวัดชลบุรีมีค่าสูงที่สุดในพื้นที่ EEC โดยมีค่าเท่ากับ 447.6 จุด เพิ่มขึ้น 47.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 19.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ดัชนีราคาที่ดินเปล่าในพื้นที่ EEC รายไตรมาสช่วงปี 2566-2567

ดัชนีราคาที่ดินเปล่าในพื้นที่ EEC รายไตรมาสช่วงปี 2566-2567

ซึ่งเป็นผลมาจากกลุ่มนักลงทุนจีนที่มีการย้ายฐานการผลิตมายังจังหวัดชลบุรีเพิ่มขึ้น และปัจจัยบวกจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการเปิดศูนย์บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ (Government All-Service Center) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในการขอใบอนุญาตต่างๆ

รองลงมา ได้แก่ จังหวัดระยอง มีค่าดัชนีเท่ากับ 203.6 จุด เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ส่วนพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรามีค่าดัชนีเท่ากับ 197.7 จุด เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ดัชนีราคาที่ดินเปล่าในพื้นที่ EEC ช่วงปี 2558-2562

ดัชนีราคาที่ดินเปล่าในพื้นที่ EEC ช่วงปี 2558-2562

สถิติดัชนีราคาที่ดินเปล่าในพื้นที่ EEC ระหว่าง ปี 2558-2567

สถิติดัชนีราคาที่ดินเปล่าในพื้นที่ EEC ระหว่าง ปี 2558-2567

หากพิจารณาเป็นรายทำเลพบว่า ทำเลที่มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มสูงสุด 5 อันดับแรก มีดังนี้

อันดับ 1 ได้แก่ ที่ดินในอำเภอแกลง จังหวัดระยอง มีราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 92.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากเป็นอำเภอที่มีการซื้อ-ขายที่ดินส่วนใหญ่ เพื่อพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยรองรับประชากรที่เข้ามาทำงานในนิคมอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว

อันดับ 2 ได้แก่ ที่ดินในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 50.6% เป็นอำเภอที่ตั้งของเมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของจังหวัด โดยที่ดินส่วนใหญ่นำมาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมและโรงแรมสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อันดับ 3 ได้แก่ ที่ดินในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 47.6% ที่ดินส่วนใหญ่นำไปพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยรองรับคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในนิคมอุตสาหกรรมและท่องเที่ยว

อันดับ 4 ได้แก่ ที่ดินในอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา มีราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 27.5%

อันดับ 5 ได้แก่ ที่ดินในอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี มีราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 1.8%

ตารางแสดงดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่ EEC ไตรมาส 4/67

เปิด 5 ทำเลใน EEC ที่มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มสูงสุด 5 อันดับแรก

เปิด 5 ทำเลใน EEC ที่มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มสูงสุด 5 อันดับแรก

WHA ลุยขึ้นราคาขายที่ดินใน EEC ปีนี้ 10-15% หลังดีมานด์พุ่ง

ด้าน จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทมีการปรับราคาขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมขึ้นประมาณ 10-15% ซึ่งหลักตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ EEC โดยถือเป็นอัตราการปรับเพิ่มขึ้นที่มากกว่าระดับปกติในอดีต ซึ่งจะมีการปรับขึ้นราคาขายประมาณ 1-2% ต่อปี

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA

จรีพร จารุกรสกุล

ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA

“ช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีการปรับขายที่ดินเพิ่มขึ้นมาก โดยในปี 2567 ราคาโอนขายที่ดินสูงขึ้นถึง 19% จากปี 2566 โดยมาจากการปรับราคาขายขึ้นจำนวน 2 ครั้งในปี 2024 มาจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนที่ดินของที่ดินใหม่ที่มีราคาสูงขึ้นด้วย แต่ภาพรวมถือว่าทำราคาที่ดินได้ดี เพราะปีที่แล้วเราทำ EBITDA Margin ได้ถึง 66% ส่วนปีนี้มั่นใจว่าจะทำได้เกิน 45% และเชื่อมั่นว่าธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมจะดีต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีข้างหน้านี้”

ทั้งนี้ ในปีนี้ WHA ตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวมไว้ที่ 2,350 ไร่ แบ่งเป็นในไทย 1,700 ไร่ และเวียดนามอีก 650 ไร่ โดยมุ่งเน้นการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

“ระยะหลังเห็นความต้องการของลูกค้าจะซื้อที่ดินแปลงใหญ่ขึ้นอยู่ที่ราว 400-1,000 ไร่ต่อราย เปลี่ยจากภาพเดิมในอดีตที่จะต่ำกว่า 100 ไร่ต่อราย”

สำหรับกลุ่มลูกค้า 3 อันดับแรกขณะที่มีดีมานด์เข้ามาลงทุนซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทมีดังนี้

อันดับที่ 1 จีน

อันดับที่ 2 สหรัฐฯ

อันดับที่ 3 ญี่ปุ่น ที่เริ่มทยอยกลับมาลงทุนเพิ่มขึ้น รวมทั้งกลุ่มนักลงทุนไต้หวันที่มีแนวโน้มการลงทุนเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

โดยอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนมีความหลากหลาย ทั้งอุตสาหกรรมกลุ่มเทคโนโลยี ผู้ผลิตแบตเตอรี่ในกลุ่มยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอนซูเมอร์ และอื่นๆ ซึ่งจะยังมีความต้องการที่ดีต่อเนื่อง

จรีพรกล่าวต่อว่า ปัจจัยที่สนับสนุนให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีแนวโน้มเข้ามาประเทศเพิ่มขึ้นมาจากต้องการกระจายความเสี่ยงย้ายฐานการผลิตออกจากจีน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสถานการณ์สงครามการค้า (Trade War) ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น อีกทั้งในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ยังมีความต้องการของลูกค้าต่างชาติที่ยังดีต่อเนื่อง โดยปัจจุบันที่ดินที่กำลังเจรจาและมีหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) เป็นหลักพันไร่ อีกทั้งในช่วงไตรมาส 4/67 มียอดขายที่ดินรอโอน (Backlog) ประมาณ 1,500 ไร่ที่รอจะโอนในปีนี้

ภาพ:zmotions / Shutterstock, Pornprasit Panada / Shutterstock

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...