โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แจก 10,000 เฟส 3 ได้เงิน พ.ค. 68 แบ่งจ่ายอายุ 16-20 ปีรับกลุ่มแรก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.พ. 2568 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2568 เวลา 00.20 น.

ชง “แพทองธาร” ประธานบอร์ด แจกเงิน 10,000 บาท เฟส 3 อีก 15 ล้านคน เผยกลุ่มคนอายุ 16-20 ได้เป็นกลุ่มแรก คาดเริ่มใช้จ่าย พ.ค. 68 รมว.คลัง-รมว.ดีอี ประสานเสียง ทดสอบระบบเพย์เมนต์เชื่อมธนาคารพาณิชย์ มี.ค.เป็นต้นไป เปิดช่องใช้เงินง่ายขึ้น ร้านค้าไม่ต้องอยู่ในระบบภาษีก็ถอนเงินสดได้ จูงใจรายย่อยเข้าระบบกระตุ้นเศรษฐกิจ เผยฐานะบริษัทบลูบิคเบื้องหลังแอปทางรัฐ ผู้ชนะประมูลระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงิน 10,000 บาท หรือโครงการเติมเงินผ่านดิจิทัลวอลเลต เฟส 3 ซึ่งเป็นการแจกเงินให้กลุ่มที่มีอายุ 16-59 ปี ที่ไม่ติดเงื่อนไขการครอบครองทรัพย์สิน และมีรายได้ตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ประมาณ 15 ล้านคน คาดว่าจะใช้เม็ดเงินงบประมาณ 1.5 แสนล้านบาท รัฐบาลจะเริ่มแจกในช่วงปลายไตรมาส 2/2568 หรืออย่างเร็วที่สุดคือเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป ในระหว่างนี้กระทรวงการคลัง และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เตรียมทดสอบระบบเพย์เมนต์ (ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์) เชื่อมกับระบบของธนาคารพาณิชย์ คาดว่าจะเริ่มทดสอบทั้งระบบในเดือนมีนาคม

แจกกลุ่มแรก 16-20 ปี

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต เฟส 3 สำหรับกลุ่มอายุ 16-59 ปี ขณะนี้คณะอนุกรรมการอยู่ระหว่างการพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขรายละเอียดบางอย่างเพื่อให้การใช้จ่ายสะดวก รวมทั้งในส่วนของการให้นำวงเงินจากดิจิทัลวอลเลตออกมาใช้ได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่กำหนดให้ร้านค้าถอนเงินสดได้ ต้องอยู่ในระบบภาษีเท่านั้น ก็หารือที่จะปลดล็อกให้ร้านค้าที่ไม่อยู่ในระบบภาษีสามารถถอนเงินออกได้ ก็เป็นการจูงใจร้านค้ารายย่อยให้ได้รับประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบนี้ด้วย

สำหรับไทม์ไลน์การแจกเงิน คาดว่าจะเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 เนื่องจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ จะต้องเชื่อมต่อระบบ Open Loop กับระบบเพย์เมนต์ที่ทาง DGA เป็นผู้รับผิดชอบ และต้องมีการทดสอบเพื่อให้มั่นใจระบบเติมเงินและชำระเงินทำให้อย่างมีเสถียรภาพพร้อมใช้งานต่อเนื่อง และมีมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อปิดความเสี่ยงเพราะเป็นระบบที่เชื่อมต่อด้านการเงิน

อย่างไรก็ดี เนื่องจากระบบเพย์เมนต์ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบใหม่ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เกิดปัญหาระบบล่ม ในกรณีมีคนจำนวนมากเข้าไปใช้งาน คณะอนุกรรมการจึงมีการหารือกันว่าการแจกเงินดิจิทัลวอลเลตเฟส 3 กลุ่มอายุ 16-59 ปี ซึ่งมีอยู่กว่า 15 ล้านคน ใช้งบประมาณ 1.5 แสนล้านบาท การแจกจะมีการแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ โดยกลุ่มแรกที่จะได้รับเงินเป็นกลุ่มอายุ 16-20 ปี

เปิดไทม์ไลน์จ่าย 10,000 เฟส 3

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือน ก.พ. 68 หรือช่วงต้นเดือน มี.ค. 68 คาดว่าจะนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต เฟส 3 สำหรับบุคคลทั่วไปที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ”

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ระบุว่าการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 เฟส 3 จะเหลืออีกประมาณ 15 ล้านคน กลุ่มอายุ 16-59 ปี ที่ไม่ติดเงื่อนไขทรัพย์สิน และรายได้ตามเกณฑ์ รัฐบาลยืนยันว่าเตรียมการไว้แล้ว โดยยืนยันคำเดิมคือแจกในไตรมาส 2 ปี 2568 คือในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย.นี้ได้เงินแน่นอน

ส่วนในเรื่องการทำระบบ Open Loop กับสถาบันการเงิน ตอนนี้ระบบเสร็จสิ้นหมด ซึ่งอยู่ในช่วงทดลองระบบ คาดว่าจะใช้เวลาทดลอง 1 เดือน เพื่อให้ระบบรัดกุม ขณะที่กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนยังเดินหน้าต่อเปิดลงทะเบียนแน่นอน และกำลังหาวิธีอยู่ ยืนยันว่ากลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนจะได้รับเงิน 10,000 บาทอย่างแน่นอน

สอดคล้องกับความเห็นของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ระบุว่าระบบเพย์เมนต์ไม่มีปัญหา น่าจะจบแล้ว มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยได้ผู้ชนะในการเสนอราคาพัฒนาระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าบริษัทที่ชนะจะส่งมอบงานในปลายเดือน ก.พ. จะมีการทดลองระบบในเดือน มี.ค.

ปรับเงื่อนไขใช้จ่ายง่ายขึ้น

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ระหว่างพิจารณาผ่อนปรนให้ร้านค้าและประชาชนสามารถใช้ดิจิทัลวอลเลตได้ง่ายขึ้น เช่น ในมิติของร้านค้าจะผ่อนปรนให้นำวงเงินจากดิจิทัลวอลเลตออกมาใช้ได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่กำหนดให้ร้านค้าถอนเงินสดได้ เมื่อมีการใช้จ่ายตั้งแต่ในรอบที่ 2 เป็นต้นไป และร้านค้าที่ถอนเงินสดได้ต้องอยู่ในระบบภาษีเท่านั้น

ขณะที่ในด้านประชาชนนั้น จะปรับเงื่อนไขให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการปรับเงื่อนไขให้ประชาชนใช้จ่ายเป็นเงินสดได้ ยืนยันว่ารูปแบบการใช้จ่ายยังเป็นการใช้ในระบบดิจิทัลวอลเลต ขณะที่เรื่องเงื่อนไขการจำกัดใช้จ่ายเฉพาะพื้นที่อำเภอตามทะเบียนบ้านนั้น รอข้อสรุปจากคณะกรรมการ แต่มีแนวโน้มที่จะใช้เป็นพื้นที่เหมือนเดิม

“บลูบิค” ชนะระบบเพย์เมนต์

สำหรับบริษัทที่ชนะการเสนอราคา ระบบแพลตฟอร์มการชำระเงิน หรือ Payment Platform คือ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยผ่านการคัดเลือกจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้พัฒนาแพลตฟอร์มแอปทางรัฐ ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการลงทะเบียนในโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเลต

สำหรับบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด โดยเสนอราคาวงเงิน 90 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งหมด

ตัวแทนของบริษัท บลูบิค ยืนยันว่า การพัฒนาระบบ Payment Platform จะเร่งดำเนินการได้ตามเวลาที่รัฐบาลกำหนด

ก่อนหน้านี้ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้รับงานเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม “ทางรัฐ” ซึ่งเป็นซูเปอร์แอปของภาครัฐ เพื่อรองรับการให้บริการประชาชน และการ “ลงทะเบียน” ข้อมูลประชาชนและร้านค้า ซึ่งการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชน โดย DGA เป็นผู้จัดจ้าง ส่วนการพัฒนาระบบลงทะเบียนร้านค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง เป็นบริษัท เด็พธเฟิร์สท จำกัด (Depth First) เป็นผู้พัฒนา

สำหรับบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ และการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งด้านธุรกิจและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการสร้างสรรค์และนำเสนอบริการ เพื่อให้คำแนะนำและความช่วยเหลือแก่ลูกค้าในการเตรียมความพร้อมทางธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล

ปัจจุบันแบ่งประเภทการให้บริการตามลักษณะการประกอบธุรกิจ ได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่ การให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการ การบริหารโครงการเชิงยุทธศาสตร์ การพัฒนาระบบดิจิทัลและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์ข้อมูลชั้นสูงด้วยปัญญาประดิษฐ์ และการจัดหาและบริหารบุคลากรชั่วคราว ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ผลประกอบการ 9 เดือนของปี 2567 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2567 รายได้อยู่ที่ 1,097.53 ล้านบาท กําไรสุทธิ 205.49 ล้าน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แจก 10,000 เฟส 3 ได้เงิน พ.ค. 68 แบ่งจ่ายอายุ 16-20 ปีรับกลุ่มแรก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...