โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทะเลแคสเปียนมีระดับน้ำลดลง อาจมากถึง 21 ม. ในปี 2100

Environman

เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 01.00 น.

ภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ระดับน้ำทะเลแคสเปียนลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งแมวน้ำท้องถิ่น ชุมชนชายฝั่ง และเศรษฐกิจรอบทะเลกำลังเสี่ยงอันตราย

ทะเลแคสเปียนนั้นเป็นทะเลปิดที่อยู่ระหว่างทวีปเอเชียกับยุโปร โดยมีเนื้อที่พื้นผิวน้ำประมาณ 371,000 ตารางกิโลเมตรทำให้บางครั้งทะเลแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามด้วยอุณหภูมิโลกที่กำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทำให้น้ำในทะเลแห่งนี้มีอัตราการระเหยเพิ่มขึ้นจนน่ากังวล

ผลการศึกษาใหมที่เผยแพร่บนวารสาร Communications Earth & Environment เผยให้เห็นว่าพื้นที่ราว 112,000 ตารางกิโลเมตรมีแนวโน้มที่จะแห้งแล้งลงจนทำให้ระดับน้ำลดลง 5-10 เมตร และอาจถึง 21 เมตรภายในปี 2100 หากไม่มีการจำกัดภาวะโลกร้อน

“การลดลงของระดับน้ำทะเลแคสเปียนดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะมีการดำเนินการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกก็ตาม” ดร. Simon Goodman จากสาขาชีววิทยา มหาวิทยาลัยลีดส์ กล่าว

การวิจัยเผยให้เห็นว่าหากทะเลแคสเปียนลดลง 5 เมตร จะทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยของแมวน้ำแคสเปียนที่เป็นสัตว์ท้องถิ่นลดลงถึง 81% ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามอย่างหนักต่อประชากรที่อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อยู่แล้ว

ขณะเดียวกันปลาสเตอร์เจียนที่ถูกกดดันจากการประมงเพื่อเอาเนื้อและคาเวียร์เองก็จะมีพื้นที่อยู่อาศัยลดลง 25-45% แต่หากทะเลแคสเปียนลดลงไปถึง 10 เมตร ระบบนิเวศ 4 ใน 10 ที่หาได้เฉพาะในภูมิภาคนี้จะหายไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจะสร้างความเสียหายที่ไม่อาจประเมินได้

ไม่เพียงเท่านั้นประชากรมากกว่า 15 ล้านคนที่อาศัยอยู่ตามบริเวณชายฝั่งเองก็จะได้รับผลกระทบ ทั้งในประเทศอาเซอร์ไบจาน อิหร่าน คาซัคสถาน รัสเซีย และเติร์กเมนิสถาน ที่ต่างก็เพิ่งพาแหล่งน้ำนี้ในการประมง เดินเรือ และค้าขายก็จะเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจได้

“มันอาจฟังดูเหมือนเป็นกรอบเวลาที่ยาวนาน แต่เมื่อพิจารณาถึงความท้าทายทางการเมือง กฎหมาย และการขนส่งมากมายที่เกี่ยวข้อง เราจึงควรเริ่มดำเนินการโดยเร็วที่สุดเพื่อให้มีโอกาสประสบความสำเร็จ(ในการปกป้องทะเลแคสเปียน)สูงสุด” ดร. Goodman กล่าว

เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เลวร้ายที่สุด ทีมวิจัยหวังว่าทุกคนช่วยกันอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ สนับสนุนชุมชนชายฝั่งให้มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจ มีการขยายขอบเขตพื้นที่คุ้มครอง พร้อมกับติดตามระบบนิเวศและสายพันธุ์ที่อยู่ในภูมิภาคแห่งนี้

“เราหวังว่าการวิจัยนี้จะช่วยเพิ่มการตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ำทะเลที่ลดลง การทำแผนที่นี้จะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายและนักอนุรักษ์สามารถวางแผนและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ล่วงหน้าได้ดียิ่งขึ้น” Rebecca Court นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลีดส์ กล่าว

ที่มา

https://www.nature.com/articles/s43247-025-02212-5

https://www.discovermagazine.com/…/why-the-caspian-sea…

https://phys.org/…/2025-04-caspian-sea-rapid-decline…

https://oceanographicmagazine.com/…/caspian-seas…/….

Photo: NASA

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...