โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยต้องเดินเกมให้ถูก นักวิชาการชี้ โตได้ไม่ต้องใช้งบเยอะ ดึงจุดแข็ง Open-Source ทำ AI เฉพาะทาง

Thairath Money

อัพเดต 25 มี.ค. 2568 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2568 เวลา 08.46 น.
ภาพไฮไลต์

ชัดเจนแล้วว่า“อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์” (AI) กำลังกลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เราเห็นแล้วว่าไม่ใช่แค่บริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง OpenAI, Microsoft, Google และ Meta ต่างทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี แต่เรายังได้เห็นความเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรเช่นเดียวกัน

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ สหรัฐฯ ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อพัฒนา AI ที่เก่งเทียบเท่าหรืออาจมากกว่ามนุษย์ แต่ขั้วตรงข้ามอย่างจีนใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างออกไปโดยเน้นการลดต้นทุนและใช้โมเดล AI แบบเปิด (Open Source) เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน จากความสำเร็จของ DeepSeek เป็นตัวอย่างสำคัญที่ทำให้เห็นว่า แม้จีนจะเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีชิปจากสหรัฐฯ แต่สามารถพัฒนาโมเดลที่มีประสิทธิภาพเทียบเคียง OpenAI ได้ในราคาต่ำกว่าถึง 95% พิสูจน์ให้เห็นว่า AI ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเยอะหรือเทคโนโลยีระดับสูงก็สามารถสร้าง AI ได้เช่นกัน

เมื่องบประมาณและบุคลากรมีอย่างจำกัด ไทยควรเดินเกมยังไงในยุคที่ AI เฟื่องฟู

นอกจากนี้หลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะในยุโรป กำลังผลักดันแนวคิด Sovereign AI หรือการมีอธิปไตยทาง AI เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากเหล่าบิ๊กเทคในสหรัฐฯ จนเกิดคำถามว่า ประเทศไทยมีแนวทางอย่างไร?

ดร.สลิลธร ทองมีนสุข และ นภสินธุ์ คามะปะโส นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ให้เห็นว่า เรื่องนี้ประเทศไทยอาจเผชิญกับข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากรที่ต้องมีความเชี่ยวชาญสูง การแข่งขันกับมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีโดยตรงในแง่ของเงินทุนและขนาดของโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจไม่ได้คุ้มเสีย อย่างไรก็ตามนักวิจัยทั้งสองท่านแสดงความเห็นว่า ไทยสามารถสร้างความได้เปรียบด้วย 3 แนวทางหลัก ๆ ประกอบด้วย

  • พัฒนา Task-Specific AI – มุ่งเน้น AI เฉพาะทาง นักวิชาการแนะว่าแทนที่จะทุ่มเททรัพยากรไปกับการสร้าง General AI ขนาดใหญ่ ไทยสามารถเลือกพัฒนา AI สำหรับงานเฉพาะด้านเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในระดับท้องถิ่นและธุรกิจภายในประเทศ เช่น ภาคเกษตร ท่องเที่ยว หรือการผลิต โดยข้อดีของการมี AI เฉพาะทาง คือ ต้นทุนน้อยกว่าและเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างตรงจุดมากกว่า เพราะมีการออกแบบให้ตรงกับความต้องการโดยเฉพาะและไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพราะ AI สามารถทำงานบนระบบประมวลผลที่เล็กได้
  • สนับสนุน Edge Data Center ภายในประเทศ ผลักดันการจัดตั้ง Edge Data Center หรือศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาศูนย์ข้อมูลต่างประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการประมวลผลแบบเรียลไทม์ เช่น IoT, รถยนต์อัตโนมัติ รวมถึงบริการสตรีมมิ่ง ซึ่งศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กนี้จะช่วยให้ลดเวลาแฝงในการประมวลผล ทำให้ AI ทำงานเร็วขึ้น และยังลดต้นทุนให้กับธุรกิจในประเทศ โดยเฉพาะ SMEs ที่ไม่สามารถลงทุนในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้
  • ใช้ Open-Source AI เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ แนวทางการพัฒนาโมเดลโดยใช้พื้นฐานของ Open-Source AI เช่น LLaMA, Falcon หรือ Stable Diffusion ที่ถูกใช้กันอย่างกว้างขวางนั้นจะส่งผลให้ไทยสามารถลดต้นทุนในการพัฒนา AI และปรับแต่งโมเดลให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของประเทศ เช่น ภาษาไทย ทั้งยังเพิ่มความโปร่งใสเพราะมีความปลอดภัยและสามารถตรวจสอบโค้ดได้

เดินเกมให้ถูก สร้างระบบนิเวศ AI ที่สมดุล

ในขณะที่สหรัฐฯ เน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้วยงบมหาศาล และจีนเลือกใช้แนวทางต้นทุนต่ำด้วย Open-Source AI นั้น นักวิชาการชี้ว่าไทยควรเลือกแนวทางที่เหมาะกับบริบทของตนเอง โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนา AI เฉพาะทาง, สนับสนุน Edge Data Center ภายในประเทศ รวมถึงปรับแต่ง Open-Source AI ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ AI ในไทยต้องมาพร้อมระบบนิเวศที่สมดุล ทั้งการพัฒนาทักษะแรงงาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และนโยบายรัฐที่เท่าทันโลก ซึ่งการสร้างระบบนิเวศ AI ที่สมดุล ระหว่างภาคเอกชนและการสนับสนุนจากภาครัฐ การพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่อง นั้นจะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันไทยให้สามารถใช้ AI เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างความสามารถในการแข่งขันในยุคดิจิทัลได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบมหาศาล

หากไทยเดินเกมถูก การพัฒนาและใช้เทคโนโลยี AI ได้จริงจะสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในภาคเกษตร การท่องเที่ยว การผลิต และบริการภาครัฐ ตลอดจนผลตอบแทนต่อ GDP ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจในประเทศไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการแข่งขันกับตลาดโลก

อ่านเพิ่มเติม

อ้างอิงข้อมูลจาก TDRI

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยต้องเดินเกมให้ถูก นักวิชาการชี้ โตได้ไม่ต้องใช้งบเยอะ ดึงจุดแข็ง Open-Source ทำ AI เฉพาะทาง

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...