โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กมธ.อุตสาหกรรม เผย ต้องจัดการผลทดสอบเหล็กก่อสร้างให้รอบคอบ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 10 เม.ย. 2568 เวลา 06.40 น.

กมธ.อุตสาหกรรม เผย ต้องจัดการผลทดสอบเหล็กก่อสร้างให้รอบคอบ รัดกุมป้องกันคนผิดหลุดรอดเงื้อมมือกฎหมาย ย้ำเหล็กจากโรงงาน SKY ยังผลิตไม่ได้เนื่องจากยังไม่ผ่านเกณฑ์ มอก. ชม ‘เอกนัฏ’ เดินหน้าเพิกถอน BOI รวดเร็ว เชื่อไม่มีปัญหาเพราะดำเนินการตามขั้นตอน

วันที่ 10 เมษายน 2568 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า

วานนี้ในการประชุมคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมได้มีการพิจารณาเรื่อง "ปัญหาการนำเหล็กก่อสร้างที่อาจไม่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมใช้เป็นวัสดุในการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน อันอาจจะเป็นสาเหตุสำคัญหนึ่งให้เกิดการพังทลายของอาคารดังกล่าว"

โดยทางคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม, กรมโยธาธิการและผังเมือง, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

ทาง กมธ.อุตสาหกรรม ได้พิจารณาในเรื่องมาตรฐานของสินค้าที่ผลิตจากโรงงานเป็นหลัก โดยเฉพาะในกรณีนี้คือเหล็ก สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของการที่ตึกถล่มนั้นเกิดจากสาเหตุใด ต้องรอการสรุปผลจากกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่รัฐบาลตั้งอีกครั้งหนึ่ง

ประเด็นที่ 1 ทาง สมอ. ได้มีการเก็บตัวอย่างเหล็กเพื่อตรวจสอบ 9 รายการ ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่ามี 2 รายการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ สมอ. ได้แก่ ประเภท DB20 ไม่เป็นไปตามมาตรฐานมวลต่อเมตร และประเภท DB32 ตกคุณสมบัติทางกล ประเภทค่า yield

แต่อย่างไรก็ดีทาง กมธ.อุตสาหกรรมได้มีข้อกังวลถึงมาตรฐานของ สมอ. ที่ใช้สำหรับเหล็กก่อนการก่อสร้าง สำหรับข้อกังวลนี้ทางศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติได้ให้ข้อมูลว่าสำหรับการนำเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างแล้วมาทดสอบ ตามหลักการที่ก่อนอาคารจะถล่มนั้นเหล็กทุก ๆ เส้นได้มีการรับแรงดึงแล้ว เช่นเดียวกับคอนกรีตในอาคารที่ได้รับแรงอัด อาจจะทำให้ผลการทดสอบตามมาตรฐานของ สมอ. มีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากมาตรฐานของ สมอ. นั้นมาจากเหล็กใหม่ก่อนใช้งาน

ทาง กมธ.อุตสาหกรรม จึงได้ให้ข้อเสนอแนะว่าจะต้องตรวจสอบให้รอบคอบ และรัดกุม โดยมีหลักวิชาการเพื่อให้พิสูจน์ได้ว่าเหล็กดังกล่าวไม่เป็นไปตามมาตรฐานแม้จะเป็นเหล็กใช้แล้วก็ตามเพื่อให้สิ้นข้อสงสัยในกระบวนการยุติธรรม และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทางรัฐบาลเพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างถูกต้องรัดกุม เพื่อป้องกันคนผิดลอยนวลและเพื่อความยุติธรรม.
ประเด็นที่ 2 สำหรับการขออนุญาตก่อสร้างและการตรวจสอบมาตรฐานของวัสดุก่อสร้างนั้น ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ชี้แจงว่า สำหรับอาคารของราชการนั้นได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องขออนุญาตก่อสร้าง เป็นการแจ้งเพื่อทราบแก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตการก่อสร้างเท่านั้น

แต่ถึงอย่างไรก่อนที่จะมีการใช้วัสดุในการก่อสร้างต้องมีการเก็บตัวอย่างของวัสดุการก่อสร้างทั้งเหล็กและคอนกรีตไปทดสอบมาตรฐานเสียก่อน ซึ่งทาง กมธ.อุตสาหกรรม ได้พิจารณาจะออกหนังสือเพื่อขอเอกสารการตรวจสอบดังกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาเปรียบเทียบมาตรฐานการทดสอบกับเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างจริง เพื่อมาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป

ประเด็นที่ 3 สำหรับข้อสงสัยของสังคมที่ว่าทาง สมอ. ได้มีการอนุญาตให้ปลดคำสั่งการอายัดเหล็ก และให้ทางโรงงานซิน เคอ หยวน กลับมาผลิตได้อีกครั้ง สำหรับประเด็นนี้ทาง สมอ. ชี้แจงว่า

ทาง สมอ. ได้มีการตรวจสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กในช่วงเดียวกับที่ทางโรงงานเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2567 พบว่ามีการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานของ สมอ. 2 ประการ คือ

ประการที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามวิธีควบคุมคุณภาพอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานหรือ QC ตามมาตรา 25 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

ประการที่ 2 ผลิตภัณฑ์เหล็กไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม 2 รายการ โดยไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางกล หรือทางเคมี จึงเป็นเหตุให้มีการอายัดเหล็กเส้นมากกว่า 40,000 เส้น ซึ่งทางโรงงานจะต้องดำเนินการแก้ไขตามข้อสั่งการของเจ้าหน้าที่ สมอ.ให้เรียบร้อยก่อนเดินเครื่องการผลิตเพื่อจำหน่ายและทดสอบผลิตภัณฑ์ให้ผ่านมาตรฐาน มอก.ก่อนที่จะได้มีการจัดจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันทางโรงงานไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ เนื่องจากการสั่งปิดโรงงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้ไม่สามารถทดสอบมาตรฐานดังกล่าวได้

จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่าจะไม่มีผลิตภัณฑ์เหล็กที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานออกสู่ตลาดอย่างแน่นอน ในช่วงนี้ที่มีการกล่าวอ้างในสื่อโซเชี่ยล

ประเด็นที่ 4 การเพิกถอนสิทธิประโยชน์ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ได้เคยให้ไว้ ในกรณีนี้ทาง กมธ.อุตสาหกรรม ได้มีการติดตามตั้งแต่เหตุการณ์เครนถล่มในโรงงานแห่งที่ 2 ของบริษัทเดียวกันเมื่อเดือนมีนาคม 2567

โดยทาง BOI ได้ให้ข้อมูลแก่ กมธ.อุตสาหกรรมว่า จะมีการถอนสิทธิประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อทางโรงงานมีการละเมิดกฎหมาย โดยต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งบันทึกการละเมิดกฎหมายมายัง BOI

สำหรับกรณีนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการส่งบันทึกถึงการละเมิดกฎหมายของโรงงานทั้งกรณีการสั่งปิดโรงงาน และการผลิตสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ดังกล่าวแล้ว คาดว่าทาง BOI น่าจะสามารถดำเนินการเพิกถอนสิทธิประโยชน์ตามที่เคยได้ให้ข้อมูลกับกรรมาธิการต่อไป

"สุดท้ายนี้ทางคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมขอชื่นชมการทำงานอย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมาเพื่อฟื้นคืนความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรม และพี่น้องประชาชนของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรม" นายอัครเดชกล่าวในตอนท้าย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...