OECD ปรับลดคาดการณ์ “เศรษฐกิจโลก” ปี 68-69 เตือนสงครามการค้ากระตุ้นเงินเฟ้อ
OECD ปรับลดคาดการณ์ "เศรษฐกิจโลก" ปี 68-69 เหลือ 3.1% และ 3.0% เตือนสงครามการค้ากระตุ้นเงินเฟ้อ ธนาคารกลางคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป
วันที่ 17 มีนาคม 2568 เวลา 17.03 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงจาก 3.2% ในปี 2567 เป็น 3.1% ในปี 2568 และ 3.0% ในปี 2569
ซึ่งเป็นการปรับลดจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 3.3% สำหรับทั้งปี 2567 และ 2568 ที่เผยแพร่ในรายงานเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวนี้มีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค โดยตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ เช่น จีน ยังคงแสดงความแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยชดเชยการชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดในอเมริกาเหนือ
OECD เตือนว่าการขึ้นภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนของภาคธุรกิจทั่วโลกและกระตุ้นเงินเฟ้อ ทำให้ธนาคารกลางต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
รายงานฉบับล่าสุดของ OECD อ้างอิงจากสมมติฐานที่ว่า สหรัฐจะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านขึ้นอีก 25% ในเกือบทุกรายการ ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป ผลกระทบของมาตรการดังกล่าวจะทำให้ เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงเหลือ 2.2% ในปีนี้ และลดลงอีกเป็น 1.6% ในปี 2568 ซึ่งเป็นการปรับลดจากคาดการณ์ก่อนหน้าที่ 2.4% และ 2.1% ตามลำดับ
ขณะที่เม็กซิโกจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการขึ้นภาษี โดยเศรษฐกิจคาดว่าจะ หดตัว 1.3% ในปีนี้ และลดลงอีก 0.6% ในปีหน้า ซึ่งตรงกันข้ามกับคาดการณ์ก่อนหน้าที่เคยระบุว่าเศรษฐกิจเม็กซิโกจะขยายตัว 1.2% และ 1.6% ตามลำดับ ด้านแคนาดาจะเห็นอัตราการเติบโตลดลงเหลือ 0.7% ทั้งในปี 2567 และ 2568 ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ 2% สำหรับทั้ง 2 ปี
เศรษฐกิจยูโรโซน ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามการค้าน้อยกว่า จึงคาดว่าจะ เติบโต 1.0% ในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 1.2% ในปีหน้า แม้ว่าตัวเลขนี้จะถูกปรับลดจากการคาดการณ์ก่อนหน้าที่ 1.3% และ 1.5% ตามลำดับ
ด้านเศรษฐกิจจีน รัฐบาลยังคงให้การสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งเพื่อลดผลกระทบจากภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดย OECD คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนจะเติบโต 4.8% ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 4.7% ที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และชะลอตัวลงเหลือ 4.4% ในปี 2569 ซึ่งคงตัวจากการคาดการณ์เดิม
นอกจากนี้ OECD เตือนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกอาจเลวร้ายลงอีก หากรัฐบาลสหรัฐเพิ่มภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าที่ไม่ใช่สินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหมด และประเทศคู่ค้าตอบโต้ด้วยมาตรการเดียวกัน ซึ่งการเพิ่มภาษีศุลกากร 10 % แบบถาวรในแต่ละประเทศ จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลดลง 0.3% ภายในปีที่ 2 และ 3 หลังจากเกิดช็อก ขณะที่เงินเฟ้อทั่วโลกจะสูงขึ้นเฉลี่ย 0.4% ในช่วงสามปีแรก
ในกรณีที่สงครามการค้าขยายวงกว้างขึ้น OECD คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยอัตราการเติบโตจะลดลง 0.7% จากระดับที่ควรจะเป็นภายในปีที่ 3 โดยต้นทุนโดยตรงต่อครัวเรือนอเมริกันอาจสูงถึง 1,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อครัวเรือน ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชนและการบริโภคในประเทศ นอกจากนี้รายงานยังระบุว่าต้นทุนทางเศรษฐกิจจากการใช้ภาษีศุลกากรจะลดทอนรายได้ที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลสหรัฐ ทำให้มาตรการนี้ไม่สามารถชดเชยภาระภาษีประเภทอื่นๆ ได้ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้
อ้างอิง : reuters.com