โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดผลผ่าพิสูจน์ ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ ให้น้ำหนักผูกคอดับ ญาติส่งรพ.จุฬาฯ ตรวจซ้ำ

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 มี.ค. 2568 เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2568 เวลา 07.27 น. • The Bangkok Insight

เปิดผลชันสูตรการเสียชีวิต "อดีตผู้กำกับโจ้" รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ให้น้ำหนัก เป็นการขาดอากาศ เนื่องจากการผูกคอ ส่วนการทำร้ายอื่น ๆ ยังไม่พบบาดแผลที่ชัดเจน ผลตรวจละเอียดออกอีก 2-4 สัปดาห์ ญาติส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ ตรวจซ้ำ

วันนี้ (9 มี.ค.) ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์แห่งใหม่ จังหวัดปทุมธานี ผศ.นพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองข้อเท็จจริง กรณีการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย ตาม พ.ร.บ.อุ้มหายเฉพาะกิจ เกี่ยวกับการผ่าชันสูตรพลิกศพ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรืออดีตผู้กำกับโจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ จำเลยในคดีฆาตกรรมผู้ต้องหาคดียาเสพติด ที่เสียชีวิตในเรือนจำคลองเปรม

อดีตผู้กำกับโจ้

ผศ.นพ.วรวีร์ ระบุว่า เบื้องต้นเท่าที่ได้ตรวจบริเวณคอที่เสียชีวิต ให้น้ำหนักการเสียชีวิตของการผูกคอเสียชีวิตมากกว่า เพราะในการทำร้ายอื่น ๆ ไม่เห็นบาดแผลที่มีความชัดเจน

"ส่วนร่องรอยมีลักษณะของบาดแผลพบบริเวณร่างกายของสะโพก และหลัง เป็นลักษณะของรอยช้ำเก่า วันนี้ทางห้องตรวจปฏิบัติการจะตรวจเพิ่มเติม โดยตรวจเนื้อเยื่อเพิ่มเติม รวมทั้งเวลาบาดเจ็บเกิดขึ้นช่วงใด"

ส่วนกรณีที่ญาติบอกว่าพบเลือดบริเวณที่เกิดเหตุ เกิดจากสาเหตุอะไรนั้น เลือดที่ออกตนไม่ได้ดูในที่เกิดเหตุ แต่ได้สอบถามทางคณะชันสูตรที่เกิดเหตุ บอกว่าเป็นไปได้ 2 กรณี

กรณีที่ 1 สงสัยว่าจะเป็นเลือดที่ออกมาจากการเสียชีวิต สันนิษฐานว่าเป็นของเหลว ที่ออกมาจากร่างกายภายหลังการเสียชีวิตแล้ว ส่วนเลือดออกพบว่า ออกมาจากทางปากเท่านั้น

กรณีที่ 2 จากบาดแผล แต่พบเพียงรอยถลอกที่บริเวณแขนเท่านั้น ซึ่งคิดว่าไม่น่าใช่เลือด น่าจะเป็นสารของเหลวที่ออกมาร่างกายภายหลังเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ ทราบว่าสำนักงานพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำไปเก็บตรวจแล้ว เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของหยดตรงนี้ ก็จะบอกได้ว่าเป็นหยดของเลือด หรือหยดของซีรั่ม ที่เกิดภายหลังการเสียชีวิต

สำหรับแผลถลอกไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จากการสอบถามพนักงานฝ่ายปกครองเห็นตั้งแต่ช่วงไปชันสูตรศพที่เกิดเหตุแล้ว เป็นบาดแผลใหม่ ที่อาจจะเกิดเหตุระหว่างที่นำร่างลงมา อาจจะไปครูดกับของแข็งบางอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งเจอช่วงชันสูตรศพ

รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ บอกด้วยว่า การวินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตนั้น เกิดจากการขาดอากาศ ด้วยการผูกคอเสียชีวิต ส่วนเป็นการกระทำโดยผู้อื่นหรือไม่นั้น ให้น้ำหนักเรื่องของการกระทำด้วยตนเองมากกว่า

เพราะลักษณะของแรงที่เกิดขึ้น ไม่พบรอยช้ำที่บริเวณเนื้อเยื่อบริเวณใต้ลำคอ ใต้รอยรั้ง ไม่พบรอยช้ำกล้ามเนื้อลำคอ ไม่พบการบาดเจ็บของกระดูก กล่องเสียง จึงให้เหตุผลว่าแรงที่มากระทำไม่เยอะมาก พอแรงที่มากระทำไม่เยอะมาก เข้าได้กับการใช้การผูกคอเสียชีวิต ไม่ใช่จากการรัดคอ

เมื่อถามว่าจากรอยบาดแผลบอกได้หรือไม่เข้ากับขนาดของผ้าขนหนู 30-40 เซนติเมตรนั้น ผศ.นพ.วรวีร์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เห็นผ้าขนหนู เพียงแต่ว่ารอยแผลได้กันกับลักษณะของลักษณะผ้า มีลักษณะของความกว้างค่อนข้างกว่าจะเป็นรอยเชือก กว้างประมาณ 1.4 ซม. สำหรับผ้ารัดคอได้ส่งให้พนักงานพิสูจน์หลักฐานเป็นผู้พิสูจน์อาจจะต้องใช้ข้อมูลทางนั้นมากกว่า

ในส่วนของผลการตรวจละเอียด ได้แจ้งให้ทางญาติผู้เสียชีวิตได้ทราบแล้วว่า จะมีการตรวจองค์ประกอบของเลือด และปัสสาวะ เพื่อหาสารพิษ และสารยาต่าง ๆ ด้วย ซึ่งจะต้องใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์

ส่วนการตรวจอื่น ๆ นั้นญาติได้แจ้งว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์มีอาการบาดเจ็บชายโครงเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน จึงได้ทำการ CT scan ด้วย

ส่งตรวจซ้ำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เปรียบเทียบข้อมูล

ทางด้าน นายวีรศักดิ์ นาคิน ทนายความของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ เปิดเผยว่า หลังจากนี้ทางครอบครัวจะนำร่างของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้รับในวันนี้

สำหรับการผ่าศพวันนี้ทางครอบครัวก็พอใจ แต่ขอดูผลรายละเอียดต่าง ๆ จากแพทย์อีกครั้งหนึ่งส่วนเรื่องที่พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ถูกนำไปขังเดี่ยวประมาณ 2 เดือนเศษ คาดเป็นการถูกลงโทษหลังถูกทำร้ายที่ไปแจ้งความ จากนั้นก็ถูกนำตัวไปขังเดี่ยว และไม่ได้มีการขอไปอยู่ขังเดี่ยว เพราะพ.ต.อ.ธิติสรรค์ บอกตลอดว่า อยากออกจากการถูกขังเดี่ยว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...