โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“มังกรหยก 2025” การกลับมาอีกครั้งของนิยายกำลังภายในอมตะ สู่หนังจอเงินเรื่องสุดท้ายของ “ทีมพากย์พันธมิตร”

Dek-D.com

อัพเดต 04 มี.ค. 2568 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2568 เวลา 06.12 น. • DEK-D.com
“มังกรหยก 2025” การกลับมาอีกครั้งของนิยายกำลังภายในอมตะ สู่หนังจอเงินเรื่องสุดท้ายของ “ทีมพากย์พันธมิตร”

“มังกรหยก 2025” การกลับมาอีกครั้งของนิยายกำลังภายในอมตะ สู่หนังจอเงินเรื่องสุดท้ายของ “ทีมพากย์พันธมิตร”

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเด็กดีทุกคนมีใครรอดูหนังกำลังภายในเรื่องใหม่ที่เป็นกระแสตอนนี้อยู่รึเปล่า? ช่วงนี้ผมเลื่อนฟีดไปไหนก็เจอแต่ข่าวนี้ มันเป็นทั้งข่าวดีและข่าวเศร้าในคราวเดียว เมื่อนิยายกำลังภายในอมตะอย่าง “มังกรหยก”ถูกสร้างเป็นหนังอีกครั้งโดยผู้กำกับ‘ฉีเคอะ’ อย่าง “มังกรหยก : จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่”แต่น่าเศร้าที่หนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องสุดท้ายที่เราจะได้ยินเสียงของ “ทีมพากย์พันธมิตร”ในโรงภาพยนตร์

มังกรหยก คืออะไร เกี่ยวกับอะไร?

มังกรหยกเป็นนิยายชุดแนวกำลังภายใน แต่งโดย กิมย้งในปี 1957 มีจำนวน 3 ภาค คือ…

  • มังกรหยก ก๊วยเจ๋ง ยอดวีรบุรุษ
  • มังกรหยก เอี้ยก่วย เจ้าอินทรี
  • ดาบมังกรหยก

เนื้อเรื่องอยู่ในช่วงยุคราชวงศ์ซ้องเป็นยุคที่ผู้คนตกยาก ขุนนางคดโกง เกิดความวุ่นวายทั่วแผ่นดินจีน พ่อแม่ของก๊วยเจ๋ง(พระเอก) และพ่อแม่เอี้ยคัง(ตัวร้าย) ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน ทั้งคู่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฎแผ่นดินจึงต้องแยกย้ายไปคนละทิศคนละทาง จนกระทั้งภรรยาของทั้งสองได้ให้กำเนิดลูกชาย ก๊วยเจ๋งเกิดในแผ่นดินมองโกล ส่วนเอี้ยคังเกิดในวังของชาวนีเจิน

ทั้งคู่ถูกเลี้ยงดูในสถาพแวดล้อมที่ต่างกัน ก๊วยเจ๋งถูกเลี้ยงให้กตัญญูต่อแผ่นดินจีนบ้านเกิดของพ่อ พอเติบใหญ่เขาจึงสะบั้นไมตรีต่อมองโกลที่ต้องการรุกรานแผ่นดินจีนและเดินทางฝึกวิชาเพื่อแก้แค้นให้พ่อ ในขณะที่เอี้ยคังหลงในลาภยศและอำนาจจนเข้าข้างศัตรูหรือชาวนีเจินให้ยึดครองจีน

ก๊วยเจ๋งได้พบกับ อึ้งย้ง จอมยุทธ์หญิงและได้ฝึกวรยุทธ์ด้วยกันเพื่อขับไล่กองทัพมองโกลและนีเจินไม่ให้รุกรานแผ่นดินจีน

นี่เป็นเรื่องย่อของภาคแรก ส่วนในภาคที่ 2 จะเป็นเรื่องราวของ เอี้ยก่วย ลูกชายของเอี้ยคัง ตัวร้ายภาคแรก ระยะเวลาห่างกันราวๆ 10 กว่าปี แต่ในภาคที่ 3 หรือ ดาบมังกรหยก จะห่างกันราวๆ 200 ปี

นิยายชุดมังกรหยกถือเป็นหนึ่งในนิยายกำลังภายในที่ได้รับความนิยมอย่างมากมาจนปัจจุบันเลย และยังเป็นผลงานที่ทำให้ ‘นิยายแนวกำลังภายใน’ ของจีนเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกเพราะเป็นเรื่องแรกที่ได้ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษในชื่อ “Legends of the Condor Heroes”จะเรียกว่าเป็นซอฟพาวเวอร์ที่มาก่อนกาลของจีนก็ไม่โม้เกินจริง

ความนิยมของนิยายมีมากจนได้ถูกนำไปดัดแปลงเป็นเป็นละครทีวีและหนังโรงนับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่ปี 1958, 1977, 1978, 1981, 1983, 1994, 1995 และอีกหลายเวอร์ชั่นจนถึงปัจจุบัน เรียกว่ามีให้ลูกหลานดูทุกรุ่น เวอร์ชั่นที่ผมจำติดตาคงเป็นของปี 1983 ที่เขาว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ประสบความสำเร็จที่สุด… อย่าเข้าใจผิดผมไม่ได้แก่ขนาดนั้น(ขำ) จำได้ว่าตอนนั้นช่องทีวีสักช่องเอากลับมาฉาย เลยมีโอกาสได้ดูกับป้าที่เคยอ่านนิยายมาก่อน

แปลใหม่-ทำหนังมาแล้วไม่รู้กี่รอบ ทำไมยังขลัง?

สิ่งที่ทำให้มังกรหยกยังคงความนิยมไว้ได้ คือนิยายยังไงละครับ ถ้าไม่ดีจริงผู้กำกับหนังหลายๆ คนคงไม่แย่งกันทำหนัง-ทำละครขนาดนี้หรอก หลายสิบปีมานี้มังกรหยกได้ตีพิมพ์ใหม่ แปลใหม่มาแล้วหลายๆ ครั้ง นิยายของ อ.กิมย้ง แตกต่างจากนิยายเรื่องอื่นๆ ของจีนตรงที่คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนจีน หรือมีความรู้เรื่องวัฒนธรรมจีนก็สามารถสนุกกับมันได้ ในขณะที่นิยายเรื่องอื่นในแนวเดียวกันเลือกจะถ่ายทอดเรื่องราวของคนจีนเพื่อคนจีน แต่ อ.กิมย้ง ทิ้งขนบพวกนั้นไปแล้วถ่ายทอดเรื่องของคนจีนในแบบที่คนนอกสามารถเข้าใจได้ซึ่งเป็นแนวทางให้นักเขียนจีนรุ่นใหม่ๆ มาถึงปัจจุบัน

เนื้อเรื่องที่มีการอ้างอิงประวัติศาสตร์ มีปมที่ลึกซึ้ง มีความซับซ้อนไม่ใช่แค่เรื่องราวการล้างแค้นอย่างเดียว รวมถึงมีการสอดแทรกเรื่องคติ คุณธรรม และความกตัญญูต่อชาติบ้านเมืองเข้าไปด้วย ดูจากตัวพระเอกอย่างก๊วยเจ๋ง ที่เป็นคนหัวช้าและค่อนข้างไม่เอาไหน แต่เขามีความซื่อสัตย์ และไม่เคยละความพยายาม แถมยังอ่อนน้อมถ่อมตน เคารพผู้อาวุโส จนได้รับความเอ็นดูจากจอมยุทธ์ที่ประมือด้วย

อีกอย่างนั่นคือทุกครั้งที่มีการสร้างมังกรหยกเป็นละครทีวีหรือหนังใหม่ ก็จะใช้นักแสดง-ผู้กำกับ-คนเขียนบทชุดใหม่ทุกครั้ง ทำให้มีการดัดแปลงนิดๆ หน่อยๆ เพิ่มเติมเข้าจนต่างจากนิยายบ้าง รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทำให้หนังแต่ละเวอร์ชั่นมีความยิ่งใหญ่และสนุกไม่เหมือนกัน อย่างเช่นในเวอร์ชั่น 2025 นี้!

มังกรหยก 2025 มันเจ๋งยังไง

มักกรหยก : จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” น่าจะเป็นการนำนิยายภาค 1 หรือ ก๊วยเจ๋ง ยอดวีรบุรุษ มาดัดแปลงเป็นหนังใหม่อีกครั้ง โดยภาคนี้ดูจากตัวอย่างแล้วจะเน้นเล่าเรื่องในเชิงหนังสงครามระหว่างมองโกลกับนีเจิง เพื่อแย่งชิงดินแดนจีน ก๊วยเจ๋งต้องเดินทางฝึกวรยุทธ์และรวมรวมพรรคพวกในการปกป้องแผ่นดินบ้านเกิด!

หนังเขาว่าใช้ทุนสร้างถึง 2000 ล้านบาท ดังนั้นเทคนิคพิเศษและความอลังการนี่จัดเต็มแน่นอน! แล้วหนังเรื่องนี้ยังจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้ยินเสียงของ “ทีมพากย์พันธมิตร”อีกด้วย

หนังเรื่องสุดท้ายของ "ทีมพากย์พันธมิตร"

“ให้เสียงภาษาไทยโดย พันธมิตร”เป็นประโยคที่ใครหลายๆ คนแค่อ่านก็ได้ยินเสียงในหัวแล้ว เพราะเป็นเสียงที่อยู่คู่หูคนไทยมากว่า 33 ปีเป็นเรื่องที่น่าใจหาย เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมาได้มีงานประกาศอำลาและปิดตัว “พันธมิตร”ทีมพากย์หนังขวัญใจมหาชนข้ามยุคข้ามสมัย มีผลงานมามากกว่า 3,000 เรื่อง ทีมพากย์พันธมิตรได้รวมกลุ่มกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2535 ตั้งแต่ที่ “น้าโต๊ะ” ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าทีมยังทำงานอยู่ช่อง 3 ต่อมาก็ได้ตั้งเป็นตัวเป็นตนในปี 2538 ผลงานเรื่องแรกที่ที่มีชื่อทีมพันธมิตรเป็นผู้ให้เสียงคือหนังเรื่อง “สายไม่ลับคังคังโป้ย” ของโจว ซิงฉือ ที่ได้สร้างภาพจำ สไตล์การพากย์ มุขตลกที่คนไทยจำไม่ลืม หลังจากนั้นก็ออกผลงานมาเรื่อยๆ ทั้งหนังจีน หนังฝรั่ง หรือแม้แต่หนังอินเดีย ส่วนใหญ่จะเป็นหนังจีนที่สร้างชื่อให้พวกเขา อย่างหนังชุด เจ้าพ่อเซี่ยงไห้ ยิปมัน หรือหนังของเฉินหลง อย่างวิ่ง สู้ ฟัด จนมีคำพูดล้อติดปากคนดูว่า “นึกถึงหนังจีน นึกถึงพันธมิตร”

โดย “น้าโต๊ะ” ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ เล่าผ่านสื่อต่างๆ ว่าจริงๆ มีแผนปิดตัวพันธมิตรมาตั้งแต่เมื่อ 3-4 ปีก่อนแล้ว แต่ก็เลื่อนมาเรื่อยๆ เพราะผู้ใหญ่ขอมา จนได้ฤกษ์วันนี้ สาเหตุเพราะมาถึง“จุดอิ่มตัว”และเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมากกว่า 30 ปี ยืนยันว่าไม่มีปัญหาภายใน หลังจากนี้สมาชิกแต่ละคนก็จะแยกย้ายกันไปในทางของตัวเอง จะยังคงเป็นนักพากย์อยู่ แต่กับ “พันธมิตร” นั้นจะไม่มีอีกแล้ว…

ถึงแม้ว่าการปิดตัวทีมจะไม่ได้หมายถึงจะเลิกพากย์หนัง แต่กับฟีลลิ่งการดูหนังหลังจากนี้คงไม่เหมือนเดิมเมื่อดูหนังจีนแล้วไม่มีประโยค “ให้เสียงภาษาไทยโดย พันธมิตร”ตอนเริ่มเรื่องอีกแล้ว…คงจะเหงาหูน่าดู… แต่อย่างที่ว่าครับ! เขายุบทีม ไม่ได้เลิกพากย์! เราอาจจะยังได้ยินเสียงของพวกเขากระจายไปอยู่ตามหนังเรื่องอื่นๆ ต่อจากนี้ก็ได้… 33 ปีที่เป็นแบบอย่างและเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่านักพากย์รุ่นใหม่ในอนาคตได้สานต่อ มั่นใจวงการนักพากย์หนังจะไม่มีวันมอดดับไปจากหูคนไทยอย่างแน่นอนครับ!

พี่จี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...