กปว.รอเคลียเจ้าหนี้6หมื่นล. เพิ่มเงินสมทบจ่ายเคลมโควิด
#กปว. #ทันหุ้น กองทุนประกันวินาศภัยเผยมีเจ้าหนี้ หรือผู้เอาประกันภัยรอชำระเงินคืนมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่มากจากประกันภัยโควิด พร้อมขออนุมัติ คปภ. เพิ่มเงินสมทบเข้ากองทุนจากปีละ 0.25%ของเบี้ยประกันรับรวมแต่ละบริษัท เป็น 0.50%เพื่อจ่ายเงินคืนเจ้าหนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา
นายชนะพล มหาวงษ์ ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.)เปิดเผย ภารกิจของกองทุนฯ ว่า ปี 2565 กองทุนฯ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ชำระบัญชีบริษัทประกันวินาศภัยที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตฯ เพิ่มอีก 2 บริษัท คือ บมจ. ไทยประกันภัย และ บมจ. อาคเนย์ประกันภัย โดยคำทวงหนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกรมธรรม์โควิด “เจอ จ่าย จบ” ซึ่งรวมกับที่กองทุนฯ ดำเนินการกับบริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตฯ เดิมอยู่ 6 บริษัท ทำให้ขณะนี้มีบริษัทประกันวินาศภัยฯ ที่กองทุนฯ กำลังดำเนินการอยู่ถึง 8 บริษัท
หนี้รอชำระกว่า 6 หมื่นล.
ปัจจุบันมีจำนวนคำทวงหนี้เกือบ 7 แสนคำขอ ยอดเงินขอรับชำระหนี้กว่า 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมทั้งบริษัทที่ล้มละลายจากสินไหมประกันโควิด และบริษัทที่ถูกปิดหรือล้มละลายไปก่อนหน้านั้นจากปัญหาสภาพคล่องที่ไม่เกี่ยวกับโควิด อย่างไรก็ตามกองทุนฯ ได้เร่งดำเนินการพิจารณาคำทวงหนี้ พร้อมจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยไปบางส่วนแล้ว ซึ่งเจ้าหนี้ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประกันภัยโควิด
นายชนะพล กล่าวต่อไป ในปี 2565 กองทุนฯ สามารถพิจารณาคำทวงหนี้ได้ถึง 27,792 คำขอ รวมเป็นเงินที่อนุมัติจ่ายกว่า 2.13 พันล้านบาท และได้จ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ที่ยืนยันสิทธิรับเงินแล้ว 13,382 คำขอ เป็นเงินกว่า 1 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามยังมีคำทวงหนี้อีกประมาณ 14,400 คำขอที่ไม่มายืนยันสิทธิเพื่อขอรับเงินกับกองทุนฯ
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กองทุนฯ จึงได้สร้างระบบและประสานความร่วมมือไปยังสำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการรับคำยืนยันสิทธิรับเงินให้แก่ประชาชน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565
ขอขึ้นเงินส่งเข้ากองทุน
สำหรับการเตรียมการในปี 2566 กองทุนฯ ได้วางแผนเพื่อให้มีเม็ดเงินเพิ่มไว้สำหรับการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ โดยได้เสนอไปยัง คปภ. เพื่อพิจารณาเพิ่มอัตราเงินนำส่งตามมาตรา 80/3 แห่ง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย จากเดิมที่บริษัทประกันวินาศภัยนำส่งเข้ากองทุนฯ ในอัตราปีละ 0.25% จากเบี้ยประกันภัยที่บริษัทได้รับ เป็น 0.5% ซึ่งจะเท่ากับอัตราที่กฎหมายกำหนด
“ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ คปภ. และเพื่อเป็นการเร่งเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ กองทุนฯ ได้ตั้งเป้าสำหรับการพิจารณาคำทวงหนี้ในปี 2566 ไว้ที่ 80,000 ถึง 100,000 คำขอ พร้อมกับเตรียมเงินเพื่อการจ่ายเจ้าหนี้ดังกล่าวไว้แล้วประมาณ 5 – 6 พันล้านบาท”
นอกจากนี้เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคำทวงหนี้ และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ สร้างความรับรู้แก่ประชาชนเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม กองทุนฯ ได้เตรียมการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับการยื่นคำยืนยันสิทธิรับเงินผ่านระบบคุ้มครองสิทธิออนไลน์ เพื่อลดระยะเวลาและลดการใช้ทรัพยากรกระดาษผ่านแอพพลิเคชั่น LINE ซึ่งได้รับงบประมาณเพื่อดำเนินการในปี 2566
“คาดว่าการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบดังกล่าว จะทำให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารของกองทุนฯ ได้ง่าย และสะดวกมากขึ้น มีความเข้าใจกระบวนการทำงานของกองทุนฯ เพิ่มมากขึ้น และจะส่งผลให้การยืนยันสิทธิเพื่อขอรับเงินต่อกองทุนฯ ได้เพิ่มขึ้น และลดระยะเวลาในกระบวนการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้”