โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

3 สมุนไพร ส้มแขก มะขามป้อม สมอไทย ดีท็อกซ์ วิถีไทย

Health Daily

อัพเดต 19 ม.ค. 2564 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2564 เวลา 11.30 น. • สุขภาพดีดี

ศ.นพ. สุเทพ กลชาญวิทย สาขาวิชาโรคทางเดินอาหาร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัยได้ทำการศึกษาคุณภาพ การขับถ่ายของคนไทย พบว่าในคนไทย ประมาณ 24% มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โดยในกลุ่มผู้มีปัญหา มีอยู่ 3% ที่พบว่ามีการขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ข้อมูลข้างต้นทำให้รู้ว่า คนไทย เกือบ 1 ใน 4 (15 ล้านคน) มีปัญหา การขับถ่าย ซึ่งอาการนี้อาจจะไม่ใช่อาการที่รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตแต่ก็ได้สร้างความรำคาญ และเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคร้ายอื่น ๆ ตามมามากมา

 

อย่างที่เราทราบกันดีว่าตอนเช้าเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายโดยเฉพาะช่วงเวลา05:00-07:00 ที่ลำไส้ใหญ่ทำงาน ช่วงนี้จะเป็นเวลาที่เราขับถ่ายอุจจาระได้ง่ายที่สุด แต่ถ้าใครพลาดนาทีทองไปละก็ อุจจาระเหล่านั้นก็จะถูกดูดน้ำกลับ ทำให้มีสภาพแข็ง ขับถ่ายได้ลำบาก หากยิ่งปล่อยไว้นาน ๆ ไม่ยอมถ่ายออก

 

นอกจากจะรู้สึกอึดอัด อ่อนแรง หงุดหงิดง่ายแล้ว มีโอกาสเป็นริดสีดวงได้อย่างแน่นอน แต่หนุ่มสาวออฟฟิศจะเอาเวลาที่ไหนมาถ่าย กว่าจะได้นอน กว่าจะตื่น ไหนจะต้องรีบอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัวแล้วก็รีบออกจากบ้าน

 

กว่าจะฝ่ารถติด กว่าจะได้ทานอะไรรองท้องในตอนเช้า ก็ถึงเวลาเข้างานพอดี เป็นอย่างนี้ตลอดทุกวัน แล้วจะให้เอาเวลาไหนไปเข้าห้องน้ำขับถ่ายอุจจาระล่ะเนี่ย คนสมัยนี้ถึงท้องผูกกันบ่อย ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุนั้น เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เร่งรีบมากในแต่ละวัน

 

ภาวะท้องผูกคืออะไร?

ท้องผูกคืออาการไม่ใช่โรค หมายถึงการที่ลำไส้ไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระได้ง่ายและสม่ำเสมอ โดยมีความถี่ของการขับถ่ายอุจจาระน้อยกว่าทุก ๆ สามวัน หรือวันเว้นสองวัน ร่วมกับก้อนอุจจาระมีลักษณะแข็งและยากต่อการขับถ่ายออกมา บางคนที่มีท้องผูกอาจรู้สึกเจ็บปวดเวลาถ่ายอุจจาระ ซึ่งมักต้องเบ่ง ท้องอืดมีลมเยอะ

แน่นท้องและรู้สึกว่าถ่ายไม่หมด บางคนอาจคิดว่าตนเองท้องผูกหากไม่ได้ขับถ่ายอุจจาระออกมาทุก ๆ วัน อย่างไรก็ตาม การขับถ่ายมีความแปรปรวนไม่เหมือนกันในแต่ละคน จากวันละสามเวลาไปจนถึงสามวันครั้งได้

 

เช็กอาการแบบไหน เข้าข่าย ท้องผูก

การวินิจฉัยภาวะท้องผูกนั้น ส่วนใหญ่ได้จากการซักถามอาการและตรวจร่างกาย แพทย์อาจวินิจฉัย

โดยใช้เกณฑ์ ดังนี้คือ การมีอาการสองอาการใด ๆ ต่อไปนี้ ปรากฏขึ้นนานอย่างน้อย 12 สัปดาห์

(ไม่จำเป็นต้องเกิดเรียงลำดับ) ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อาการได้แก่

 

  • ขับถ่ายอุจจาระถี่น้อยกว่า 3 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์

 

  • ต้องออกแรงเบ่งมากขณะขับถ่ายอุจจาระ

 

  • อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง

 

  • รู้สึกว่าถ่ายอุจจาระไม่หมด

 

  • รู้สึกว่ามีอะไรมาขัดขวางหรืออุดกั้นบริเวณไส้ตรงต่อกับรูทวาร

 

ท้องผูกทำให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง

ท้องผูกส่งผลกระทบทั้งต่อร่างกายและจิตใจ หลายคนรู้สึกเครียด เบื่ออาหาร ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า ปวดหัว ปวดหลัง และแสบร้อนบริเวณหน้าอก ไม่เพียงเท่านั้นการออกแรงเบ่งถ่ายอุจจาระเป็นประจำยังก่อให้เกิดผลร้ายตามมามากมาย เช่น

  • ทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหรือแผลปริรอบ ๆ ทวารหนักจากอุจจาระที่แห้งแข็งครูดหลอดเลือดจนฉีกขาด
  • ทำให้ความดันในช่วงทรวงอกเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยโรคหัวใจอาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้
  • ทำให้ความดันในลูกตาสูงขึ้นซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดตาและหู
  • ทำให้ความดันในช่องท้องสูงขึ้นจนเป็นสาเหตุของไส้เลื่อนได้
  • ทำให้กล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานอ่อนแอ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • ท้องผูกเรื้อรังจนทำให้มีอาการของลำไส้อุดตัน ได้แก่ ปวดท้องมาก อึดอัดแน่นท้อง คลื่นไส้อาเจียน ไม่ผายลม และไม่ถ่ายอุจจาระ

 

ท้องผูกได้ก็แก้ได้

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 50% ของผู้ที่มีอาการท้องผูกสามารถกลับมาขับถ่ายได้ปกติ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตซึ่ง ได้แก่

  • รับประทานอาหารเช้าทุกวันเพราะอาหารเช้าช่วยให้กระเพาะอาหารขยายตัวแล้วเข้าไปกระตุ้นให้ลำใหญ่ทำงานเกิดเป็นความรู้สึกอยากถ่าย โดยควรเผื่อเวลาสำหรับการเข้าห้องน้ำหลังอาหารเช้า

และการเดินหลังอาหารประมาณครึ่งชั่วโมงไว้ด้วย เพราะความรู้สึกอยากถ่ายนั้นเกิดขึ้นเพียงประมาณ 2นาทีเท่านั้น หากไม่มีการถ่าย ความรู้สึกอยากถ่ายจะหายไปและอุจจาระก็จะแข็งขึ้น ทำให้เกิดปัญหาท้องผูกตามมา

  • ดื่มน้ำให้มากพอเพื่อให้อุจจาระอ่อนนุ่มถ่ายง่าย

  • ออกกำลังกายและเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ เพื่อให้ลำไส้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

  • การฝึกขับถ่ายให้เป็นธรรมชาติ (Biofeedback Training)

หลายคนเบ่งถ่ายผิดวิธีมาทั้งชีวิตโดยไม่รู้ตัวจนทำให้เกิดภาวะท้องผูก ในการฝึกถ่ายอุจจาระอย่างถูกวิธี โดยมีหลักการคือ ฝึกหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นหลักแทนการหายใจด้วยปอด และฝึกเบ่งโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าท้อง

  • การใช้สมุนไพรเพื่อช่วยการขับถ่าย และการ Detoxs สารพิษ พร้อมกับการปรับสมดุล คืนสมดุลในระบบลำไส้ ให้ลำไส้สะอาด และกลับมาทำงานได้ปกติอีกครั้ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการคิดค้นสูตรยาที่มากกว่าแค่ยาระบาย ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และแพทย์

แผนไทย ได้ค้นคว้าสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติเป็นยาระบาย จนสามารถพัฒนาสูตรยาที่มีประสิทธิภาพ และมีคุณสมบัติมากกว่ายาระบาย เพราะสามารถขจัดอุจจาระตกค้างพร้อม Detoxs ของเสียในร่างกาย

 

สารสกัดส้มแขก : ช่วยให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น และขับไขมันที่อุดตันลำไส้ขวาง

การดูดซึมสารอาหารให้ออกมา

  • สารสกัดจากเนื้อมะขามป้อม : ช่วยยับยั้งความเป็นพิษของตับและไต ช่วยถ่ายพยาธิ เป็นยาระบาย

ยังช่วยป้องกันการเกิดแผลในระบบทางเดินอาหาร

  • สารสกัดจากสมอไทย : ช่วยขับสารพิษ ช่วยในการขับถ่ายให้คล่องตัว ช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยชำระล้างเมือกในลำไส้

 

ด้วยคุณสมบัติของทั้ง 3 สมุนไพร ทำให้เกิดตำรับยาระบายที่ช่วยผู้ที่มีปัญหาระบบขับถ่ายได้มาก เพราะ

  • เป็นสมุนไพรที่เป็นนวัตกรรม การสกัดไม่ใช่การบดแล้วอัดเม็ด ทำให้ตัวยาอยู่ในรูปแบบแคปซูลขนาดเล็ก และเพราะเป็นสารสกัด จึงได้ตัวยาที่เข้มข้นจึงทานในจำนวนที่น้อยกว่า แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
  • เป็นยาถ่ายที่สามารถเปิดทวารได้ คือ ถ่ายเพียง 1-2 ครั้ง แล้วหยุด ไม่เกิดการถ่ายกะปริดกะปรอยสามารถใช้ชีวิตนอกบ้านได้ตามปกติ
  • มีลมช่วยเบ่ง สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีแรง เบ่งโดยไม่ต้องออกแรงเยอะ
  • ผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงทวารที่ไม่สามรถเบ่งถ่ายได้ (อาจจะทำให้เลือดออกได้)
  • ไม่ทำให้หมดแรง ไม่เสียน้ำ ไม่อ่อนเพลีย
  • ขับถ่ายได้หมดจรดไม่ตกค้าง ภายใน 1-2 ครั้งเท่านั้น
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...