โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม "เมืองสุพรรณบุรี" ในอดีต ขึ้นชื่อว่าเป็น "เมืองโจร-เมืองคนดุ" !?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 ต.ค. 2568 เวลา 02.02 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2568 เวลา 01.47 น.
เมื่อภัยโจรลามไปทั่วสุพรรณ แม้แต่ที่ตลาดเก้าห้อง อำเภอบางปลาม้า ยังมีหอดูโจร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2477

เหตุใด “เมืองสุพรรณบุรี” ในอดีต ขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองโจร” หรือ “เมืองคนดุ” ?

เมื่อ 70-80 ปีมาแล้ว เมืองสุพรรณบุรี มีชื่อเสียงลือกระฉ่อนไปในทางลบ เป็นเมืองคนดุ เป็นเมืองโจร เป็นเมืองเสือปล้น จริงแค่ไหน? สาเหตุเกิดจากอะไร?

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สงบลง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมืองสุพรรณค่อย ๆ ก่อตั้งเป็นเมืองเป็นตลาดมีร้านค้าขายขึ้น ตลาดจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นตลาดเล็ก มีห้องแถวไม้ไม่เกิน 100 ห้อง

ในช่วงนี้โจรผู้ร้ายชุกชุมจริง ๆ ข้าพเจ้าเป็นเด็กฟังผู้ใหญ่เขาเล่าว่า เสือเข้าปล้นที่โน่น อีกไม่กี่วันมีข่าวว่าปล้นที่นี่อีก จนแทบจะเป็นข่าวปกติธรรมดา ทั้งตื่นเต้นและไม่ตื่นเต้น แต่ออกจะตื่นเต้นเมื่อมีข่าวว่าเสือจะเข้าปล้นเศรษฐีในตลาดจังหวัดสุพรรณบุรี ทุกคนในตลาดเตรียมมีดเตรียมไม้ ใครมีปืนก็เตรียมตัวไว้ แต่แล้วก็เงียบหายไป ไม่มีการปล้นตลาดเกิดขึ้น

ในช่วงนั้นเมืองสุพรรณลือลั่นไปด้วยข่าวในทางลบว่าเป็นเมือง “เสือ” เมืองโจร เมืองคนดุ ซึ่งก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธมิได้ จนมีคำกล่าวของคนต่างจังหวัดว่า ถ้าใครย้ายไปรับราชการเมืองสุพรรณจะต้องเตรียมเอาหม้อไปใส่กระดูกให้ญาติไปเอากลับมาด้วย แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นเกิดจากปัจจัยลบรอบด้าน

พม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งหลัง สร้างแบบอย่างไว้ให้คนไทยถือเอาเป็นตัวอย่าง ด้วยพม่าปล้นทรัพย์สินราษฎรพร้อมกับทำทารุณกรรมต่าง ๆ นานา ใครไม่ยอมก็ต้องถูกฆ่าตาย เมื่อสงครามสงบราษฎรอดอยากยากแค้น ผู้ที่เกียจคร้านไม่คิดจะทำงานทำการ จึงดิ้นรนด้วยการปล้นสะดม

อีกปัจจัยหนึ่ง คือข้าราชการกดขี่ข่มเหงราษฎร ซ้ำยังปล่อยปละละเลยให้ราษฎรเล่นการพนันเพื่อหวังผลตอบแทนด้วยเงิน เป็นมูลเหตุให้เกิดความยากจน จึงต้องฉกชิงวิ่งราว จนกระทั่งเกิดการปล้นกันขึ้น

ปัจจัยที่สาม การชลประทานสมัยโน้นไม่ดี หรือยังไม่มี เมื่อฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้ราษฎรอดอยาก ไม่รู้จะหันไปทางไหน จึงหันไปประกอบพฤติกรรมเสือร้ายปล้นสะดมชาวบ้าน

เพราะทางราชการขาดความสนใจเมืองสุพรรณ ปล่อยทิ้งตามบุญตามกรรม ขาดการติดต่อกับโลกภายนอก การสัญจรไปมามีทางน้ำทางเดียว เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปกลับต้องใช้เวลานั่งนอนในเรือไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่การเดินทางไปเชียงใหม่โดยทางรถไฟไปกลับไม่ถึง 30 ชั่วโมง

เมืองสุพรรณบุรีสมัยโน้นยังเป็นป่าเป็นดงจริง เพียงฝั่งตรงข้ามตัวตลาดจังหวัดในขณะนั้น วัดพระรูป อาจารย์คำ เจ้าอาวาส เล่าให้ฟังว่าเมื่อตอนท่านเป็นเด็ก ต้นไผ่ลำโต ๆ ใหญ่เท่าโคนขา สุนัขนอนหลับอยู่บนศาลา เสือมาลากเอาไปกิน (เข้าใจว่าเป็นเสือบองซึ่งเป็นเสือขนาดเล็กไม่ทำร้ายคน) ในโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ข้าพเจ้าเป็นนักเรียนอายุราว 10 ขวบ (พ.ศ. 2467) เดินเข้าไปในโรงเรียนตอนเช้าเห็นขี้กระต่ายอยู่กลางสนามฟุตบอล (ปัจจุบันคือวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี) ซึ่งอยู่กลางใจเมือง

จวบจนกระทั่งข้าพเจ้ามีอายุร่วม 30 ปี (พ.ศ. 2485-2487) ที่วัดพระรูปก็ยังมีดงกระต่าย ชะมด อีเห็น ตกกลางคืนมีคนเอาปืนลูกซองไปยิงกระต่าย ก่อนที่จะสร้างโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ที่ตรงนี้เป็นวัดโพธิ์ร้าง มีต้นยางสูงลิบลิ่วประมาณ 6-7 ต้น

ชาวบ้านมักจะนุ่งโสร่ง สวมเสื้อกุยเฮง (เสื้อผ่าอกตลอด) แบบจีน ปล่อยชายมีกระเป๋า 2 ใบ สีดำ กินหมาก เวลาจะออกจากบ้านต้องถือมีดดาบ หรือมีดซึ่งเหน็บไว้ข้างหลัง อย่างน้อยก็ไม้ตะพด เพื่อป้องกันอันตราย

พฤติกรรมดังกล่าวของชาวบ้านเมืองสุพรรณ บวกกับสำเนียงพูดหนัก ไม่เหมือนสำเนียงการพูดของชาวกรุงเทพฯ จึงบอกว่าชาวสุพรรณพูดเสียง “เหน่อ” ผิดไปจากเสียง “เยื้อง” ของชาวกรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นเสียงมาตรฐาน ทั้งการแต่งการนุ่งโสร่งหยักรั้งเหมือนนักเลงโต ถือมีดดาบ มีมีดเหน็บหลัง รวมทั้งสำเนียงพูดหนัก ในสายตาทำให้ชาวต่างจังหวัดเหมาเอาว่าคนสุพรรณเป็นคนดุ

ความเป็นจริงคนสุพรรณหาได้เป็นคนดุไม่ แต่เป็นคนจริง รักพวกรักพ้องและรักอาคันตุกะจากต่างท้องถิ่นที่ไปดี ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าหรือไม่จะให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ยกขันน้ำพร้อมเชิญชวนให้รับประทานอาหารด้วยอัธยาศัยดี

ข้าราชการก่อนย้ายไปเมืองสุพรรณกลัวนักหนา ต่อเมื่อย้ายไปอยู่แล้ว รักคนสุพรรณ เป็นกันเองกับชาวสุพรรณ ไปแล้วก็ยังอยากกลับเมืองสุพรรณตลอดมา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “สุพรรณเป็นเมืองโจร เมืองคนดุจริงหรือ?” เขียนโดย มนัส โอภากุล ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม 2540

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 สิงหาคม 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไม “เมืองสุพรรณบุรี” ในอดีต ขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองโจร-เมืองคนดุ” !?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...