โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์เกาะติดฟันด์โฟลว์ไหลออก ทำเงินบาทขยับอ่อนค่า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.พ. 2564 เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2564 เวลา 07.55 น.
REUTERS/Athit Perawongmetha/File Photo

แบงก์ประเมินกรอบเงินบาทขยับอ่อนค่า 30.10-30.50 บาทต่อดอลลาร์ จับตาฟันด์โฟลว์ไหลออกหลังบอนด์ยีลด์ปรับสูงขึ้นเท่าก่อนโควิด-19 พร้อมเกาะติดครม.ชุดใหม่-เสถียรภาพรัฐบาล

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เกตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทในสัปดาห์หน้า (1-5 มี.ค.64) อยู่ที่ 30.10-30.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดรอข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ดัชนีภาคบริการ และการจ้างงานนอกภาคเกษตร สำหรับเดือนกุมภาพันธ์

ขณะที่ภาพใหญ่นักลงทุนยังให้น้ำหนักไปที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) โดย บอนด์ยิลด์รุ่น 10 ปี กลับขึ้นไปยืนเหนือระดับก่อนวิกฤตโควิด-19 แม้ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังคงเน้นย้ำว่าเฟดจะไม่รีบถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม แต่บอนด์ยิลด์ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากการคาดการณ์แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และการพุ่งขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไม่ใช่ทองคำ

ส่วนปัจจัยในประเทศอาจจะติดตามคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ และประเด็นเสถียรภาพของรัฐบาล อย่างไรก็ดี ปัจจัยดังกล่าวมองว่าส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทน่าจะค่อนข้างจำกัด

“หากบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ พักฐาน หรือนิ่งขึ้น จะส่งผลดีต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายได้บ้าง คือนักลงทุนต่างชาติอาจชะลอการขายสินทรัพย์สกุลเงินบาท หลังจากในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยไปแล้ว 2.9 หมื่นล้านบาท”

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า ประเมินกรอบเงินบาทอยู่ที่ 29.95-30.45 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยที่ต้องติดตามเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ไหลออก แม้ว่าบรรยากาศ (Sentiment) ค่อนข้างนิ่งหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาคอนเฟิร์มจะไม่ลดอัตราดอกเบี้ย และยังคงดำเนินมาตรการผ่อรคลายเชิงปริมาณ (QE)

ประกอบกับนักลงทุนปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยว่านักท่องเที่ยวยังไม่ได้ปรับดีขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในไทย และเห็นเงินทุนไหลออก โดยจะเห็นว่าในวันที่ 25 ก.พ.64 มีแรงเทขายหุ้น 7,400 ล้านบาท ถือว่าไหลออกค่อนข้างมากในเพียงวันเดียว ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าสวนทางกับสกุลเงินในภูมิภาคเอเซียที่แข็งค่าสอดคล้องกับดอลลาร์อ่อนค่า

“สัปดาห์หน้าปัจจัยเรื่องฟันด์โฟลว์ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมามีแรงเทขายในตลาดหุ้นสุทธิ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนตลาดบอนด์ก็ไหลออกสุทธิ 1,000 ล้านบาท ส่งผลมีแรงเทขายสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งสัปดาห์หน้าหุ้นยังมีความเสี่ยงไหลออกอีก” นายพูนกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...