คิดไม่ออก - ศุ บุญเลี้ยง
มักมีคำถามเสมอว่า ‘เคยบ้างไหมที่คิดอะไรไม่ออก’?
‘เวลาคิดไม่ออกจะทำยังไง’?
ยกตัวอย่างเช่น เวลาต้องคิดต้องเขียนคอลัมน์รายสัปดาห์ ภายในเจ็ดวันต้องเขียนให้ได้หนึ่งชิ้น บางคนอาจจะคิดว่า ‘มีเวลาตั้งเจ็ดวัน’
คุณอาจจะคิดแบบนั้นก็ได้ ถ้าคุณไม่ได้มาเป็นนักเขียนที่ต้องส่งต้นฉบับเองจริงๆ
กลับไปยังคำถามว่าเคยคิดไม่ออกไหม? ถ้าคิดไม่ออกแล้วทำยังไง?
หรือบางคนก็ใช้คำว่า ‘เคยตันบ้างไหม’?
แน่นอนครับ สำหรับทุกคนซึ่งต้องคิดงาน มันต้องมีภาวะไม่ลื่นไหลกันบ้างเป็นธรรมดา เหมือนกับเรามีอาการท้องผูกยังไงยังงั้น ถ้าท้องผูกถ่ายไม่สะดวกก็ยังมียาถ่ายยาระบาย แล้ว ถ้าคิดไม่ออกล่ะ
เราก็ต้องย้อนกลับไปทบทวนว่า แล้วเราท้องผูกเพราะสาเหตุอะไร?
เป็นเพราะอาหารที่เราทานเข้าไป หรือว่าเป็นเพราะเราเป็นคนมีธาตุแข็ง คือกินแล้วย่อยยากถ่ายยาก
หมายถึงสิ่งซึ่งเราเติมให้สมองของเรา เป็นคนชอบอ่านหนังสือหรือเปล่า ชอบฟังคนอื่นเขาคิดเขาคุย ชอบคุยกับคนคิดต่าง หรือชอบเดินทาง ชอบดูนิทรรศการ เสพย์งานศิลปะ นานาชนิด หรือว่า ชอบนอนอยู่เฉยๆ บางทีสิ่งที่เราใส่ลงไปในถังของความคิดมันก็มีจำกัด เมื่อต้องมาเค้นคิดก็อาจจะยากเย็นเข็ญใจ
แต่ก็นั่นแหละ ต่อให้กินดีอยู่ดีมีเพียบพร้อม บางวันมันอาจจะมีอาการท้องผูกได้เหมือนกัน นักคิดบางทีก็ถึงทางตัน บางครั้งก็ตกอยู่ในสภาวะคิดไม่ออก
มีอยู่หนหนึ่งผมสั่งลูกน้องให้คิดงานชิ้นหนึ่ง เป็นงานซึ่งต้องทำพรีเซ็นเทชั่นเพื่อใช้ในการเปิดการประชุมให้กับมูลนิธิหนึ่ง
เธอเคยเป็นผู้ช่วยผลิตตอนผมคิดงานปีแรก ดูแล้วว่ามีหน่วยก้านดีใช้ได้ เป็นคนมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์พอสมควร
พอได้รับโจทย์ให้ไปคิดเธอก็มีอาการเครียด ผ่านไปสี่ห้าวันก็ยังไม่เห็นชิ้นงานหรือแนวคิดใดๆ โผล่ออกมา
พอเราตามทวงงานก็ตีสีหน้าว่า งานนี้มันยากอยู่นา น่าจะให้เวลาคิดมากกว่านี้อีกสักหน่อย ผมเล็งเห็นว่ายังพอมีเวลา ก็ยืดหยุ่นไปอีกหน่อย อย่าลืมว่าคิดเสร็จแล้วเรายังต้องมาถ่ายทำกันอีก “อย่าให้เกินสัปดาห์นึงนะ”
เธอต่อรองว่า งั้นเธอขอออกไปคิดนอกออฟฟิศ เพราะว่า เวลาคิดในออฟฟิศมันคิดไม่ค่อยออก ผมบอกว่าได้เลย จะไปคิดตรงไหนก็ตามใจ
เธอว่า “หนูขอไปนั่งร้านกาแฟนะ”
ผมก็ว่า “อยากไปนั่งร้านไหนก็เลือกเอาตามใจ”
“แต่ร้านกาแฟที่อยากไปนั่งคิด…มันอยู่ไกลจากออฟฟิศ”
“อ้าวแล้วทำไมต้องไปนั่งไกลขนาดนั้น”
เธอบอกว่า “มันมีร้านโปรดอยู่ร้านนึง เคยนั่งมาตั้งแต่สมัยเรียน พอจะสอบไปนั่งอ่านหนังสือแล้วรู้สึกว่า ได้บรรยากาศดี”
‘ขอไปนั่งร้านเดิมนั้นได้ไหม’
ก็จำใจอนุญาตเพราะเห็นว่า ร้านแต่ละร้านบรรยากาศมันไม่เหมือนกัน
ไอ้เราก็เคยเป็น เวลาไปนั่งร้านนี้แล้วมีจินตนาการกว่าร้านนี้
หรือบางทีคนเราก็มีโหมดเฉพาะ อย่างเช่นเวลาผมได้ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ มันมักจะมีไอเดียดีๆ โผล่ออกมาขณะว่ายน้ำ
เช้าวันนี้ตื่นมาตีห้า กะว่าจะเขียนต้นฉบับ แต่พอนั่งจ่อมอยู่หน้าจอก็คิดไม่ออก เลยไปเดินออกกำลังกาย ให้ร่างกายได้ขยับ เหงื่อซึมๆ แล้วลงไปว่ายน้ำพอแหวกว่ายไปสักพัก ก็เกิดไอเดียขึ้นมา ‘ปิ๊งแว๊บ’
( ขึ้นจากสระก็มานั่งคิดนั่งเขียน…นี่แหละ )
ลูกน้องคนนั้นหายหน้าไปเกือบสัปดาห์ พอกลับมาออฟฟิศหน้าตาก็ยังดูคลุมเครืออยู่ ผมถามว่า “เป็นยังไงไปคิดไกลแล้วคิดอะไรออกมาได้บ้าง”
น้องรีบเอ่ย “หนูมีอะไรจะบอกพี่สองอย่าง”
“อย่างแรก…หนูคิดไม่ออก”
“อย่างที่สอง…หนูขอลาออก”
ตอนนั้นคนที่หน้าตาจ๋อย และดูคลุมเครือกลับเป็นหัวหน้างานอย่างผมนี่แหละ ปล่อยให้งานล่าช้ามาเป็นสัปดาห์ จู่ๆ ลูกน้องก็มาเท ซะยังงั้น
“เอ่อ… ไอ้เรื่องลาออกเดี๋ยวเราค่อยคุยกันว่าจะออกเมื่อไหร่”
“แต่เรื่องคิดไม่ออกนี่ พี่ขอไม่เชื่อไว้ก่อนได้ไหม”
“ที่พี่ไม่เชื่อว่า คิดไม่ออกนี่ ก็เพราะน้องบอกว่าน้องไปนั่งร้านกาแฟโปรด ไปอยู่ในโหมดซึ่งเคยคิดออก แล้วก็มีเวลาเกือบสัปดาห์”
“ มันจะเป็นไปได้อย่างไร คนเราไปนั่งคิดอยู่ในที่ชอบๆ ต่อเนื่องกันเป็นสัปดาห์แล้วจะไม่สามารถคิดอะไรออกมาได้เลย มันน่าจะคิดอะไรได้บ้างแหละนะ”
สีหน้าเธอเหมือนๆ จะมีแววประกายอะไรบางอย่างในดวงตาขึ้นมานิดนึง
ค่อยๆ เปิดสมุดบันทึกเห็นรอยเส้นหยุกหยิกบนหน้ากระดาษแล้วเอื้อนเอ่ยออกมาว่า
“ก็คิดออกมานั่นแหละค่ะ แต่ว่ายังไม่ดี”
“อ้าวนั่นไงเห็นไหม” ผมรู้สึกว่า เจาะมาถูกทางแล้ว
“ไหนบอกมา เอาสมุดมาดูก็ได้ ว่าคิดอะไรออกมาแล้วบ้าง ดีไม่ดีเดี๋ยวค่อยว่ากัน
ไม่เล่าให้ฟังแล้วจะรู้ได้ไงว่า มันยังไม่ดี”
“หนูคิดออกมาเป็นการ์ตูนค่ะ”
“อ้าวคิดออกมาเป็นการ์ตูนแล้วมันไม่ดียังไง”
“ก็มันเด็กไปน่ะสิคะ งานของมูลนิธิเขาทำงานเกี่ยวกับสุขภาพ ดูจริงจัง แต่หนูคิดแล้วมันดูเด็กๆ”
“เราก็อย่าเรียกว่า การ์ตูนสิ เรียกว่าอนิเมชั่น”
“เห็นไหม พอเรียก อนิเมชั่น ดูดีขึ้นมาเลย”
แล้วเธอก็เล่าไอเดียอนิเมชั่นของเธอให้ผมฟัง
ผมบอกเอางี้ “เรายังพอมีเวลา แทนที่พี่จะตัดสินว่า ไอเดียของหนูดีหรือไม่ เราลองส่งให้ลูกค้าดูดีไหม ว่าเขาสนใจไอเดียทำพิธีเปิดด้วยอนิเมชั่นไหม”
รอผลไม่นานวันปรากฏว่าลูกค้าตอบกลับมาว่า ‘สนใจ’ ให้เราดำเนินการผลิตได้เลย
การคิดของเธอทำให้การทำงานง่ายขึ้นเพราะเราแค่หาทีมงานผลิตภาพไม่ต้องไปหานักแสดงหาตากล้องและไม่ต้องไปหาโลเคชั่นถ่ายทำเหมือนอย่างตอนที่ผมคิดในปีแรก คิดแล้วก็ต้องไปถ่ายทำ มาตัดต่อ
แต่นี่แค่ติดต่อทีมทำอนิเมชั่นที่ไว้ใจได้ งานของบริษัทก็จบลงด้วยดี
เวลาผมต้องคุยเรื่องความคิดผมจึงมักจะบอกว่า เรื่องคิดไม่ออกน่ะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แค่เราเปิดหนังสือมาสักหน้าสองหน้าพลิกไปพลิกมา เราก็คิดอะไรออกมาได้แล้ว ปัญหาคือเรามักจะสกัดความคิดของเราด้วยการคิดว่า สิ่งที่เราคิดมันยังไม่ดีพอ แล้วความคิดเราก็ฝ่อไปทันควัน
ผมจึงแนะนำว่า จริงๆ ขอแค่เราคิดอะไรที่ยังไม่ค่อยดีพอ ออกมาให้ได้ก่อน แล้วหลังจากนั้นจึงเอาความคิดซึ่งยังไม่ดีนั้นเป็นตัวตั้ง แล้วค่อยๆ มาต่อเติมเสริมแต่งดัดแปลงพลิกแพลงไปมา ในไม่ช้าความคิดอันดีกว่าก็จะเดินทางตามมาทีหลัง
ดูอย่างต้นฉบับที่ท่านติดตามอ่านมานี่ก็ได้
ตอนตื่นเช้าผมยังคิดไม่ออก เลยว่าจะเขียนอะไร
พอได้ว่ายน้ำสมองเริ่มผ่อนคลาย ผมก็คิดได้ในสระว่า งั้นเราเขียนเรื่อง คิดไม่ออกนี่แหละ มันก็ได้ออกมาเป็นต้นฉบับชิ้นนี้แหละเออ
--
ติดตามบทความใหม่ ๆ จาก ศุ บุญเลี้ยง ได้ทุกวันพุธ บน LINE TODAY และสามารถอ่านบทความอื่นได้ที่ เพจศุ บุญเลี้ยง