โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชื้อโรคทั้งนั้น!! ‘กรมอนามัย’ เตือนทำความสะอาดขอบยางฝาแก้วสุดฮิต

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 ต.ค. 2562 เวลา 00.36 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 00.36 น. • The Bangkok Insight

“กรมอนามัย” เตือนประชาชนต้องล้างทำความสะอาดแก้วเก็บความเย็นทั้งภายในขอบยางฝาแก้วและร่องขอบยางด้านใน ชี้เป็นจุดเสี่ยงสะสมเชื้อโรค

นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า แก้วเก็บความเย็น เป็นหนึ่งทางเลือกเพื่อลดการใช้พลาสติกไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งแก้วประเภทนี้สามารถเก็บความเย็นได้นานกว่า 12 ชั่วโมง และทำจากสเตนเลส (stainless steel) เกรดครัว (Kitchen Grade) จึงทนต่อการเจาะและเป็นสนิม ฉนวนสูญญากาศแบบติดผนังสองชั้น ข้างในมีช่องว่างเล็กๆ เป็นสูญญากาศ ทำให้สามารถรักษาความเย็นและความร้อนข้างในไว้ได้อย่างยาวนาน สามารถเข้าเครื่องล้างภาชนะได้ มีหลากหลายขนาด แต่ที่นิยมใช้มากที่สุดเป็นทรงแก้วน้ำ (TUMBLER) ขนาด 30 ออนซ์ มีฝาปิดแก้วน้ำ แผ่นแม่เหล็กปิด-เปิด (Mag Slider) และขอบยางฝาแก้วด้านใน ที่ช่วยป้องกันการรั่วไหลหรือกันน้ำซึมออกด้านนอก และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอุณหภูมิจากภายนอกแก้ว ทำให้สามารถรักษาสภาพเครื่องดื่มเย็นหรือเครื่องดื่มร้อนได้อย่างยาวนาน

“การล้างทำความสะอาดแก้วเก็บความเย็น ควรล้างให้สะอาดทุกซอกทุกมุม เพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมเชื้อโรคแบบถาวร โดยเฉพาะการทำความสะอาดจุดเสี่ยงที่มีสิ่งสกปรกอุดตันเป็นจำนวนมาก ได้แก่ ขอบยางฝาแก้ว และร่องขอบยางด้านใน โดยเปิดแก้วและฝาแก้วแยกจากกัน ดึงขอบยางฝาแก้วออกเช็ดคราบสกปรกขอบยางฝาแก้วและร่องฝาแก้ว ทำความสะอาด ตัวแก้ว และฝาแก้ว ทั้งภายในและภายนอกแก้ว ด้วยน้ำยาล้างแก้วหรือน้ำยาล้างจาน และล้างให้สะอาดอีกครั้งด้วยน้ำเปล่า และคว่ำหรือเช็ดให้แห้งและเก็บในที่ที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันการสะสมของเชื้อโรคและเชื้อราที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพตามมาได้” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...