โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกเบื้องหลังการช้อปออนไลน์ DHL วางกลยุทธ์ที่ต้องทำมากกว่าบริการรับ-ส่งของ

The Momentum

อัพเดต 14 ก.ย 2561 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2561 เวลา 07.29 น. • อริญชัย วีรดุษฎีนนท์

In focus

  • DHL Express เป็นผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศแบบ door-to-door service (ให้บริการไปรับสินค้าและจัดส่งให้ถึงที่) ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 1973 เครือข่ายทั่วโลกมากกว่า 220 ประเทศ และการันตีส่งเร็วภายใน 1 -2 วันทำการ
  • ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย เปรียบเทียบว่า DHL Express อยู่ส่วนบนสุดของพีระมิดโลจิสติกส์ ที่ประกอบด้วย ภายในประเทศ (Domestic), การขนส่งระหว่างประเทศปกติทางเรือ รถไฟ รถยนต์ และเครื่องบิน และแบบที่สามคือส่งด่วนระหว่างประเทศ (Express)
  • แม้จะเติบโตจากกลุ่มลูกค้าแบบ B2B แต่ DHL กำลังเจาะกลุ่มลูกค้า B2C และ C2C ซึ่งกำลังเติบโตอย่างมากตามตลาดอีคอมเมิร์ซ
  • DHL Express มีพนักงานส่งของที่เรียกว่า Courier อยู่ประมาณ 1,400 คน สิ่งสำคัญคือต้องสร้างพนักงานให้มีความเป็นมืออาชีพ ส่งของได้ตามกำหนดเวลา และมีความสุขในการทำงาน

ในวันที่ธุรกิจโลจิสติกส์เอาชนะใจคนด้วย ‘ความเร็ว’ แม้แต่การส่งด่วนระหว่างประเทศ ข้ามทวีป จากอีกเมืองสู่อีกเมือง ต้องมีระบบการจัดการที่ดี เครือข่ายกว้างขวาง และทรัพยากรการขนส่งมากพอที่จะทำให้ไปถึงมือผู้รับแบบรวดเร็วจริงๆ

DHL Express ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศแบบ door-to-door service คือมีบริการไปรับสินค้าและจัดส่งให้ถึงที่ ซึ่งในประเทศไทยดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 1973 เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 45 ปี มีจุดแข็งที่การให้บริการครอบคลุมทุกธุรกิจตั้งแต่รายเล็กจนถึงรายใหญ่ เครือข่ายทั่วโลกมากกว่า 220 ประเทศ และการันตีส่งเร็วภายใน 1-2 วันทำการ

แต่น้อยคนที่จะเข้าใจภาพรวมของการส่งด่วนระหว่างประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของธุรกิจโลจิสติกส์ ท่ามกลางการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ

 

DHL Express บริการที่เหมือนอยู่บนยอดพีระมิดของโลจิสติกส์

ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย พูดถึงภาพรวมของธุรกิจโลจิสติกส์ว่าจะแบ่งเป็น 3 แบบ ได้แก่ ภายในประเทศ (Domestic) การขนส่งระหว่างประเทศปกติทางเรือ รถไฟ รถยนต์ และเครื่องบิน และแบบที่สามคือ ส่งด่วนระหว่างประเทศ (Express)

“ทุกวันนี้เราไม่ได้เน้นแค่เรื่องกลยุทธ์การทำงานในองค์กร เรามองไปมากกว่านั้น คือทำอย่างไรให้ลูกค้ามาใช้บริการของเรา และเราเองก็สร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าได้มากที่สุด โดยเฉพาะลูกค้าเอสเอ็มอี

ชนัญญารักษ์กล่าวว่า ดีเอชแอลก็ต้องทำความเข้าใจว่าสำหรับผู้ค้าอีคอมเมิร์ซแล้ว จะต้องเจอความท้าทายอะไรบ้างในการส่งของไปขายยังต่างประเทศ ทำให้ดีเอชแอลก็เริ่มสอนเอสเอ็มอีตั้งแต่เรื่องการทำแพคเกจจิง ค่าภาษี แนะนำวิธีว่าควรส่งของแบบไหนไม่ให้ปลายทางตีกลับ รวมถึงจับมือกับกรมการค้าระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยเรื่องการทำโปรโมชั่นต่างๆ

“ตรงนี้เพื่อฟูมฟักให้ลูกค้าของเราเติบโตในตลาดออนไลน์” กรรมการผู้จัดการดีเอชแอลกล่าว

ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย

เจาะทุกกลุ่มเป้าหมายด้วยกลยุทธ์ 3 ขา

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสเติบโตจากฐานลูกค้าในกลุ่ม B2B (สินค้าและบริการสำหรับลูกค้าภาคธุรกิจ) มาโดยตลอด แต่วันนี้ทางผู้บริหารมองว่า การเติบโตของกลุ่ม B2C (สินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภคทั่วไป) สูงถึง 20% ต่อปี ส่วนกลุ่ม C2C (การติดต่อกันในระหว่างผู้บริโภค) ก็เติบโตอย่างรวดเร็วตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมซื้อของออนไลน์ โดยเน้นที่กลยุทธ์ด้านอื่นๆ อย่างเช่น การให้ความรู้

“ต้องทำให้ตลาดเข้าใจว่า เถ้าแก่ไทยจะเอาสินค้าไปขายยังต่างประเทศต้องทำอย่างไร ซึ่งเรามีแพลตฟอร์มออนไลน์ มีการเวิร์กช้อปให้ความรู้ต่างๆ”

นอกจากนี้ ดีเอชแอล เอ๊กเพรสยังมีระบบควบคุมคุณภาพการส่งของ โดยคำนึงไปถึงรายละเอียดถึงขั้นที่ต้องทำงานร่วมกับธนาคาร

“ไม่ว่าจะเป็น Visa หรือ Master Card ถ้าส่งของไม่จ่ายเงิน ที่ขายไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นเรื่องระบบโลจิสติกส์ และช่องทางการจ่ายเงินสำคัญมาก ทำอย่างไรให้ผู้รับมีความสุขกับของที่สั่งไป ส่วนผู้ค้าหรือขนส่งก็เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายการค้าระหว่างประเทศอย่างมีคุณภาพ ไม่โดนฟ้องย้อนหลังตามมา”

 

การบริการชั้นเลิศคือหัวใจสำคัญ

ชนัญญารักษ์บอกว่า หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจโลจิสติกส์คือเรื่องคุณภาพในทุกมิติ ตั้งแต่ในมุมของผู้บริโภค การปฎิบัติงานของพนักงาน การบริหารจัดการขนส่ง การควบคุมต้นทุน เพื่อให้สินค้าไปถึงปลายทางได้อย่างตรงเวลา

“เราเรียกในภาษาเราว่า Services Excellence  หัวใจสำคัญที่ทำให้เรายั่งยืนมากกว่า แน่นอนว่าธุรกิจโลจิสติกส์มันบูมมาก แต่คุณจะเติบโตได้อย่างไรขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ซึ่งเราเน้นเรื่องคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นจุดบริการลูกค้า หรือการรับของ”

“แม้ธุรกิจโลจิสติก์มีการเติบโตสูง แต่ไม่ใช่ใครก็สามารถเข้ามาทำธุรกิจนี้ได้ง่ายๆ เพราะมันเป็นต้องมีเทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือที่พร้อม มันต้องมีพาร์ทเนอร์กับหลายธุรกิจ ยกตัวอย่าง แบรนด์โทรศัพท์มือถือจะกระจายสินค้าใหม่ไปทั่วโลก คิดว่าต้องขนส่งอย่างไร คุณมีเครื่องบินที่จะไปขนส่งได้ทุกประเทศไหม หรือเช่นการจัดแข่งฟอร์มูล่าวัน ที่บุรีรัมย์ ต้องคิดเรื่องการขนส่งรถมาที่สนาม และต้องขนไปแข่งยังอีกประเทศหนึ่ง มันต้องทำอย่างไร”

 

ฟังเสียงพนักงานคือหลักการบริหารคนของ DHL

DHL Express มีพนักงานส่งของที่เรียกว่า Courier อยู่ประมาณ 1,400 คน ถือเป็นส่วนสำคัญในการทำให้ธุรกิจนี้เติบโตไปข้างหน้า

ลดาวัลย์ ใจโต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล กล่าวว่า “เราไม่เหมือนร้านกาแฟที่มีกาแฟ เราไม่เหมือนโรงงานที่มีเครื่องจักร สิ่งเดียวที่เรามีคือพนักงานซึ่งเป็นหัวใจหลักของเรากว่า 60% ในธุรกิจ ทำไมเราถึงให้ความสำคัญกับคน เวลาพนักงานขับรถส่งของ ในรถคันหนึ่งมีรายการจัดส่งถึง 80-100 รายการ ทำให้เขาต้องสามารถส่งของได้ 5-6 จุดต่อชั่วโมง นั่นแปลว่า 12 นาทีต่อหนึ่งจุด ถ้าไม่ได้แบบนั้นเราไม่ได้คุณภาพเรื่องเวลาอย่างที่สัญญาไว้กับลูกค้า ดังนั้น สำคัญคือทำอย่างไรให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำอย่างนี้ได้บนท้องถนนประเทศไทย และปลอดภัย”

ลดาวัลย์ ใจโต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ดีเอชแอล เอ็กซเพรส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...