โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงไฟฟ้าชุมชนเกิดแน่ NER-ACE-UACพร้อม

ทันหุ้น

อัพเดต 16 ก.ย 2563 เวลา 01.30 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2563 เวลา 01.30 น.

ทันหุ้น-สู้โควิด- พลังงานการันตีโรงไฟฟ้าชุมชนเกิดแน่ ไม่มีการยกเลิกเหตุบรรจุในแผนราชการ 5 ปีแล้ว รองนายกฯ ชี้เกณฑ์รับซื้อไฟฟ้าเสร็จ ต.ค.นี้ ยังมั่นเปิดยื่นสิ้นปีได้ กระแสข่าวชี้ใครเตรียมพร้อมส่งผลดีกว่าเดิมเหตุควินวินเพิ่มเป็น 200 MW ด้าน NER-ACE-UAC ตัวเต็งคว้าโครงการ

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชุมชน ในเรื่องการประกาศหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชุมชน คาดจะแล้วเสร็จและประกาศได้ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งอาจจะล่าช้าไปบ้างจากเดือนกันยายน เนื่องจากขณะนี้มีงานหลายด้านทั้งพลังงานและเศรษฐกิจอื่นๆ ที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไข แต่จะพยายามเปิดรับยื่นโครงการซื้อข่ายไฟฟ้าให้ทันภายในปีนี้ และจะนำร่องเปิดรับซื้อได้ 100-200เมกะวัตต์ก่อนเพื่อให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่าเกษตรกรจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงก่อนจะขยายอีก

“ยืนยันยังสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเช่นเดิม แต่อาจจะล่าช้าไปจากแผนเดิมเล็กน้อย การประกาศเกณฑ์รับซื้อโรงไฟฟ้าชุมชนคงเป็น ต.ค.แทน แต่จะพยายามเปิดให้เอกชนมายื่นเสนอขายไฟได้ภายในสิ้นปีนี้” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว

สำหรับหลักเกณฑ์หลักของโรงไฟฟ้าชุมชนที่กำลังพิจารณา คือ จะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการอย่างแท้จริง พืชพลังงานที่จะรับซื้อเข้าโครงการ ต้องให้ราคาที่สูงกว่า การจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป เนื่องจากค่าไฟฟ้าที่สนับสนุนรูปแบบ FiT เป็นต้นทุนที่สูง หากพบว่าเกษตรกรและชุมชนได้รับประโยชน์มากพอที่จะแลกกับค่าไฟที่สูงขึ้นเล็กน้อยก็สามารถเดินหน้าเปิดรับซื้อเพิ่มเติมจะเท่าใดก็ได้

ด้านนายสมภพ พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานไม่มีนโยบายยกเลิกโครงการพลังงานชุมชนและโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนแต่อย่างใด ตามที่มีกระแสะข่าวออกมาก่อนหน้านี้ โดยเห็นได้จากตามแผนปฏิบัติราชการราย 5 ปี (พ.ศ. 2563 - พ.ศ.2565) ของกระทรวงพลังงานมีเรื่องการสร้างความยั่งยืนและเข้าถึงประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนงานที่สำคัญ

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน กำหนดให้เดินหน้าโครงการนำร่อง โดยมีการทบทวนหลักเกณฑ์ของโครงการเพื่อให้ประโยชน์เกิดขึ้นกับเกษตรกรและชุมชนอย่างแท้จริงและมีความยั่งยืน ซึ่งมีแผนงานโครงการสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนด้านการส่งเสริมชุมชนที่ชัดเจน เช่น แผนงานโรงไฟฟ้าชุมชนนำร่อง สถานีพลังงานชุมชน โครงการเสริมสมรรถนะโครงการเตาชีวมวล โครงการโซลาร์สูบน้ำ โครงการโซลาร์อบแห้ง และกรอบทิศทางของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจะเน้นโครงการพลังงานชุมชน เพื่อให้เกิดการจ้างงาน และสร้างอาชีพด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในชุมชน

แหล่งข่าววงการพลังงาน ระบุว่า การปรับเกณฑ์ใหม่ของโรงไฟฟ้าชุมชนนั้น จะส่งผลดีกับบริษัทที่มีชุมชนพร้อมอยู่แล้ว และเป็นบริษัทที่จะดำเนินการแบบควิกวินได้ทันที เนื่องจากเกณฑ์ใหม่มีปริมาณรับซื้อที่เพิ่มขึ้นเป็น 200 เมกะวัตต์ มากกว่าเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบริษัทที่มีความพร้อมและประกาศเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนประกอบด้วย ACE , NER , UAC โดย NER มีโรงไฟฟ้าไบโอแก๊ส 2 โครงการที่บุรีรัมย์ กำลังการผลิตรวมราว 4.3 เมกะวัตต์ และแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 30 เมกะวัตต์ ขณะที่ UAC มีโรงไฟฟ้าไบโอแก๊สที่ขอนแก่น จำนวน 3 เมกะวัตต์ ด้าน ACE มีชุมชนที่พร้อมเข้าร่วมโครงการมากกว่า 100 ชุมชน และมีความสามารถในการด้านบริหารจัดการโรงไฟฟ้าไบโอแมส ตลอดจนโรงไฟฟ้า ไบโอแก๊ส

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...