โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสาไฟฟ้าแรงสูง ล้มทับคนใช้ถนนเจ็บหนึ่ง ขณะรถพังเสียหาย 4 คัน

77kaoded

เผยแพร่ 01 ต.ค. 2563 เวลา 05.26 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฉะเชิงเทรา - เสาไฟฟ้าแรงสูง ขนาด 22 KV ตามรายทางหักโค่นล้มลงมาทับคนใช้ถนนได้รับเจ็บ 1 ราย ขณะรถยนต์พังเสียหาย 3 คัน จยย. 1 คัน เหตุจากผู้รับเหมาวางโครงข่ายขยายระบบส่งไฟฟ้าจาก 22 KV เป็น 115 KV ใช้รถแบคโฮตักดินเตรียมฝังตอม่อริมไหล่ทาง แต่พลาดบูมก้านแขนตักไปเกี่ยวเข้ากับสายสื่อสารที่อยู่ในระดับต่ำ ก่อนดึงเสาไฟฟ้าขนาด 22 KV ล้มลงระนาว 4 ต้น ทำการจราจรเป็นอัมพาตทันที

วันที่ 1 ต.ค.63 เวลา 08.12 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าตรวจสอบกรณีเกิดเหตุมีเสาไฟฟ้าจำนวนหลายต้นล้มลงมาทับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของผู้ใช้เส้นทางพังเสียหายหลายคัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณก่อนถึงวัดเกาะ (วัดราษฎร์บำรุงวนาราม) ประมาณ 500 เมตร บนถนนทางหลวงชนบท สาย 2004 จากปากทางสามแยกนาคูไปยังสี่แยกเกาะไร่ พื้นที่ ม.2 ต.บางเตย อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

เสาไฟล้มทับรถ

ที่เกิดเหตุพบมีเสาไฟฟ้าหักโค่นล้มลงมาเอนทับรถยนต์ และรถจักยานยนต์ได้รับความเสียหายจำนวน 4 คัน เป็นรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บน-1695 ฉะเชิงเทรา บย-1212 ฉะเชิงเทรา กฉ-5472 ฉะเชิงเทรา รวม 3 คัน และรถ จยย. ทะเบียน 4กฬ-8978 ฉะเชิงเทรา อีก 1 คัน โดยยังมีทั้งสายไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่แบบมีฉนวนหุ้ม และสายสื่อสารเป็นจำนวนมาก ที่ขึงระโยงติดอยู่กับปลายเสาไฟฟ้าและช่วงกลางลำต้น ที่หักโค่นลงมาฟาดกับพื้นถนนจนอุปกรณ์จับยึดสายแตกละเอียดได้รับความเสียหาย

เสาไฟล้ม

ขณะที่ภายในสายไฟฟ้ายังคงมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน และส่งเสียงดังอย่างน่าหวาดกลัว แต่โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นคนขับรถจักรยานยนต์จำนวน 1 ราย คือ นายสมศักดิ์ บุญไทย อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 ม.1 ต.บางกะไห อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา มีอาการศีรษะแตก และขาด้านซ้ายบวมจากการถูกอุปกรณ์จับยึดสายไฟฟ้าเหวี่ยงลงมาฟาด

เสาไฟเอนล้มลงมาฟาด

นอกจากนี้ยังพบว่ามีรถแบคโฮอีกจำนวน 1 คัน ที่ยังจอดอยู่ในสภาพติดเครื่องยนต์ และมีสายสื่อสารและสายไฟฟ้าแรงต่ำเกี่ยวอยู่ที่ก้านบูม ซึ่งเป็นงวงแขนใช้สำหรับตักดิน แต่คนขับได้กระโดดหนีลงมาจากตัวรถก่อนหน้าแล้ว และยังมีรถขุดเจาะแบบหัวดอกสว่านอีก 1 คัน จอดเกี่ยวอยู่กับสายไฟฟ้าและสายสื่อสารเช่นเดียวกัน

ล้มระนาว

ขณะที่คนเจ็บได้ถูกอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ทำการช่วยเหลือนำส่งไปยัง รพ.พุทธโสธร ซึ่งยังสามารถพูดคุยตอบโต้กับผู้สื่อข่าวได้ ได้บอกว่าเมื่อช่วงเช้าได้ไปส่งคนไปขายของ ขณะกำลังจะขับรถกลับมาพบคนงานของบริษัทผู้รับเหมากำลังเริ่มทำงาน และมีการโปกธงสัญญาณสีแตง สีเขียวสลับกันเพื่อจัดการจราจรให้ผู้ที่กำลังใช้เส้นทางสลับกันขับรถผ่านทาง

เจ็บ 1 ราย

แต่ขณะที่กำลังจอดติดรอธงสัญญาณต่อท้ายกับรถยนต์กระบะอีกหลายคัน ที่จอดอยู่ก่อนหน้าเพื่อรอสัญญาณผ่านทางอยู่นั้น ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นโดยมีเสาไฟฟ้าเอนล้มลงมาฟาดทับรถยนต์และรถคันของตนพอดี แต่โชคดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญมากนัก แต่ยังคงมีอาการแน่นหน้าอกหายใจติดขัดอยู่ในขณะนี้ นายสมศักดิ์ กล่าว

ปิดขวางเส้นทาง

ด้าน นายพิเชษฐ์ แสงเสถียร อายุ 46 ปี วิศวกรไฟฟ้าของบริษัทผู้รับเหมาในที่เกิดเหตุ (บ.22กรณ์) กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุคนงานกำลังใช้รถแบคโฮขุดตักดินอยู่บริเวณริมไหล่ทาง เพื่อที่จะวางตอม่อ และปักยึดโคนเสาไฟฟ้าต้นใหม่ เพื่อขยายระบบส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จากขนาด 22 KV เป็น 115 KV หรือเปลี่ยนย้ายระบบจากเสาไฟฟ้าขนาดความสูง 14 เมตร เป็น 22 เมตร

เกี่ยวสายไฟ

แต่เนื่องจากที่บริเวณกลางลำต้นของเสาไฟฟ้าขนาด 22 KV นั้น มีสายสื่อสารเกาะอยู่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้บูมของรถแบ็คโฮ ไปเกี่ยวเข้ากับสายสื่อสารดังกล่าว และทำให้เกิดการดึงกันจนมีเสาไฟฟ้าล้มลงมาจำนวน 4 ต้นดังกล่าว นายพิเชษฐ์ ระบุ

แบคโฮ เกี่ยวสายไฟ

ขณะเดียวกัน หลังเกิดเหตุได้ทำให้ยานพาหนะทุกชนิด ไม่สามารถผ่านเส้นทางในบริเวณดังกล่าวไปได้ จึงทำให้การจราจรติดขัด และผู้ใช้เส้นทางต้องกลับรถหันไปใช้เส้นทางอื่นแทนในทันที ซึ่งคาดว่าอาจจะใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงในการแก้ไขหรือเคลียร์พื้นที่ เพื่อให้รถสามารถผ่านเส้นทางในบริเวณดังกล่าวไปได้ ซึ่งล่าสุดได้มีการตัดกระแสไฟฟ้าในบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว

คนขับ จยย.เจ็บ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...