โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

17 เคล็ดลับเด็ดๆ กับวิธีการเลี้ยงดูไก่ชนให้แกร่งพร้อมชนะ

รักบ้านเกิด

อัพเดต 05 ส.ค. 2563 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2563 เวลา 08.27 น. • รักบ้านเกิด.คอม

ไก่ชน พัฒนามาจากไก่ป่าที่ถูกจับมาเลี้ยงดูตามบ้านเรือน โดยคนจีนเป็นชนกลุ่มแรกที่นำมาเลี้ยงไว้เพื่อเป็นแหล่งอาหาร เมื่อราว 3,000 ปีก่อน ก่อนจะขยายการเลี้ยงดูไปสู่พื้นที่อื่นๆ แต่ด้วยความที่ไก่ชนิดนี้มีนิสัยหวงถิ่นที่อยู่ หากถูกรุกรานถิ่นอาศัยหรือมีตัวผู้ตัวอื่นมาหมายปองตัวเมียตัวเดียวกัน ก็จะเกิดศึกหน้านางขึ้น จนกว่าอีกฝ่ายจะปราชัย ด้วยอุปนิสัยเฉพาะดังกล่าวมา จึงมีการนำไก่ป่าตัวผู้มาตีกันเพื่อความบันเทิง และเริ่มมีการหันมาพัฒนาสายพันธุ์ไก่ป่าเพื่อขยายพันธุ์เพาะเลี้ยงอย่างจริงจัง สำหรับใช้เป็นแหล่งอาหารและความบันเทิงในเกมกีฬา "ชนไก่(เอาไก่ตัวผู้ฟอร์มดีมาตีกัน)" ซึ่งมีการพนันขันต่อเงินรางวัลในวงของผู้เล่นด้วย ไก่ป่าที่นำมาขึ้นสังเวียนเพื่อเงินพนันหรือไก่ป่าที่ถูกเพาะเลี้ยงมาเพื่อ "ชนไก่" จึงถูกเรียกว่า "ไก่ชน" ต่อมาเกมกีฬานี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศแถบอาเซียน เช่น ประเทศไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลาว เขมร พม่า

Hilight-Kaset/63_1_พื้นหลังไก่ชน_3.jpg

การชนไก่จึงกลายเป็นทั้งเกมกีฬาและวงพนัน ที่คนไทยพื้นบ้านนิยมชมชอบจากอดีตมาถึงปัจจุบัน ซึ่งสายพันธุ์ไก่ชนที่เลี้ยงเพื่อเกมกีฬาชนไก่ของบ้านเราในขณะนี้ ล้วนเป็นไก่ชนพันธุ์ผสมที่มีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศต่างๆ ดังกล่าวมา เช่น ไก่ชนพม่า (ป่าก๋อย) ไก่ชนเวียดนาม (ไซ่ง่อน) ไก่ชนไต้หวัน (เยียร์) และไก่ชนไทย ที่มีจุดเด่น จุดด้อย แตกต่างกันไปตามถิ่นกำเนิดหรือวัตถุประสงค์ของผู้ปรับปรุงพันธุ์ โดยจุดเด่นของไก่ไทย จะอยู่ที่ความมีภูมิต้านทานต่อโรคและมีความอึดมาก ส่วนไก่ชนสายพันธุ์พม่าจะตีถี่ตีหนัก ด้านไก่เวียดนามนั้นมีดีที่กระดูกใหญ่ หนังเหนียว ผิวหนา และ ไก่ไต้หวันที่ตีถี่และหนักมาก ดังนั้น การจะปรับปรุงพันธุ์หรือเลือกเล่นไก่ชนสายพันธุ์ใด ล้วนขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้พัฒนาสายพันธุ์ว่าต้องการคุณสมบัติเด่นในด้านใด แล้วเพาะเลี้ยงจำหน่ายเพื่อนำไปใช้ในการ "ชนไก่" เป็นหลัก ซึ่งถ้ามีประวัติดี เจนสังเวียน แข่งชนะมาหลายยก จะสนนราคาขายกันเป็นหลักแสน-หลักล้าน หากเป็นเพียงไก่ชนทั่วไปที่มีลักษณะดี ไม่เจนสนาม ก็จะขายกันตั้งแต่ตัวละหลักร้อย-หลักหมื่น
หัวใจหลักของการเลี้ยงดูไก่ชนเพื่อให้ประสบความสำเร็จก็คือ ไก่ต้องแข็งแรง มีสุขภาพดี ตีแล้วได้ชัยชนะ ซึ่งนักเล่นไก่ชนรุ่นเก๋า มักจะมีเทคนิคเฉพาะตัว หรือ สูตรลับเฉพาะในการดูแลไก่ชนให้พร้อมสู้และคว้าชัยในสังเวียน ด้วย 17 เคล็ดลับเด็ดๆ กับวิธีการเลี้ยงไก่ชนให้แกร่งพร้อมชนะ ที่การันตรีว่าเป็นเทคนิควิธีจากประสบการณ์ตรงของผู้เลี้ยงไก่ชนที่ได้ผลดีมาก ดังจะกล่าวถึงต่อไปนี้
 

17 เคล็ดลับเด็ดๆ กับวิธีการเลี้ยงไก่ชนให้แกร่งพร้อมชนะ

1. การบำรุงกำลัง : เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำสืบเนื่องกันมา จัดเป็นเทคนิคง่ายๆ แต่เด็ดดวงในการเพิ่มกำลังให้ไก่ชนมีแรงหึกเหิม แรงไม่ตก กระปรี้กระเปร่า วิ่งสู้ฟัตได้นานและยังทำให้ผิวพรรณดี ขนสวย ด้วยการให้ไก่ชนกินกล้วยน้ำว้าที่สุกงอมทุกๆ วัน วันละ 1 ลูก เช้า-เย็น โดยแบ่งป้อนเป็นคำเล็กๆ ขนาดเท่าลูกกลอนหรือพอดีคำ วิธีการนี้จะทำก่อนนำไก่ชนลงสังเวียน 7 วัน จะทำให้ไก่ชนแกร่งมีพลังพร้อมสู้ หรือถ้าจะให้ดี ควรให้กินทุกวันไปเลยจะดีมาก เนื่องจากกล้วยน้ำว้าสุก นั้นมีประโยชน์ด้านการปรับสมดุลร่างกายโดยไม่ต้องพึ่งยาบำรุงไก่ชนราคาแพงอีกต่อไป
ที่มา : คุณวินัย ผัสดี เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ชนบ้านสันจำปา ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

Hilight-Kaset/63_2_ไก่ชน_ฟอร์มดี1.jpg

2. ป้องกันท้องร่วง-ท้องเสีย : สภาพอากาศแบบ 3 วันดี 4 วันร้อน 1 วันฝน จัดเป็นความแปรปรวนที่ปั่นป่วนสิ่งมีชีวิตได้ทุกชนิด โดยเฉพาะกับสัตว์ที่ถูกเลี้ยงดูไว้ในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็น เป็ด ไก่ หมู ปลา ล้วนได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศแปรปรวนจนทำให้เกิดความเครียดขึ้นได้ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่การเลี้ยงไก่ทุกสายพันธุ์ เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้นไก่มักจะมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวตามมา หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ไก่ตายได้ การป้องกันไก่ท้องเสียให้ใช้ใบหรือยอดชะอม 100 กรัม(1 ขีด)ขยำให้ช้ำในน้ำเปล่า 1 ลิตร แล้วนำไปเลี้ยงไก่ โดยให้ไก่กินแทนน้ำเปล่าและต้องเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกวัน ไม่ทิ้งไว้ข้ามคืน วิธีนี้จะทำให้ไก่ไม่ท้องเสียอีก และยังสามารถใช้ได้กับไก่ทุกช่วงอายุ ทุกสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังใช้เป็นการเยียวยารักษาไก่ที่มีอาการท้องเสียให้หายได้ด้วย
ที่มา : คุณติ๊บ บั้งเงิน ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองบ้านห้วยห้าง ตำบลป่าซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย
3. การถ่ายพยาธิ :ไก่ชนเป็นสัตว์ที่ต้องทะนุถนอมคอยระวังเกี่ยวกับโรค และต้องรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ โดยเซียนไก่ชนจะมีสูตรเด็ดในการจัดการดูแลไก่ชนของตนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่สิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องปฏิบัติเหมือนๆ กันก็คือ การถ่ายพยาธิให้ไก่ชนของตนเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อให้ไก่ชนมีสุขภาพแข็งแรงดี ซึ่งพยาธิที่เห็นอยู่เป็นประจำในตัวไก่ ไม่ว่าไก่เล็กหรือไก่โต จะมีอยู่ด้วยกันสองชนิด คือ พยาธิตัวกลม พยาธิเส้นฝอยและพยาธิตัวแบน มักดูดกินอาหารในลำไส้ทําให้ไก่อ่อนเพลีย ซูบผอม ขนหยาบ เจริญเติบโตช้าและท้องเสีย โดยสูตรนี้สามารถถ่ายพยาธิแบบได้ผล 100% ให้กับไก่ชนทุกรุ่น ทุกวัย
สูตรยาถ่ายพยาธิไก่ชน :
1. เนื้อหมากดิบสด 1 ลูก
2. ปลาทูนึ่ง 1 ชิ้น
3. นมผง 1 ช้อนโต๊ะ
4. มะขามเปียกแบบไม่มีเมล็ด 1 ก้อน
วิธีการทำ : นำส่วนผสมทั้งหมดมาตำหรือบดให้เข้ากัน แล้วนำไปให้ไก่ชนกินตอนเช้า 1 ก้อนเท่าหัวแม่มือ จากนั้นให้ไก่กินน้ำมากๆ ไก่จะขับถ่ายพยาธิออกมา หากเห็นไก่ถ่ายพยาธิมาจุกที่ก้นให้รีบดึงออก แล้วจะพบว่ามีพยาธิติดออกมาเป็นพวง จนหมดท้อง
หมายเหตุ : ยาถ่ายพยาธิที่เหลือสามารถเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อนำไปใช้ครั้งต่อไป ซึ่งสามารถเก็บไว้ใช้ได้จนกว่าตัวยาจะหมด
ที่มา : คุณกิตติวัฒน์ ทิพย์วัลย์ เกษตรกรเลี้ยงไก่ชน บ้านมะนาว ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด
4. ป้องกันการเกิดโรคฝีดาษ : ใช้ใบผักหนาม ซึ่งเป็นพืชล้มลุกขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ริมหนองน้ำ ข้างลำธาร พบเห็นได้ทุกภาคของเมืองไทย มีลักษณะหนามแหลมตามลำต้นและก้านใบ มีเหง้าอยู่ใต้ดิน สามารถใช้ป้องกันโรคฝีดาษในไก่ได้ โดยใช้เหง้าผักหนาม(หั่นเป็นแว่นๆ หรือ ทุบ)1 กก.+ ต้มในน้ำสะอาด 2 ลิตร ให้เดือด แล้วเคี่ยวต่อไปจนเหลือน้ำ 1 ลิตร จากนั้นทิ้งให้เย็นแล้วนำไปเลี้ยงไก่แทนน้ำธรรมดาเป็นประจำ หรือหากต้องใช้น้ำเป็นส่วนผสมของอาหารไก่ ให้นำน้ำต้มผักหนามเป็นส่วนผสมแทน
ที่มา : คุณบุญเป็ง จันต๊ะภา ปราชญ์ชาวบ้านประจำ ตำบลไม้ยา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย

Hilight-Kaset/63_3_พื้นหลังไก่ชน_3y_copy.jpg

ภาพ : ศักรินทร์ เซ็มมี

5. อาหารโปรตีนสมุนไพรบำรุงกำลัง - ป้องกันโรค : การป้องกันโรคและบำรุงกำลังไก่ชนให้แข็งแรงนั้นมีหลายสูตรด้วยกัน ส่วนผสมและการผลิตก็หลากหลาย แต่นี่คือสูตรที่ทำได้ง่าย ใช้บำรุงกำลังไก่ได้ดี ทำให้ไก่ชนแข็งแรง ไก่ที่กินอาหารสูตรนี้อย่างสม่ำเสมอ จึงไม่ค่อยเป็นโรค หากมีการให้ไก่ชนกินอาหารตามสูตรนี้
1. เนื้อปลาช่อนล้วน 2 ขีด
2. หญ้าแห้วหมูทั้งต้นทั้งหัวสับ 2 ขีด
3. เถาบอระเพ็ดสับ 2 ขีด
4. หัวกระชายดำ 2 ขีด
5. น้ำ
วิธีทำ : นำส่วนผสมทั้งหมดไปตากแดดให้แห้งสนิทแล้วนำมาบดหรือตำให้เป็นผงละเอียดก่อนนำไปผสมกับน้ำให้พอขึ้นรูปปั้นเป็นลูกกลอนได้พอคำ หรือมีขนาดประมาณนิ้วหัวแม่โป้ง ป้อนให้ไก่กินทุกเช้า วันละครั้ง 1-2 เม็ด ไก่จะมีสุขภาพที่แข็งแรง หากเหลือให้เก็บแช่ไว้ในตู้เย็น สามารถนำมาให้ไก่กินได้จนกว่าจะหมด
ที่มา : คุณสุเทพ บัวภา ประธานชุมชนโนนชัย 2 หมู่ 12 ถนนราษฏร์คนึง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
6. เร่งสีแข้ง :ไก่ชนมาดดีฟอร์มสวย นอกจากจะมีรูปร่างสวยงาม หงอนจะงอยสมบูรณ์ดีแล้ว เรื่องเดือยหรือแข้งก็เป็นสิ่งสำคัญที่เซียนไก่ชนต้องใส่ใจมาก เพราะนอกจากจะเป็นอาวุธสำคัญแล้ว สีที่สวยสมบูรณ์ ยังบ่งบอกถึงสุขภาพของไก่ตัวนั้นได้ด้วย การดูแลสีบริเวณแข้งให้สวยสดงดงามมีเทคนิคเฉพาะ คือ ต้องเลี้ยงไก่ชนด้วยข้าวโพด โดยต้องนำเมล็ดข้าวโพดแห้งมาบดหรือปั่นให้ละเอียด ก่อนนำไปผสมอาหารให้ไก่กินหรือกินแบบเพียวๆ ทั้งเช้าและเย็นเป็นประจำ วันละ 1 - 2 ครั้ง จะพบว่าสีแข้งของไก่ชนนั้นมีความสดสวยเด่นชัดขึ้น
ที่มา : คุณสมชาย มวยเหล็ก หมู่ 4 บ้านดงกระทิง ตำบลประชาสุขสันต์ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร
7. เสริมโปรตีน : วิธีเสริมโปรตีนให่ไก่ชนแบบไม่ต้องมีต้นทุนมาก แต่ให้ผลดีในแง่การเสริมกำลังกล้ามเนื้อและทำให้ไก่ชนโตดี ด้วยการนำอาหารหมูนมมาให้ไก่ชนกินตั้งแต่เริ่มฟักออกจากไข่ไปจนอายุได้ไม่เกิน 3 เดือน ไม่ควรให้นานกว่านี้ เพราะถ้าให้นานกว่านี้จะมีปัญหาเรื่องแข้งอ่อน และควรให้ในอัตรา อาหารหมูนม 1 ส่วน+ข้าวเปลือก 3 ส่วน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำไปให้ไก่กินเช้า-เย็น
ที่มา : คุณอนิรุตน์ อานามรถ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
8. ฟื้นกำลัง - ลดอาการอ่อนเพลีย :* ช่วงพักฟื้นหลังลงจากสนามประชันแข้งหรือช่วงฟื้นจากอาการเจ็บป่วย ไก่ชนจะอ่อนเพลีย ไม่กระปี้กระเป่า และไม่ค่อยเจริญอาหารอีกด้วย ตัวช่วยทำให้พลังกายไก่ชนตัวโปรดฟื้นคืนดี ให้นำข้าวสาร(ข้าวเหนียว)ที่สะอาดแช่ในน้ำทิ้งไว้ประมาณ 3- 4 ชั่วโมง แล้วนำน้ำแช่ข้าวสาร 1 ถ้วยตวงหรือ 250 ซีซี ไปอุ่นไฟให้พออุ่น-ร้อน จากนั้นยกลง แล้วใส่หัวข่าที่ผ่าเป็นแว่นบางๆ 1-2 ชิ้นลงไปในน้ำแช่ข้าวเหนียวขณะที่ยังอุ่นอยู่ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นตัว ก่อนนำไปให้ไก่ชนกิน บำรุงกำลังจากภายในสู่ภายนอก จะช่วยทำให้ไก่ชนหายอ่อนเพลีย มีความสดชื่นและเจริญอาหารยิ่งขึ้น
ที่มา : คุณสุทิน ภัทรามี 17 หมู่ 3 ตำบลธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย*

Hilight-Kaset/63_4_ไก่ชน_ฮีม1.jpg

ภาพ : ศักรินทร์ เซ็มมี

9. เสริมพลัง :การบำรุงไก่ชนให้แข็งแรงและทรงพลังมีหลากหลายวิธีแล้วแต่วัตถุดิบที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น แต่มีอยู่สูตรหนึ่งที่หาได้ง่ายและได้ผลดี เป็นสูตรของคุณอนันต์ สุขสุด ผู้เลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพหลัก ได้แนะนำให้ป้อนปลาช่อนย่างไก่ชนวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2-3 ช้อนชา หรือ ให้ไก่ชนกินไข่แดงจากไข่นกกระทาวันละ 1 ฟอง หรือจะใช้ขนมหวานจำพวกทองหยิบ ทองหยอดแทนกันก็ได้ โดยนำทองหยอด/ทองหยิบ 1 ชิ้น มายีเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอาไปให้ไก่กิน ให้เพียงวันละครั้ง ครั้งละ 1 ชิ้นเท่านั้น จะทำให้ไก่ชนแข็งแรง ทรงพลัง
ที่มา : อนันต์ สุขสุด เกษตรกรบ้านนาวง ตำบลท่าซัก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
10. รักษาแผล : หลังจบสังเวียนอันดุเดือด ไก่ชนจะมีบาดแผลที่เกิดจากการจิกตี การเยียวยา รักษาแบบได้ผลดีและไม่มีค่าใช้จ่ายมากก็คือให้ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำผึ้งชันโรง ทาบริเวณบาดแผล วันละ 2-3 ครั้ง ทำติดต่อกันจนกว่าแผลจะหาย จะช่วยทำให้แผลแห้งและรัดเนื้อได้ดี แล้วไก่ชนจะกลับมาสวยและแข็งแรงอีกครั้ง
ที่มา : สุรศักดิ์ อามะจันทร์ตรี อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
11. เพิ่มความกล้าหาญ : การเลี้ยงไก่ชนนั้นเซียนไก่ชนต้องมีวิธีการเลี้ยงหรือสูตรเด็ดเคล็ดลับของแต่ละคนแตกต่างกันไป เพื่อบำรุงไก่ชนให้ร่างกายแข็งแรง มีความกล้าพร้อมที่จะออกชนอยู่เสมอ ซึ่งสูตรสมุนไพรต่อไปนี้จะทำให้ไก่ชนที่เลี้ยงไว้มีความกล้าหาญ ฮึกเหิม พร้อมเข้าสู่สังเวียนโดยไม่ลังเล ด้วยการใช้ เถาบอระเพ็ด + เหง้ากระชาย + หัวไพล (อย่างละ 7 แว่น) + กระเทียม 3 กลีบ + พริกไทยแห้ง 3 เมล็ด + เนื้อปลาช่อน ครึ่งกิโลกรัม + น้ำผึ้ง 1 ขวด
วิธีการทำ : ให้นำสมุนไพรทุกอย่างไปตากแดดให้แห้งดีแล้วนำมาบดให้ละเอียด จากนั้นนำไปบดผสมกับเนื้อปลาช่อนที่ย่างจนแห้งกรอบและน้ำผึ้ง บดให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนเท่าปลายนิ้วก้อย แล้วเอาให้ไก่ชนกินวันละ1 ครั้งในช่วงเช้า เป็นประจำทุกวัน เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้ไก่ชนร่างกายแข็งแรง มีความกล้าในการออกสนามชนทุกครั้ง
หมายเหตุ : สูตรยาสมุนไพรที่เหลือให้นำใส่กล่องปิดฝาแช่ตู้เย็นไว้ สามารถใช้ได้จนกว่าจะหมด
ที่มา : คุณสวาสดิ์ ไทยทุมิฬ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ชนและไก่พื้นเมือง แห่งตำบลทุ่งคา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

Hilight-Kaset/63_5_ไกชน_15.jpg

ภาพ : ปราณี มั่นคง

12. น้ำอาบ :การทำน้ำอาบไก่ชน ด้วยสมุนไพรสูตรนี้ นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อไก่ชนมีความแข็งแรง โดยจะนำหัวไพลสด 5 แว่น + ใบส่มป่อย 1 กำมือ + ตะไคร้ต้น 3 ต้น + ใบมะกรูด 5 ใบ + ใบมะนาว 5 ใบ นำสมุนไพรทุกอย่างใส่หม้อต้มกับน้ำจนเดือด แล้วยกลงทิ้งไว้ให้อุ่น จากนั้นนำผ้ามาชุบน้ำสมุนไพรนี้ไปทำความสะอาดตัวไก่วันละ 1 ครั้ง ในช่วงเช้า แล้วนำไก่ไปตากแดดให้ขนแห้ง ทำเป็นประจำทุกวัน และ **หยุดอาบน้ำสมุนไพร 15 วันก่อนนำไก่ขึ้นสังเวียน ในช่วงนี้ให้ใช้น้ำธรรมดาอาบเป็นพอ เพื่อให้ไก่ได้ขยายกล้ามเนื้อ และขยับตัวได้ง่าย
ที่มา : เสถียร จุลทรัพย์ หมู่ 1 ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
13. ท้องอืด อาหารไม่ย่อย : เมื่อไหร่ก็ตามที่ไก่ชนเริ่มมีอาการเหงาซึม ไม่กินอาหารได้ดีเหมือนก่อน และไม่มีสัญญานของโรคภัยอื่น เช่น หายใจดังครืดคราด มีน้ำมูกน้ำลายไหล แสดงว่าไก่มีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อยก็เป็นได้ เบื้องต้นให้จับไก่ขังสุ่มไว้อย่าให้กินอาหารอะไร จากนั้น เลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้ในการเยียวยารักษาไก่ชน
1. ป้อนนมเปรี้ยว ยี่ห้อยาคูลท์ ให้ไก่วันละครึ่งขวด จะช่วยย่อยได้
2. หากหายาคูลท์ไม่ได้ให้ใช้ใบมะละกออ่อน ขยี้เป็นก้อนเท่านิ้วหัวแม่โป้ง ป้อนใส่ปากไก่ไป 2 ก้อน แล้วกรอกน้ำตามมากๆ จะช่วยย่อยอาหารให้ไก่ชนได้ดีมาก
3. ให้ไก่กินน้ำมันพืช 1 ช้อนชาและใช้ยาช่วยย่อย เช่น ซุปเปอร์เอ็นไซน์หรือคอนนิซิน
การป้องกัน : อย่าให้กินอาหารบูดเน่า ค้างมื้อ ค้างคืน อย่าให้กินข้าวเปลือกแช่น้ำค้างคืน จะย่อยยาก
ที่มา : คุณศุภนันท์ อนุศักดิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

Hilight-Kaset/63_6_ไก่ชน_11.jpg

ภาพ : ณรงค์เดช อ้นเต่า

14. รักษาตาเจ็บ บวม อักเสบ และ เป็นหนอง :หากไก่ชนมีอาการตาเจ็บ บวม อักเสบและเป็นหนอง น่าจะมีสาเหตุมาจากเมล็ดข้าวเปลือกไปติดค้างอยู่บนเพดานปากจนเกิดการอับเสบและทะลุไปที่ตา หรือเกิดจากพยาธิ หรือหวัดทำให้ไก่หน้าบวมขึ้นก็เป็นได้ ในการรักษาให้ใช้ยาแก้อับเสบทั่วไป หรือใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
1. ตัดเถาตำลึงสดๆ มาให้ได้ความยาวประมาณ 1 - 2 ข้อนิ้ว เด็ดใบออกหมดจนเหลือแต่ต้น แล้วนำไปเป่าใส่ตาไก่ น้ำที่มีอยู่ในเถาตำลึงจะช่วยแก้อาการตาอักเสบ-เป็นหนองในไก่ได้
2. ใช้พริกขี้หนูสดตำผสมน้ำ แล้วเป่าใส่ตาไก่
3. ใช้ยาฉุนแช่น้ำ แล้วเป่าใส่ตาไก่
ที่มา : คุณนเรศ สินธุ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
15. แก้หวัด :หากไก่ที่เลี้ยงไว้มีอาการหวัด หายใจไม่สะดวกและหน้าบวม วิธีการเยียวยารักษาแบบได้ผลดี โดยไม่ต้องพึ่งยาเคมี คือ
1. ต้องรักษาความสะอาดที่ใส่อาหาร กรงไก่ชนอยู่เสมอ
2. ให้นำหอมแดงมาหั่นออกเป็นแว่นๆ แล้วนำไปบีบหรือขยี้ตรงบริเวณรูจมูก เพื่อช่วยให้ไก่หายใจได้สะดวกขึ้น และลดอาการไข้
3. ลดอาการหน้าบวม ให้ใช้ฟ้าทะลายโจร หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปตากแดด จากนั้นนำมาคลุกกับน้ำปั้นเป็นก้อนๆ เป็นยาลูกกลอนเล็กๆ ขนาดพอดีคำให้ไก่กินวันละ 1 - 2 เม็ด
คำแนะนำ :ในช่วงที่มีอากาศร้อน ต้องลดการใช้น้ำผึ้งมาผสมยา เพราะว่าน้ำผึ้งนั้นมีฤทธิ์ร้อน การนำมาใช้ในสภาพอากาศร้อน จะยิ่งทำให้ไก่ร้อนในเป็นไข้หวัดหนักกว่าเดิม ดังนั้นห้ามนำน้ำผึ้งมาผสมในการให้อาหารหรือให้ยาแก่ไก่โดยเด็ดขาด
ที่มา : คุณนเรศ สินธุ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

Hilight-Kaset/63_7_ไก่ชน_ฮีม_13.jpg

ภาพ : ศักรินทร์ เซ็มมี

16. การออกกำลังกาย : เคล็ดลับเพิ่มความแข็งแรงให้ไก่ชน คือ ต้องให้ไก่ชนได้ออกกำลังกายเป็นประจำ จึงจะทำให้มีกำลังดี ซึ่งมีเทคนิควิธีง่ายๆ แค่ขังไก่ชนตัวหนึ่งไว้ในสุ่มไก่ 2 อันซ้อนเหลื่อมกันไว้ ต้องระวังอย่าให้มีช่องว่างมาก แล้วปล่อยไก่ชนอีกตัวเป็นตัวล่ออยู่ด้านนอกสุ่ม เพื่อกระตุ้นให้เกิดสัญชาติญานการต่อสู้กันตามธรรมชาติ แล้วจะพบว่าไก่ชนที่อยู่ข้างนอกสุ่มนั้น มีความพยายามจะวิ่งเข้าไปจิกไก่ที่อยู่ในสุ่มและวิ่งวนสุ่มอย่างนั้นไปเรื่อยๆ
หมายเหตุ : การใช้สุ่ม 2 อันมาครอบกันนั้นก็เพื่อป้องกันไม่ให้ไก่ทั้งสองตัวจิกกัน จึงไม่เป็นอันตรายต่อไก่ทั้งสองตัวและเป็นการออกกำลังกายให้กับไก่ชนที่ต้องใช้กำลังมากในการแข่งขันด้วย
ที่มา : คุณอดิศักดิ์ ศิวบุญ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ชน จังหวัดนครปฐม
17. รักษากลากเกลื้อน : ปัญหาโรคผิวหนังในไก่ชน นอกจากจะทำให้ไก่มีสุขภาพไม่ดีแล้วยังจะมีผลต่อความสวยงามของไก่ ที่จะมีขนหร๋อมแหร๋มไม่สวยงามอีกด้วย หากไก่ที่เลี้ยงไว้มีอาการของกลากเกลื้อน ให้ใช้
1. ใบกะเพรา 3 ส่วน
2. น้ำมันพืช 5 ส่วน
วิธีการทำ : นำใบกะเพรามาคั่วด้วยไฟอ่อนให้แห้ง บดให้ละเอียด แล้วนำไปหมักกับน้ำมันพืช ผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 3 วัน จึงนำมาใช้ทาบริเวณผิวหนังไก่ชนที่เป็นโรคกลากเกลื้อน เช้า - เย็น ไม่นานก็หาย
ที่มา : คุณไผ่ ประจันทร์นวล อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...