ตั๋วช้าง: พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล โยน ตร. ชี้แจงกรณีรังสิมันต์กล่าวพาดพิงในสภา
ตั๋วช้าง: พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล โยน ตร. ชี้แจงกรณีรังสิมันต์กล่าวพาดพิงในสภา - BBCไทย
พล.ต.ท. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ปฏิเสธที่จะชี้แจงด้วยตัวเองกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พาดพิงถึงเขาระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าปล่อยปละละเลยให้เกิดความไม่เป็นธรรมและการแทรกแซงจากบุคคลภายนอกในการแต่งตั้งและโอนย้ายตำรวจ
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้ ตร. เป็นคนชี้แจง เพราะผมคงพูดไม่ได้" พล.ต.ท. ต่อศักดิ์กล่าวกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ช่วงสายวันนี้ (21 ก.พ.) ก่อนจะขอจบบทสนทนาเพียงสั้น ๆ โดยให้เหตุผลว่าเขาไม่สะดวกเพราะ "อยู่ที่งานบุญ"
FACEBOOK/TORSAK SUKVIMOL
พล.ต.ท. ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นน้องชายแท้ ๆ ของ พล.อ.อ. สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง
นายรังสิมันต์ใช้เวทีอภิปรายไม่วางใจวันสุดท้ายเมื่อ 19 ก.พ. ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการแต่งตั้งและเลื่อนขั้นนายตำรวจหรือที่เขาเรียก "ตั๋ว" ในแวดวงสีกากี โดยยกตัวอย่างนายตำรวจที่ได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์และเลื่อนขั้นขึ้นดำรงตำแหน่งระดับสูงอย่างรวดเร็ว 2 นาย คือ พล.ต.ท. ต่อศักดิ์ และ พล.ต.ต. "จ." ซึ่งแม้นายรังสิมันต์จะเอ่ยเพียงชื่อย่อ แต่ชาร์ตที่นำมาแสดงกลางสภาปรากฏชื่อ พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก.
- อภิปรายไม่ไว้วางใจ : โรมถามหาความรับผิดชอบ ประยุทธ์-ประวิตร ปล่อยให้มี “ตั๋วช้าง” แทรกแซงแต่งตั้งตำรวจ
- ต่อศักดิ์ สุขวิมล: ผู้บัญชาการ ตร. สอบสวนกลางคนใหม่ กับคติ "ทำงานในตำแหน่งที่เราได้รับให้ดีที่สุด"
- พล.อ.อ. สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ในวัย 72 ปี ศิษย์เก่าดีเด่นสวนกุหลาบ-ม.เชียงใหม่ และข้าราชบริพารผู้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทอย่างใกล้ชิด
- จักรภพ - จิรภพ ภูริเดช สองพี่น้องผู้รับใช้ชาติและราชบัลลังก์
สองวันหลังจากที่ชื่อของเขาถูก ส.ส. ก้าวไกลเอ่ยถึงในสภานับครั้งไม่ถ้วน น้ำเสียงของ พล.ต.ท. ต่อศักดิ์ในบทสนทนาทางโทรศัพท์กับบีบีซีไทยยังฟังดูผ่อนคลาย และยังเดินสายทำบุญช่วงสุดสัปดาห์ สมกับฉายา "มือปราบสายธรรมะ" ที่สื่อมวลชนสายตำรวจตั้งให้จากนิสัยที่ชอบปฏิบัติธรรม เข้าวัด ทำบุญทำทาน
เฟซบุ๊ก Torsak Sukvimol ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน โพสต์ภาพ พล.ต.ท. ต่อศักดิ์ เข้าร่วมพิธีมอบเรือตรวจการณ์ใก้แก่ตำรวจน้ำเชียงแสนที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 19 ก.พ. --วันเดียวกับที่นายรังสิมันต์ขุดประวัติรับราชการตำรวจของเขากลางสภา
ด้านล่างของโพสต์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กมาโพสต์ความเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เขียนข้อความให้กำลังใจ
ขณะที่ พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวกับบีบีซีไทยว่า กรณีที่มี ส.ส. กล่าวหาว่ามีความไม่เป็นธรรมและการแทรกแซงการแต่งตั้งโอนย้ายข้าราชการตำรวจนั้น เป็นเรื่องในสภาที่พรรคการเมืองกล่าวหารัฐบาล ดังนั้น ตร. จึงไม่มีหน้าที่ต้องชี้แจงแทนรัฐบาล อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบเอกสารที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งตำรวจที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีเนื้อหาอย่างไรและเป็นเอกสารจริงหรือไม่
บีบีซีไทยพยายามติดต่อ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ซึ่งนายรังสิมันต์อ้างว่ามีชื่ออยู่ในหนังสือขอสนับสนุนการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งฉบับหนึ่ง แต่ไม่สามารถติดต่อได้
รังสิมันต์พูดอะไรในสภา
ในวันสุดท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายรังสิมันต์กล่าวหา พล.อ. ประยุทธ์ และ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่าปล่อยปละละเลยให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจและปล่อยให้กลุ่มบุคคลที่ทำงานใกล้ชิดเบื้องสูงเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งตำรวจและการบริหารงานของ ตร.
THAI NEWS PIX
นายรังสิมันต์ชูสามนิ้วเกือบตลอดเวลาที่เขาอภิปรายพาดพิงถึง พล.ต.ท. ต่อศักดิ์
เขาหยิบยก 2 กรณีหลัก ๆ มาสนับสนุนข้อกล่าวหา คือ
- การขอสนับสนุนการขอรับตำแหน่งและเลื่อนตำแหน่งนายตำรวจหรือ "ตั๋ว"
นายรังสิมันต์ยกตัวอย่างกรณีการเลื่อนยศและตำแหน่งของ พล.ต.ท. ต่อศักดิ์ สุขวิมล และ พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ที่เป็นไปอย่างรวดเร็วจากการยกเว้นหลักเกณฑ์หลายครั้งจนก้าวมาเป็น ผบช.ก. และ รอง ผบช.ก. ตามลำดับ
เขายังได้กล่าวหาว่า พล.ต.ท. ต่อศักดิ์เองก็เคยทำหนังสือ "ขอสนับสนุนของรับการแต่งตั้ง" ถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้แต่งตั้งตำรวจ 3 นายที่อยู่นอกกองบัญชาการของตัวเองด้วย
ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลสรุปว่า "ตั๋ว" ในการแต่งตั้งตำรวจมีทั้งที่มาจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือ "ตั๋ว ผบ.ตร." "ตั๋ว พล.อ. ประยุทธ์" "ตั๋ว พล.อ. ประวิตร" และ "ตั๋วช้าง" ซึ่งอย่างหลังเขาหมายถึงเอกสารขอสนับสนุนการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งนายตำรวจ 20 นาย ที่ลงนามโดยบุคคลภายนอกซึ่งทำงานใกล้ชิดเบื้องสูง
นายรังสิมันต์ระบุว่าการเลื่อนยศและตำแหน่งด้วยการ "ยกเว้นหลักเกณฑ์" ซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้ได้สร้างความเสียหายและทำลายขวัญกำลังใจของนายตำรวจที่ปฏิบัติตามครรลอง
"เราทุกคนในประเทศนี้ต่างรู้อยู่แก่ใจดีว่ามีความไม่เป็นธรรมบางอย่างกำลังเกิดขึ้นในวงการตำรวจ ความเป็นธรรมนี้ เบามาหน่อยคือทำให้ตำรวจที่ควรมีอนาคตที่สดใสได้มีโอกาสไปดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นช้าลงสัก 1-2 ปี ความไม่เป็นธรรมนี้ หากหนักขึ้นมาหน่อย ก็ทำให้พวกเขาอาจต้องไปหยิบยืมเงินเพื่อมาวิ่งเต้นเพื่อให้ได้มีตำแหน่งที่สูงขึ้น ซึ่งก็เป็นภาระของครอบครัว ที่บางครอบครัวอาจจะแบกรับไม่ไหวและพังทลายลงมาในอนาคต แต่หากหนักขึ้นมาอีก ความไม่เป็นธรรมนั้นกำลังผลักให้ตำรวจจำนวนมากต้องเข้าสู่วงจรอุบาทว์ ปล่อยให้บ่อน การค้ามนุษย์ และการแสวงหารายได้ที่เกิดจากการรีดไถจากธุรกิจต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งสุดท้าย วงจรนี้ก็จะหันมาทำร้ายสังคมไทยในที่สุด" นายรังสิมันตร์กล่าวปิดท้ายการอภิปราย
- การให้กลุ่มบุคคลภายนอกมีอำนาจสั่งการ ผบ.ตร. ในการโอนย้ายตำรวจ
นายรังสิมันต์ระบุว่าช่วงปี 2562 มีหนังสือจากหน่วยงานภายนอก สั่งให้ ตร. คัดเลือกและโอนย้ายตำรวจจำนวนมากไปเป็นข้าราชการประเภทอื่นถึง 2 ครั้ง ๆ ละกว่า 1,000 คน โดยตำรวจที่ไม่พร้อมหรือไม่ประสงค์จะโอนย้าย ซึ่งครั้งแรกมี 66 คน และครั้งที่ 2 มี 100 คน ถูกลงโทษและธำรงวินัย
THAI NEWS PIX
พล.อ.ประวิตรลุกขึ้นชี้แจงข้อกล่าวหาของนายรังสิมันต์ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ยกมือขอพูดต่อ
ซึ่งในประเด็นนี้ พล.อ. ประยุทธ์ได้ชี้แจงในสภาว่า มีการแต่งตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า "ตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์" ซึ่งจัดตั้งมาเพื่อถวายงานใกล้ชิด เรื่องการถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติ จึงต้องมีการคัดเลือก คัดสรรและสอบถามทัศนคติตำรวจที่จะถูกปรับโอนไปปฏิบัติงานเหล่านี้ ถ้าไม่ผ่าน ไม่เหมาะสม ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม ไม่มีการลงโทษอย่างใดทั้งสิ้น